โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนมอง 360° ‘ซื้อหุ้นคืน’ หลัง Seven & I ชวน CP ร่วมดีลใหญ่

Finnomena

อัพเดต 31 ม.ค. 2568 เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 11.05 น. • Finnomena Editor

ข่าวการเจรจาของ Seven & I Holdings ผู้ดำเนินการร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในญี่ปุ่นกว่า 85,000 สาขา ที่ได้ทาบทามเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ให้ร่วมลงทุนในดีลซื้อหุ้นคืนมูลค่า 9 ล้านล้านเยน (เกือบ 2 ล้านล้านบาท) เพื่อป้องกันการเทกโอเวอร์จากกลุ่มทุนแคนาดาที่ชื่อว่า Alimentation Couche-Tard Inc. ส่งผลให้นักลงทุนต้องหันมามองการเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหุ้นของ CPALL ซึ่งมีสาขา 7-Eleven อยู่ในประเทศไทยกว่า 15,000 สาขา กลยุทธ์การซื้อหุ้นคืนมักถูกใช้โดยบริษัทเพื่อจัดการทุนและมูลค่าหุ้นของตัวเอง แต่ผลกระทบต่อการลงทุนก็มีทั้งในแง่บวกและลบ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขและการทำบัญชี แต่ยังเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ทางการเงินที่สามารถส่งผลกระทบต่อนักลงทุนในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

ทำความเข้าใจ "การซื้อหุ้นคืน"

การซื้อหุ้นคืน คือกระบวนการที่บริษัทนำเงินสดของตัวเองไปซื้อหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้ว จากตลาดหลักทรัพย์หรือจากผู้ถือหุ้น โดยการซื้อหุ้นคืนนี้จะทำให้จำนวนหุ้นที่เหลืออยู่ในตลาดลดลง ซึ่งมักมีผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นที่เหลืออยู่ (กำไรต่อหุ้น หรือ EPS) เพราะจำนวนหุ้นน้อยลง แต่กำไรยังเท่าเดิม

ทำไมบริษัทถึงเลือกซื้อหุ้นคืน?

1. เพิ่มมูลค่าให้กับหุ้นที่เหลือ

เมื่อจำนวนหุ้นในตลาดลดลง กำไรที่บริษัททำได้ (EPS) จะสูงขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มกำไรสุทธิ ซึ่งมักทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นในระยะสั้น นักลงทุนบางคนมองว่าเป็นสัญญาณบวกว่าบริษัทกำลังดำเนินงานได้ดี

2. มีเงินสดมากเกินไป

บริษัทที่มีเงินสดสำรองมาก แต่ไม่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน หรือไม่มีโอกาสขยายธุรกิจที่น่าสนใจ อาจเลือกใช้เงินสดเหล่านั้นเพื่อซื้อหุ้นคืน แทนการเก็บเงินไว้เฉย ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น

3. ป้องกันการเทกโอเวอร์

ในกรณีของ Seven & I Holdings บริษัทตัดสินใจซื้อหุ้นคืนเพื่อป้องกันการเทกโอเวอร์จากกลุ่มทุนแคนาดา โดยการลดจำนวนหุ้นในตลาด ทำให้กลุ่มทุนอื่น ๆ ยากที่จะเข้ามาซื้อหุ้นเพื่อครอบงำบริษัทได้ ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ปกป้องการควบคุมบริษัทจากภายนอก

4. การปรับโครงสร้างทุน

บริษัทอาจเลือกซื้อหุ้นคืนเพื่อลดจำนวนหุ้นในตลาดและปรับโครงสร้างทุนให้เหมาะสม โดยการลดจำนวนหุ้นในตลาดสามารถช่วยให้บริษัทปรับลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้ดูดีขึ้น หรือทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น

5. ส่งสัญญาณเชิงบวก

การซื้อหุ้นคืนสามารถส่งสัญญาณที่บ่งชี้ว่า บริษัทมีความมั่นคงทางการเงินและเชื่อมั่นในอนาคตของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ราคาหุ้นตกต่ำหรือเมื่อตลาดเกิดความไม่แน่นอน การซื้อหุ้นคืนอาจช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่าบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตและรักษาความมั่นคง

6. ป้องกันการ Dilution

หากบริษัทออกหุ้นใหม่เพื่อเพิ่มทุน หรือใช้หุ้นเป็นส่วนหนึ่งของการจ่ายผลตอบแทนหรือหุ้นรางวัลให้กับพนักงาน การซื้อหุ้นคืนช่วยลดผลกระทบจากการ Dilution (การลดมูลค่าหุ้นที่เกิดจากการออกหุ้นใหม่) ซึ่งช่วยให้ผู้ถือหุ้นปัจจุบันไม่เสียเปรียบ

7. ปรับตัวให้เหมาะกับสภาวะตลาด

หากตลาดหุ้นหรือเศรษฐกิจตกต่ำ บริษัทอาจเลือกซื้อหุ้นคืนเพื่อใช้เงินทุนในช่วงเวลาที่หุ้นราคาถูก การซื้อหุ้นคืนในช่วงราคาหุ้นต่ำสามารถทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์ในระยะยาวเมื่อราคาหุ้นฟื้นตัว

8. เพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น

ในบางกรณี การซื้อหุ้นคืนสามารถทำให้บริษัทเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น โดยการลดจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด ทำให้ผู้ถือหุ้นที่เหลืออยู่ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ทั้งจากกำไรที่เพิ่มขึ้นและราคาหุ้นที่อาจปรับตัวขึ้น การซื้อหุ้นคืนจึงไม่ใช่แค่การกระตุ้นมูลค่าหุ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นกลยุทธ์ในการจัดการกับสภาวะทางการเงิน การป้องกันการเทกโอเวอร์ การปรับโครงสร้างทุน หรือส่งสัญญาณความมั่นคงให้กับนักลงทุน โดยบริษัทอาจเลือกใช้กลยุทธ์ซื้อหุ้นคืรเมื่อมีเงินสดสำรองมาก หรือเมื่อต้องการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในช่วงเวลาที่ตลาดมีความไม่แน่นอน

ข้อควรระวังเมื่อบริษัทซื้อหุ้นคืน

แม้ว่าการซื้อหุ้นคืนจะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็มีข้อควรระวังและความเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณา ดังนี้

1. กระทบต่อการลงทุนในอนาคต

การใช้เงินสดไปซื้อหุ้นคืนอาจทำให้บริษัทไม่มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุนในโครงการขยายธุรกิจหรือโอกาสใหม่ ๆ ที่อาจจะช่วยให้บริษัทเติบโตในระยะยาว หากบริษัทไม่สามารถหาทางเลือกในการใช้เงินได้ดี การซื้อหุ้นคืนอาจส่งผลเสียต่อการเติบโตในอนาคต

2. ระวังการกู้หนี้มาซื้อหุ้นคืน

หากบริษัทต้องกู้เงินเพื่อนำมาซื้อหุ้นคืน การที่บริษัทเพิ่มหนี้อาจกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต หากบริษัทไม่สามารถบริหารหนี้ได้ดีพอ อาจทำให้สถานะการเงินของบริษัทอ่อนแอลง

3. การลงทุนในโครงการใหม่อาจลดลง

หากบริษัทเลือกใช้เงินสดจำนวนมากไปซื้อหุ้นคืนแทนการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ หรือการขยายธุรกิจ อาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทไม่พบทางเลือกที่ดีกว่าในการใช้เงินทุน ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนต้องตั้งคำถามถึงกลยุทธ์ในระยะยาว

4. การซื้อหุ้นคืนอาจไม่ใช่สัญญาณของความมั่นคง

บางครั้งบริษัทอาจซื้อหุ้นคืนเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ต้องการเห็นการเพิ่มมูลค่าหุ้นในระยะสั้น ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่มุ่งหวังผลในระยะสั้น มากกว่าการสร้างมูลค่าในระยะยาวที่ยั่งยืน

5. ต้องการสร้างภาพลักษณ์บริษัทเท่านั้น

การซื้อหุ้นคืนอาจทำให้บริษัทดูเหมือนมีความมั่นคงและเชื่อมั่นในอนาคต แต่หากบริษัทใช้เงินสดไปในทิศทางที่ไม่คุ้มค่า หรือไม่ได้สร้างผลกำไรในระยะยาว การซื้อหุ้นคืนจึงอาจกลายเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์มากกว่าการสร้างมูลค่าจริง ๆ

นักลงทุนควรทำอย่างไรเมื่อบริษัทซื้อหุ้นคืน

  • อย่าด่วนสรุปว่าการซื้อหุ้นคืนเป็นเรื่องดีเสมอไปก่อนที่จะตัดสินใจ ควรดูวัตถุประสงค์ของบริษัทในการซื้อหุ้นคืน เช่น ต้องการเพิ่มมูลค่าหุ้นหรือแค่ "เล่นตัวเลข" โดยไม่คำนึงถึงการเติบโตที่ยั่งยืน
  • เปรียบเทียบกับการจ่ายปันผลถ้าบริษัทเลือกซื้อหุ้นคืนแทนการจ่ายปันผล นักลงทุนควรประเมินว่า การเติบโตของบริษัทในอนาคตจะเพียงพอที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการได้รับปันผลหรือไม่
  • ติดตามแหล่งที่มาของเงินทุนหากบริษัทต้องกู้เงินมาเพื่อซื้อหุ้นคืน ควรระมัดระวัง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความไม่มั่นคงทางการเงินในระยะยาว
  • ดูความต่อเนื่องของการซื้อหุ้นคืนบริษัทที่มีประวัติซื้อหุ้นคืนต่อเนื่องและมีแนวโน้มเติบโต (เช่น Apple หรือ Microsoft) อาจเป็นสัญญาณบวก แต่หากบริษัทซื้อหุ้นคืนแบบฉาบฉวยโดยไม่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว ก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาภายใน
  • ตรวจสอบสถานะการเงินของบริษัทประเมินว่าบริษัทสามารถแบกรับการซื้อหุ้นคืนได้หรือไม่ และว่ามีผลกระทบต่อสภาพคล่องหรือการลงทุนในอนาคตหรือเปล่า
  • มองระยะยาวการซื้อหุ้นคืนอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการขยายธุรกิจหรือการลงทุนในโครงการใหม่
  • ระวังความเสี่ยงจากการกู้เงินหากบริษัทต้องกู้เงินเพื่อซื้อหุ้นคืน ควรพิจารณาภาระหนี้สินที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของบริษัท
  • ไม่ลืมวิเคราะห์พื้นฐานธุรกิจนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับความสามารถในการสร้างกำไรและการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ไม่ใช่แค่ราคาหุ้นที่อาจปรับขึ้นในระยะสั้น การซื้อหุ้นคืนอาจเป็นกลยุทธ์ที่สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นในระยะสั้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลยเมื่อพิจารณาผลกระทบในระยะยาว การประเมินสถานะทางการเงินของบริษัท รวมถึงการพิจารณาการเติบโตที่ยั่งยืนจะช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาหุ้นไทยที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว Definit SET Selectช่วยคัดเลือกหุ้นไทยเน้น ๆ ไม่เกิน 20 ตัว โดยพิจารณา 3 ปัจจัยหลักซึ่งช่วยให้การลงทุนมีโอกาสเติบโตได้จริง

Definit SET Select พลิกกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทย ช่วยคัดเลือกหุ้นไทยเน้น ๆ ไม่เกิน 20 ตัว พิจารณา 3 ปัจจัย Earnings หุ้นที่ถูกปรับประมาณการกำไรขึ้น Valuation หุ้นที่มูลค่าถูกกว่าอุตสาหกรรม Technical หุ้นที่มีโมเมนตัมเชิงบวกของราคาในระยะสั้น สนใจรับบริการ คลิกเลย ▶️ https://www.definitinvestment.com/contact-form

อ้างอิง: Finnomena, SET Investnow, SET Thailand คำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...