ธุรกิจ ‘แก้ชงออนไลน์’ กำลังน่าสนใจในตลาดไทย โดยมีคนไทยเลือกเสริมดวงวิธีนี้กว่า 34%
TODAY Bizview
อัพเดต 31 ม.ค. 2568 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 03.22 น. • workpointTODAYมีข้อมูลน่าสนใจจาก ‘ดาต้าเซ็ต’ ที่ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่เพิ่งผ่านมาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดียเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า‘แก้ชงออนไลน์’ วิเคราะห์ข้อมูลผ่านเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงในสังคมออนไลน์ (Social listening) ช่วงระหว่างวันที่ 1 – 20 มกราคมที่ผ่านมา
พบว่า คนไทยเชื้อสายจีนยังให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้า และไหว้บรรพบุรุษ แต่มีพฤติกรรมนึ่งที่เกิดขึ้นใหม่ คนไทยเลือกที่จะทำบุญเสริมดวงชะตาทางออนไลน์ มองว่าบางทีอาจจะไม่ต้องไปทำถึงที่ หรือทำพิธีแบบดั้งเดิมก็ได้
โดยเป็นการทำบุญเพื่อจุดประสงค์หลายอย่าง เช่น ทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคล และแก้เคล็ดเสริมดวงในปีชง ซึ่งเป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์จีนที่มีมายาวนาน
จากข้อมูลในโซเชียลมีเดียพบว่า ปัจจุบันในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน คนไทยเริ่มสนใจบริการ‘แก้ชงออนไลน์’ เพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จาก engagement การแก้ชงผ่านช่องทางออนไลน์ ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างช่วงที่เก็บข้อมูลล่าสุดมีมากถึง 34%
ส่วนการแก้ชงที่วัดแบบดั้งเดิมยังมากกว่าราว 66% แต่ก็มองว่า โอกาสที่การแก้ชงแบบออนไลน์จะเพิ่มสัดส่วนขึ้นอีกในอนาคต
ปัจจุบันมีธุรกิจและบริการเกิดใหม่ที่น่าสนใจ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการทำบุญและการแก้ชงที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน โดยวัดเองก็หันมาให้บริการออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นการให้บริการเหมือนกับที่เราไปวัดเกือบทุกอย่าง
มีการเปิดให้บริการแพลตฟอร์มทำบุญออนไลน์มากขึ้น โดยการร่วมมือกับวัดและศาลเจ้า อย่างเช่น
1.บริการทำบุญสร้างกุศล (แก้ชง) กับทางวัดโดยตรงผ่านระบบออนไลน์ ทาง LINE @lengnoeiyionline (เล่งเน่ยยี่ออนไลน์)
2.ศรัทธา.online: ธุรกิจให้บริการ รับขอพร แก้บน แก้ชงออนไลน์ ผ่าน Line Chatbot เพื่อตอบโจทย์ผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่มีเวลาว่าง เดินทางลำบาก และรู้สึกกังวลใจ เมื่อพรที่ขอไว้เป็นจริงแต่ไม่ได้กลับไปแก้
3.บริการแก้ชงออนไลน์ผ่าน Zipevent : ผู้มีจิตศรัทธาสามารถเข้าร่วมทำพิธีผ่านทางออนไลน์ (Virtual Event) ณ ศาลเจ้าท่งเฮงตั๊ว ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
นอกจากนี้ ดาตาเซ็ต ยังให้ข้อมูล 5 สถานที่แก้ชงยอดนิยมในโซเชียล ดังนี้
- วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.
- วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
- ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กทม.
- วัดโพธิ์แมนคุณาราม เขตยานนาวา กทม.
- วัดหัวลำโพง เขตบางรัก กทม.
พฤติกรรมคนไทยในช่วงวันตรุษจีนที่ผ่านมามีบางจุดที่เปลี่ยนไปและมีความน่าสนใจต่อการวิเคราะห์ตลาดในอนาคต นั่นก็คือ ‘พฤติกรรมการจับจ่ายเลือกซื้ออาหารไหว้เจ้า’ ที่ยุคสมัยนี้ เลือกวิธีการซื้อ ‘อาหารและขนมพร้อมทาน’ มากที่สุด 63% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกในการไหว้เจ้าในรูปแบบที่พร้อมใช้
ตามด้วยการเลือกซื้อ ‘เซ็ตเมนูหรือชุดอาหาร’ ประมาณ 27% ซึ่งก็ยังอยู่ในกลุ่มเป้าหมายเพื่อลูกค้าที่มองหาความสะดวกสบายและประหยัดเวลาจากอาหารที่พร้อมทาน
และ 10% ที่เลือกซื้อวัตถุดิบทำอาหารเอง ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนอย่างชัดเจน
สิ่งที่นักการตลาดควรต่อยอดจากข้อมูลนี้ เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ตัวอย่างในช่วงวันตรุษจีนคือ ‘การโปรโมต/การประชาสัมพันธ์’ สำหรับ ‘เซ็ตเมนูหรือชุดอาหาร’ กลับกลายเป็นสิ่งที่นักการตลาดมองว่าสำคัญและทุ่มเงินและเวลาในการโปรโมตมากที่สุดถึง 68% อาจคิดได้ว่า สิ่งที่คิดไม่ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นจริง
ดังนั้น เทศกาลหรืออีเวนต์ในวันสำคัญครั้งหน้า มองว่าเหล่านักการตลาดและธุรกิจอาจจะใส่ใจกับการใช้ข้อมูล และนำมาวิเคราะห์ต่อเพื่อประกอบกับวิธีการจัดแคมเปญ หรือ โปรโมชั่นได้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดซื้อที่เกิดขึ้นจริงกับเรียลดีมานด์นั่นเอง