โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ฉันเกิดใหม่กลายเป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค70(จบ)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 04.18 น. • เฟยเทียน
หรูฟู่ซิง อินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยวไม่รู้เลยว่าการมายังหมู่บ้านแห่งหุบเขาชื่อดัง กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของตนไปตลอดกาล จากหญิงสาวสวยมีความสามารถ จู่ ๆ ก็ต้องมากลายเป็นเด็กทารกตัวน้อยท่ามกลางป่าใหญ่

ข้อมูลเบื้องต้น

ชี้แจงก่อนเข้าเรื่อง

นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อบุคคลรวมถึงเหตุการณ์และสถานที่ล้วนเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องสมมุติทั้งสิ้นทั้งนี้ขอผู้อ่านโปรดอ่านเพื่อความบันเทิงค่ะ

ด้วยรัก

เฟยเทียน

ขอความเมตตาทุกท่านได้โปรดเอ็นดูเซียวเค่ออ้ายกับเป่าเอ๋อร์ด้วยนะคะ

เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นเด็กทารก

หรูฟู่ซิงอินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยวไม่รู้เลยว่าการ มายังหมู่บ้านแห่งหุบเขาชื่อดังกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของตนไปตลอดกาล ในขณะที่เจ้าตัวกำลังชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามริมหน้าผาก็ได้ปรากฏการณ์ประหลาดทำให้หญิงสาวก้าวเท้าพลาดจึงเป็นเหตุให้ร่างของเธอร่วงสู่หุบเหวเบื้องล่างทันที

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างยาวนานทว่ากลับไม่มีใครได้ยินและแม้กระทั่งแสงสว่างจ้าที่จู่ ๆ ก็ปรากฏออกมาก็ไม่มีใครเห็นเช่นกัน ภายในป่าอันมืดมิดแห่งหนึ่งท่ามกลางสายตาของสัตว์ร้ายที่กำลังออกหาอาหารในยามราตรี ฉับพลันก็มีแสงเจิดจ้าครอบคลุมต้นไผ่กอใหญ่กอหนึ่งก่อนที่สัตว์ป่าเหล่านั้นจะล่าถอยไป

ภายในห่อผ้านั้นมีร่างของเด็กทารกเพศหญิงผิวกายของนางขาวราวกับไข่ปอกใบหน้าของเจ้าตัวสงบนิ่งแสดงว่าเด็กน้อยกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา กลิ่นกายของนางทำให้สัตว์ป่าเกิดความตะกละ

ในขณะที่สัตว์ร้ายกำลังย่างเท้ามาทางห่อผ้าอย่างมาดร้ายฉับพลันพวกมันเหล่านั้นก็ต่างกระเจิดกระเจิงรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจนชนกันเองราวกับว่าห่อผ้านี้มีความอันตรายซ่อนอยู่

‘ข้าจะต้องปกป้องเจ้านายให้ดี’ เสียงลึกลับดังขึ้น

หลังจากความมืดผ่านพ้นก็เป็นแสงสว่างรำไรของเช้าวันใหม่เข้ามาแทนที่แต่กว่าแสงเงินแสงทองจะเริ่มจับขอบฟ้าก็เลยเวลาอรุณแรกไปถึงหนึ่งชั่วโมง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะช่วงนี้เป็นฤดูหนาวดังนั้นกว่าแสงแรกของวันจะโผล่พ้นทิวเขาจึงค่อนข้างช้ากว่าเวลาปกติ

หรูฟู่ซิง ผู้ยังไม่รู้ว่าตัวเองได้กลายเป็นเด็กทารกกำลังหลับใหลด้วยความเหนื่อยระคนอ่อนเพลีย

‘เจ้านายตื่น!’ น้ำเสียงของเด็กน้อยทำให้หรูฟู่ซิง คิดว่าตัวเองหูฝาดจนกระทั่งได้ยินอีกครั้ง

‘เจ้านายรีบตื่น หากไม่ตื่นจะแย่เอานะ’ น้ำเสียงเล็ก ๆ นี้ดูร้อนใจเป็นอย่างมาก

“แอ้!” (ตื่นแล้ว) “แอ้ แอ้ อ๊ะ!” เสียงที่เปล่งออกมาหาใช่คำพูดของเจ้าตัว (เกิดอะไรขึ้น ฉันเป็นอะไร แล้วเสียงที่ได้ยินเป็นใคร) หล่อนคิดอย่างหวาดกลัวก่อนจะเริ่มปวดศีรษะ

ความทรงจำก่อนหน้าถาโถมเข้ามา (ฉันตายแล้ว) น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่รู้เลยว่าเสียงของตนที่เป็นเพียงเด็กทารกกำลังดังลั่นออกไปไกลทั่วทั้งผืนป่า

‘เจ้านาย อย่าร้อง’ เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวของหรูฟู่ซิ่ง จึงทำให้หญิงสาวในร่างของเด็กทารกรู้สึกตื่นตระหนกเธอพยายามเหลียวซ้ายแลขวาแต่ก็จนใจทั้งนี้เป็นเพราะกล้ามเนื้อคอของเธอยังไม่อาจทำได้ดั่งใจหมาย

(ฮือ ๆ ฉันกลายเป็นคนพิการไปแล้ว) เจ้าตัวคิดอย่างฟุ่งซ่าน

‘เจ้านาย คุณเงียบก่อน หากคุณยังร้องไห้ต่อไป ระวังจะเรียกสัตว์ร้ายมานะ’ เสียงลึกลับเอ่ยเตือนอย่างหวังดี

เหมือนว่าคำพูดนี้ของเสียงลึกลับจะได้ผล หรูฟู่ซิงหยุดเสียงร้องของตนลงราวสั่งได้

“คุณเป็นใคร อยู่ที่ไหนฉันตายไปแล้วไม่ใช่หรือ ที่นี่คือนรกหรือว่าสวรรค์กัน” คำพูดของเธอเจือเสียงสะอื้น

‘ผมไม่ใช่ทั้งนรกและสวรรค์ แต่ผมเป็นระบบ’

“ระบบ ระบบอะไรตกลงเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่” หรูฟู่ซิง ส่งเสียงเป็นภาษาทารกออกมาถึงจะเป็นอย่างนี้ทว่าเธอกลับสื่อสารกับระบบได้อย่างเข้าใจ

‘เจ้านายทำเพียงแค่คิดก็ได้ ไม่ต้องส่งเสียงไม่อย่างนั้นเจ้านายจะไม่ปลอดภัยนะ’ เสียงลึกลับที่เรียกตัวเองว่าระบบกล่าวเตือนอีกคำรบ

‘ก็ได้ ว่าแต่เธอมาอยู่กับฉันได้ยังไง’ ตอนนี้หรูฟู่ซิง เริ่มเข้าใจสถานการณ์ของตนแล้วเพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่าตอนนี้จากร่างกายสวยงามของสาวน้อยวัยยี่สิบกว่าปีได้กลายมาเป็นเด็กทารกตัวจ้อย

‘เจ้านายผมเจอกับคุณด้วยความบังเอิญทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดของช่วงเวลาจึงทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายเพราะความผิดพลาดนี้ ดังนั้นทางศูนย์ใหญ่ของผมจึงได้ให้ผมทำสิ่งต้องห้ามคือการใช้ไทม์แมชชีนย้อนเวลา เพียงแต่….เพียงแต่เครื่องย้อนเวลายังอยู่ในขั้นตอนทดลองดังนั้นร่างของคุณจึงตัวหดอีกทั้งยังต้องมาอยู่ในยุคอื่น’ คำตอบของเสียงลึกลับทำให้หรูฟู่ซิงตัวชาวาบ

‘เธอพูดให้ชัดเจน อะไรที่ว่าตัวหด อะไรคือยุคอื่น’ เสียงของเจ้าตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุม

จากทว่าในตอนแรกที่คิดว่าตัวเองตายแล้วจากการตกเขากลับกลายเป็นว่าเธอยังไม่ตายเพียงแต่สิ่งที่รับรู้ใหม่นี้กลับทำให้หญิงสาวรู้สึกช็อกยิ่งกว่า

‘คือว่าตอนนี้เจ้านายกลายเป็นเด็กทารกอายุไม่น่าจะเกินสามเดือน และยุคนี้เท่าที่ผมลองตรวจสอบปรากฏว่าคือปี1970ของประเทศซีครับ’ จบคำพูดนี้ของระบบ สติของหรูฟู่ซิงก็ดับลง

‘เจ้านาย!!’ เสียงลึกลับเล็ก ๆ รีบตะโกนเรียกหญิงสาวในรูปลักษณ์ของเด็กทารกอย่างตกใจ

ในระหว่างที่หรูฟู่ซิงสลบเพราะความตกใจที่ได้รับ ระบบก็คอยกางอาณาเขตปกป้องเด็กน้อยเอาไว้ด้วย เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมงในที่สุดเด็กน้อยก็เปิดเปลือกตาของตนขึ้นดวงตากลมโตบริสุทธิ์ดุจน้ำค้างยามเช้าทำให้ระบบผู้เฝ้าดูรู้สึกทั้งสงสารและเห็นใจต่อโชคชะตาของเธอเป็นอย่างมาก

‘เจ้านายไม่ต้องกลัวนะ ผมจะปกป้องคุณเอง’

‘ฉันยังไม่ตื่นจากฝันอีกเหรอ’ หรูฟู่ซิงกล่าวเสียงเครือ

‘เจ้านายอย่าร้อง’ ‘จะไม่ให้ฉันร้องไห้ได้ยังไงปีนี้ฉันเพิ่งจะอายุยี่สิบห้าเองนะ ยังเที่ยวไม่ทั่วก็ต้องมาอยู่ผิดยุค นายจะให้ฉันอยู่ที่นี่ได้ยังไงอีกทั้งตอนนี้ยังกลายเป็นเด็กทารกอีก ยุคนี้ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าโหดร้ายมากขนาดไหน จบเห่แล้วชีวิตฉัน’ หรูฟู่ซิงคร่ำครวญ

‘เจ้านายมีผมอยู่ เจ้านายไม่ต้องกลัว’

‘ไม่ต้องกลัวได้จริงเหรอ นายเป็นระบบอยู่ในหัวของฉัน ส่วนฉันร่างกายเป็นเพียงเด็กแบเบาะ’ คำพูดของหรูฟู่ซิงทำให้ระบบเกิดความเงียบ หรูฟู่ซิงนิ่งตรึกตรองก่อนที่จะเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบชวนน่าอึดอัดนี้

‘ก่อนอื่นหากเราจะอยู่รอดนั่นคือต้องหาคนมาเลี้ยงฉันก่อน แต่ในยุคนี้ผู้คนต่างอดยากถึงขนาดแทะรากไม้ นายคิดว่าจะอยากมีคนรับเลี้ยงเด็กที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดตัวเองไหม หรือถึงมีแต่ในยุคที่ยึดถือผู้ชายเป็นใหญ่ฉันซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงคงไม่แคล้วถูกเลี้ยงเหมือนทาสอย่างแน่นอน’ คำพูดของหรูฟู่ซิงทำให้ระบบเริ่มประมวลผล อย่างรวดเร็ว

‘เจ้านายขอแค่มีคนรับเลี้ยงคุณก็พอใช่ไหม’

‘ไม่พอ! หากว่าฉันเจอพวกค้ามนุษย์ล่ะ ฉันคิดว่าพอโตขึ้นมาหน่อยคงได้ถูกขายราวกับไม่ใช่คน’ หรูฟู่ซิงแย้งทันควัน

‘เจ้านายไม่ต้องกังวล ผมจะตรวจสอบคนในหมู่บ้านรวมถึงละแวกนี้ให้ดี ว่าแต่เจ้านายคุณต้องการเลือกคนที่ฐานะด้วยหรือเปล่า’

‘เรื่องฐานะไม่จำเป็นเพราะหากฉันไปอยู่กับคนรวยแต่ทว่านิสัยแย่ฉันก็ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น ดังนั้นนายเลือกเอาคนที่นิสัยเถอะ ตรวจสอบให้ละเอียดอย่าให้ผิดพลาด’

‘เจ้านายวางใจได้เลย ผมจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด’ ระบบตอบรับด้วยความมั่นใจ

ส่วนหรูฟู่ซิงในร่างของเด็กทารกนั้น ในตอนนี้เจ้าตัวคล้ายกับรู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างมากถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่หลังจากปลงตก (ในเมื่อยังมีชีวิตอีกทั้งยังมีระบบพ่วงเข้ามาด้วย ถ้าอย่างนั้นก็จงใช้ชีวิตใหม่นี้ให้ดีก็แล้วกัน แต่ทว่าก่อนอื่นนั้นคงต้องอยู่ที่ระบบแล้วล่ะว่าจะเจอครอบครัวที่มีน้ำใจกับเธอหรือเปล่า) เจ้าตัวได้แต่คิดอย่างคาดหวัง

หนึ่งชั่วโมงถัดมา ‘เจ้านายผมเจอครอบครัวที่คิดว่าเหมาะสม สามครอบครัวล่ะ เจ้านายจะลองฟังดูไหม’

‘ได้ เธอลองพูดมา’

‘ครอบครัวแรกเป็นครอบครัวจางครอบครัวนี้มีบุตรชายทั้งหมดสามคนแต่ละคนต่างแต่งงานกันหมดแล้ว ฐานะนับว่าไม่แย่เพียงแต่ผู้นำครอบครัวค่อนข้างตระหนี่ เขาต้องการเด็กผู้หญิง’

‘ตัดทิ้งไป คนตระหนี่ขืนอยู่ด้วยในอนาคตหากเกิดอะไรขึ้นรับรองเขาขายฉันทิ้งอย่างไม่ลังเลแน่’ หรูฟู่ซิง ตอบปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิด หลังจากฟังจบ

‘ได้ ถ้าอย่างนั้นเป็นครอบครัวที่สอง ครอบครัวนี้เป็นคนมีฐานะปานกลางมีลูกชายสองคน สะใภ้แต่ละคนยังไม่มีใครท้องดังนั้นจึงต้องการหาเด็กมาเลี้ยงเพียงแต่แม่สามีค่อนข้างจุกจิกจู้จี้’

‘ตัดทิ้ง รีบ ๆ ตัดทิ้งเลย หากฉันถูกรับไปเลี้ยงนะไม่แน่ว่าพอมีคนตั้งครรภ์ขึ้นมาฉันคนนี้ได้กลายเป็นลูกชังแน่ อีกทั้งงานบ้านทั้งหมดคงตกอยู่กับฉันทั้งหมดด้วย’

เมื่อระบบฟัง เจ้าตัวก็เห็นพ้องดังนั้นจึงได้กล่าวถึงครอบครัวสุดท้ายออกมา

‘ตกลง ถ้าอย่างนั้นก็ครอบครัวหรูก็แล้วกัน’

‘เดี๋ยวนะ แซ่หรูอย่างนั้นหรือก็เหมือนกับฉันเลยนี่’ หรูฟู่ซิงเอ่ยขัดโดยที่ระบบยังพูดไม่ทันจบ

‘ครับ แต่ว่าเจ้านายครอบครัวนี้ค่อนข้างน่าสงสารมาก ทั้งฐานะยากจนและคนในครอบครัวมีทั้งป่วยและพิการ’หรูฟู่ซิงรู้สึกว่าชะตาชีวิตในชาตินี้ของตนเหตุใดช่างอาภัพมากกว่าชาติก่อนกัน

‘เธอลองพูดมาก่อน’

‘ครอบครัวนี้มีสมาชิกอยู่ทั้งหมดสี่คน หญิงวัยกลางคนมีลูกชายคนเดียวอายุยี่สิบห้าปีเขาเคยเป็นทหาร แต่ต่อมาได้รับบาดเจ็บทำให้กลายเป็นคนพิการเดินไม่สะดวกแม้จะได้รับเงินตอบแทนแต่ก็ถูกคนเอารัดเอาเปรียบจนตอนนี้แทบไม่เหลือแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ เขาแต่งงานแล้ว ซึ่งภรรยาเป็นคนที่ผู้เป็นแม่ช่วยชีวิตไว้จากพวกค้ามนุษย์ด้วยความบังเอิญและหญิงสาวคนนี้จำไม่ได้ว่าครอบครัวของตัวเองอยู่ที่ไหนดังนั้นจึงได้ขออาศัยอยู่กับผู้มีพระคุณเพื่อตอบแทน แต่ยุคนี้เจ้านายก็รู้ว่าปากของชาวบ้านนั้นน่ากลัวมากเพียงใดพวกเขาต่างพากันเอาหญิงสาวไปพูดคุยกันสนุกสนานทำให้หญิงสาวตัดสินใจแต่งงานกับลูกชายพิการของหญิงวัยกลางคนเมื่อสามปีก่อน ตอนนี้จึงมีลูกชายตัวน้อยหนึ่งคน สถานะครอบครัวลำบากมากเพราะแม่สามีเกิดเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังจากการทำงานหนัก ถึงจะเป็นอย่างนี้ทว่าหญิงวัยกลางคนก็ไม่เคยเอาเปรียบลูกสะใภ้อีกทั้งยังช่วยหล่อนทำงานทุกอย่างด้วย’

น้ำตาของหรูฟู่ซิงไหลพรากหลังได้รับฟังข้อมูลของครอบครัวนี้ ‘ระบบ นายมียาหรือของล้ำค่าอะไรบ้างไหม’

‘คุณอยากช่วยพวกเขา’

‘ใช่ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่รับเลี้ยงฉันก็ตาม แต่ว่าหากปล่อยครอบครัวนี้ให้เผชิญความทุกข์ยาก ฉันรู้สึกว่าโลกช่างไม่ยุติธรรมกับเขาเพราะการที่ชายหนุ่มคนนั้นต้องกลายมาเป็นคนพิการก็เพราะไปรับใช้ชาติมิใช่หรือ อย่างนี้ก็นับได้ว่าเขาเป็นวีรบุรุษแต่ทำไมเขาจะต้องอยู่อย่างอดสูแบบนี้ด้วยล่ะ’ เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กทารกน้อยได้ดังไปไกลจนกระทั่งเข้าหูของหญิงสาวกับบุตรชายคู่หนึ่ง

“แม่ ผมได้ยินเสียงร้องไห้” เสียงพูดไม่ชัดของบุตรชายทำให้จ้าวเหยาตั้งใจฟัง “แม่ก็ได้ยิน พวกเราจะไปดูดีไหม”

“แม่ไปเถอะ พ่อเคยบอกว่าแม้ว่าพวกเราจะยากจนแต่หากเมื่อไหร่เจอคนตกทุกข์ได้ยาก หากช่วยเหลือได้ก็จงทำให้สุดความสามารถ” เด็กชายตัวผอมยืดอกพูดในสิ่งที่ผู้เป็นพ่อคอยพร่ำสอนไม่ตกหล่นแม้ว่าจะไม่ค่อยชัดนักก็ตามทว่าคนเป็นแม่ก็เข้าใจในสิ่งที่เขากล่าว

“ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปดูกัน แต่ว่าควรชวนพ่อของลูกไปด้วย”

“ครับ” น้ำเสียงพูดไม่ชัดของเจ้าตัวตอบรับอย่างเชื่อฟัง

##### สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกท่านเฟยเทียนขอเปิดเรื่องใหม่กับผลงานยุค 70 นะคะเรื่องนี้จะชวนน่ารักน่าหยิกแบบไหนนั้นขอทุกท่านได้โปรดติดตามไปพร้อม ๆ กันนะคะ ขอความเมตตาเอ็นดูเซียวเค่ออ้ายกับเป่าเอ๋อร์ด้วยนะคะ กราบงาม ๆ

ครอบครัว

สองแม่ลูกจูงมือกันรีบเดินไปทางชายหนุ่มสวมเสื้อแขนยาวสีเขียวขี้ม้าที่กำลังเก็บฟืนอยู่ห่างออกไป

“สามี ฉันกับลูกต้องการให้คุณเดินไปกับพวกเราค่ะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของคนเป็นภรรยาทำให้หรูจื่อหันมามองเธอด้วยสีหน้าสงสัย

“ไปไหนหรือครับ” เขาถามพลางเก็บฟืนใส่ลงในกระบุงของตน

“พ่อฮับ ผมได้ยินเสียงร้องมาจากทางป่าไผ่” เด็กชายชี้นิ้วไปทางป่าไผ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากที่พวกเขายืนอยู่

“ป่าไผ่ เสียงร้อง เสียงนั้นดังแบบไหนเหรอ”

“ฉันลองตั้งใจฟังดูแล้วคล้ายกับเสียงร้องของเด็กทารกเลยค่ะ” คำตอบของภรรยาได้เรียกความตกใจให้กับอดีตทหารหนุ่มไม่น้อย

“ยังมีคนกล้าเอาเด็กมาทิ้งอีกอย่างนั้นเหรอ ไปเถอะ พวกเรารีบไปดูกันหากชักช้าเด็กอาจจะไม่รอด” แม้ว่าการก้าวเดินของเขาจะค่อนข้างลำบากกระนั้นเจ้าตัวก็ยังเดินขโยกเขยกได้ไวกว่าลูกเมีย

‘เจ้านายกำลังมีคนมา’ ระบบส่งเสียงเตือนเจ้านายตัวน้อยที่กำลังพยายามหันซ้ายหันขวา

‘เขามาดีหรือมาร้าย’ หรูฟู่ซิง รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาครามครัน

‘เป็นครอบครัวหรูที่ผมเคยเล่าให้เจ้านายฟังครับ’ คำตอบของระบบนำพาความโล่งใจมาให้หญิงสาวในรูปลักษณ์ของเด็กทารกเป็นอย่างมาก

‘ฮูว์! ค่อยยังชั่วหน่อยฉันนึกว่าจะเป็นคนไม่ดีซะอีก ระบบว่าแต่เรื่องยานายมีไหม’

หรูฟู่ซิง ระบายลมหายใจออกมาพลางถามถึงเรื่องก่อนหน้า ‘มีครับ แต่ว่าเจ้านาย คือว่าเอ่อ สินค้าในระบบค่อนข้างมีราคาดังนั้นเกรงว่าในตอนนี้เจ้านายยังไม่อาจซื้อได้’ ระบบกล่าวเสียงอ่อย

“แอ๊!” (อะไรนะ) หรูฟู่ซิงส่งเสียงดังออกมาอย่างลืมตัว

สามพ่อแม่ลูกเมื่อได้ยินเสียงร้องนี้พวกเขาต่างก็เร่งฝีเท้าของตน “ไม่ผิดแน่ เป็นเสียงร้องของเด็กจริง ๆ” หรูจื่อพูดขึ้นในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ใช้ไม้ค้ำรีบเดินไปตามเสียงที่ได้ยินโดยมีลูกชายและภรรยาเดินตามหลัง

“สามี คุณเดินช้าลงหน่อยหากหกล้มขึ้นมาจะลำบากนะคะ” เสียงของภรรยาสาวหาได้หยุดการก้าวเท้าของชายหนุ่มแต่อย่างใด

“ผมไม่เป็นไร แต่คุณกับเสี่ยวเฉินช้าลงหน่อย ลูกชายของเรายังเล็ก” คนเป็นสามีตอบกลับเมื่อหันมาเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของบุตรชายแดงก่ำ

“ฉันจะแบกเขาขึ้นหลังค่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับนั่งยองหันหลังให้บุตรชาย “แม่จะหนัก” เขาลังเล

“ไม่หนักจ้ะ ลูกแม่ตัวเล็กนิดเดียวผอมบางขนาดนี้จะหนักได้ยังไง” เมื่อคนเป็นแม่ยืนยันเช่นนี้เจ้าตัวเล็กจึงได้ยอมแนบหน้าอกของตนลงกับแผ่นหลังของมารดา

ทางด้านหนึ่งเด็กกับระบบ

‘เจ้านายใจเย็น’

‘เหอะ! เย็นได้เหรอ ฉันตัวแค่นี้ต้องรอเมื่อไหร่กันถึงจะหาเงินได้’ หรูฟู่ซิงอยากจะร้องไห้

(ไหนล่ะมิติ ในล่ะของในระบบที่สามารถซื้อหาได้ ทำไมการย้อนยุคของฉันต้องซวยขนาดนี้ด้วย) เจ้าตัวคิดด้วยความคับแค้น

จึงทำให้ร่างกายของเธอหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเงียบงัน ‘เจ้านาย สินค้าที่ทางศูนย์ใหญ่ของผมต้องการนั้นคนในยุคนี้กลับมองว่าไร้ค่านะครับ’ คำพูดของระบบได้เข้าหูของเด็กน้อยทันที

‘หมายความว่าของที่เกี่ยวข้องกับสี่เก่าใช่ไหม’ หรูฟู่ซิง ถามขึ้นอย่างมีความหวัง

เพราะเท่าที่เธอรู้มาในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมนั้นมีการเผาทำลายสิ่งของรวมถึงตำราที่สื่อถึงการเกี่ยวข้องกับสี่เก่า[1]เป็นจำนวนมากมายอีกทั้งมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกทิ้งราวขยะ

‘เจ้านายเข้าใจได้ถูกต้องแล้วครับ ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะชำรุดมากแค่ไหนก็ตามก็สามารถขายได้ทั้งหมดหรือว่าจะแลกเปลี่ยนเป็นของกิน ของใช้ก็ได้อีกเหมือนกัน’ ข้อเสนอของระบบฟังดูเย้ายวนใจไม่น้อย

‘เฮ้อ! ถึงจะเป็นอย่างที่เธอว่ามาก็เถอะแต่ตอนนี้ฉันเป็นเด็กทารกนะ ฉันจะไปเอาของเหล่านั้นมาได้จากไหนกัน’ หรูฟู่ซิง กล่าวเสียงเศร้า

‘เจ้านายทำไม่ได้ แต่ว่าครอบครัวของเจ้านายทำได้นี่ครับ’

‘ครอบครัว ระบบเธอลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ฉันเป็นเพียงเด็กถูกทอดทิ้งนะ จะไปมีครอบครัวได้ยังไง’ เมื่อถูกระบบจี้ใจดำหรูฟู่ซิงก็ได้แผดเสียงร้องไห้ของตนดังลั่นไปทั้งป่าไผ่แห่งนี้

สามคนพ่อแม่ลูกเพิ่งจะเดินมาถึง พวกเขาก็มองไปยังห่อผ้าสีขาวหม่นที่อยู่ภายใต้กอไผ่พร้อมกัน

“ตรงนั้นฮับ” นิ้วเล็ก ๆ ของบุตรชายชี้ไปยังสิ่งที่เห็นทันที

หรูจื่อเดินโดยใช้ไม้ค้ำไปทางห่อผ้านั้นด้วยความร้อนใจ (หวังว่าเด็กยังคงปลอดภัย) เจ้าตัวภาวนาเช่นเดียวกับภรรยาสาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยก็ตาม

ใบหน้าอันหล่อเหลาของหรูจื่อชะโงกมองเด็กหญิงตัวน้อยผิวขาวในห่อผ้าด้วยความอยากรู้ก่อนที่จ้าวเหยาผู้วางบุตรชายยืนบนพื้นจะเข้ามาดูเด็กน้อยด้วย

“พ่อ แม่ น้องน่ารักมากเลย” เสียงเล็ก ๆ ของบุตรชายได้เอ่ยทำลายความเงียบออกมา

หรูฟู่ซิงรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นท่าทางของคนทั้งสามดังนั้นหล่อนจึงได้เผยรอยยิ้มออกมาทั้งปากและตาซึ่งการกระทำเช่นนี้ของเธอได้ทำให้หัวใจของทั้งสามรู้สึกละลาย

“น่ารักเหลือเกิน” คนทั้งสามต่างพูดออกมาเหมือนกัน

“แอ๊!” เสียงท้องของเด็กทารกดังขึ้นจึงทำให้หรูฟู่ซิงอับอายหล่อนจึงได้เผลอร้องออกมา

“ภรรยาผมว่าคุณอุ้มเขาขึ้นมาเถอะ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นหญิงหรือชายแต่หากให้ผมเดาคิดว่าเด็กคงเป็นหญิงไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกทิ้งเข้ามาลึกถึงเพียงนี้”

จ้าวเหยาไม่รอช้าเธอรีบเปิดห่อผ้าของเด็กน้อยออกทันที และการกระทำเช่นนี้ของเธอจึงได้ทำให้หรูฟู่ซิงตกใจเจ้าตัวจึงส่งเสียงร้องออกมาอีก

“โอ๋ ๆ ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ ต่อไปนี้ฉันจะเป็นแม่ให้หนูเอง” หญิงสาวอุ้มเด็กหญิงขึ้นแนบอกแห่กล่อมเธอดั่งเช่นที่เคยกล่อมบุตรชาย

“พ่อฮับ ต่อไปผมจะมีน้องแล้วใช่ไหม” ดวงตาใสบริสุทธิ์ของบุตรชายยังคงไม่ละไปจากใบหน้ากลมเกลี้ยงของเด็กหญิงที่อยู่ในอ้อมแขนแม่ของตน

“ใช่ครับ ต่อไปนี้เสี่ยวเฉินจะได้เป็นพี่ชายแล้ว ภรรยาครับเด็กเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” มือใหญ่ของคนเป็นพ่อลูบหัวเล็ก ๆ ของเขาพลางถามภรรยา

“คุณเดาถูกค่ะ เด็กคนนี้เป็นหญิง” น้ำเสียงของจ้าวเหยาค่อนข้างเศร้า ชะตากรรมของผู้หญิงในยุคนี้หาใช่จะอยู่สุขสบาย

“เป็นผู้หญิงก็ดีนี่ครับ ไม่ใช่ว่าคุณกับผมอยากได้ลูกสาวมาให้เสี่ยวเฉินตลอดหรอกเหรอในเมื่อฟ้าประทานเด็กคนนี้มาให้แล้วพวกเราก็เลี้ยงเขาเถอะ”

“พ่อ แม่ผมมีน้องสาวแล้วใช่ไหมฮับดีจังเลย น้องสาวพี่จะรักและดีกับเธอให้มาก ๆ เลยนะ” คำพูดอันไร้เดียงสาของเด็กน้อยนำพาความตื้นตันมาให้หรูฟู่ซิงเป็นอย่างมากเธอจึงส่งเสียงอ้อแอ้เป็นการตอบรับ

“คุณคะ ฉันรู้สึกว่าเด็กคนนี้ฉลาดมาก คุณดูสิมีเด็กทารกปกติที่ไหนหิวแล้วไม่ร้องไห้งอแงบ้าง ทว่าเด็กคนนี้ท้องร้องเสียงดังขนาดนี้หล่อนยังส่งเสียงทักทายพวกเราและยิ้มให้อีก”

“ผมเห็นด้วยกับคุณนะ ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ของหล่อนช่างใจร้ายทิ้งลูกน่ารัก ๆ ได้ลงคอ” หรูจื่อพูดไปพลางเอานิ้วของตนเขี่ยแก้มกลมอวบอิ่มของเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของภรรยา

มือน้อย ๆ ของหรูฟู่ซิงได้เอื้อมมาจับนิ้วหยาบของเขาก่อนจะส่งยิ้มออกมาอีก “เด็กดี ต่อจากนี้ฉันจะเป็นพ่อให้หนูนะ”

“น้องสาว เรียกว่าพี่ชายนะ” คำพูดของเสี่ยวเฉินได้เรียกเสียงหัวเราะจากพ่อแม่

“น้องยังเล็กลูก น้องยังพูดไม่ได้” จ้าวเหยากล่าวให้บุตรชายฟังแต่หารู้หรือไม่ว่าเด็กทั้งสองกลับสื่อสารกันได้อย่างประหลาด

‘พี่ชาย ต่อไปนี้ห้ามบอกใครนะว่าพี่ฟังฉันรู้เรื่องจนกว่าฉันจะอนุญาตตกลงไหม’

“อืม” เสี่ยวเฉินขานรับในลำคอ

“สามี แล้วคุณจะให้เธอชื่อว่าอะไรคะ”

“เรื่องนี้เอาไว้กลับถึงบ้านค่อยคิดดีไหมครับ ผมว่ารีบพาเธอออกจากป่าเถอะจากนั้นก็ต้องไปซื้อนมเอามาให้หล่อนกิน”

‘เจ้านายผมยินดีด้วยคุณได้ครอบครัวแล้ว’ เสียงเล็ก ๆ ของระบบเต็มไปด้วยความสดใส

‘อืม แต่ฉันอยากช่วยครอบครัวจังเลย จะทำยังไงดี’ เจ้าตัวเล็กทำปากขมุบขมิบมือน้อยบีบเข้าหากัน

‘เจ้านาย! เจ้านาย! เรื่องดี ๆ กำลังมาหาคุณแล้วผมเห็นสมุนไพรล้ำค่า ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะมีสิ่งนี้ฮ่า ฮ่า’

‘รีบพูด’ หรูฟู่ซิงเร่ง

[1]ในช่วง ปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution) ของจีน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 1966-1976 ภายใต้การนำของประธานเหมา เจ๋อตง (Mao Zedong) หนึ่งในแคมเปญสำคัญคือการทำลายสิ่งที่เรียกว่า "สี่เก่า" (Four Olds) หรือ "ซื่อจิ่ว" (四旧) ซึ่งประกอบไปด้วย:

ความคิดเก่า (Old Ideas): แนวคิดและปรัชญาเก่าที่สะท้อนถึงระบบสังคมก่อนการปฏิวัติ เช่น ค่านิยมทางศาสนา คำสอนขงจื๊อ หรือความเชื่อดั้งเดิมวัฒนธรรมเก่า (Old Culture): วัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสังคมใหม่ เช่น ศิลปะ วรรณกรรม และการแสดงที่สะท้อนวัฒนธรรมเก่าประเพณีเก่า (Old Customs): ประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์ เช่น พิธีการทางศาสนา งานเทศกาล หรือการแต่งกายตามแบบเก่านิสัยเก่า (Old Habits): พฤติกรรมและวิถีชีวิตที่ถูกมองว่าขัดขวางการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ เช่น การใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย การดำเนินชีวิตตามแบบชนชั้นสูง หรือวิธีการค้าขายแบบเก่า

การรณรงค์ทำลาย "สี่เก่า" นี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการปฏิวัติทางวัฒนธรรมและสังคม โดยมีการกระตุ้นให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน "เรดการ์ด" (Red Guards) ทำลายวัตถุโบราณ เผาตำรา และโจมตีบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของสี่เก่า เช่น ครู นักวิชาการ นักเขียน และนักศิลปะที่ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเก่า

ผลกระทบของการรณรงค์นี้ทำให้มรดกทางวัฒนธรรมจำนวนมากถูกทำลายไป และเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางสังคมในประวัติศาสตร์ของจีน

####มาอีกตอนกลับการคัดสรรครอบครัวให้น้องจากระบบของเรา ขอความเมตตาโปรดติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

พี่ชาย! คุณขายฉัน?

‘พี่ชาย! คุณฟังฉันนะ ให้คุณชวนพ่อแม่ไปยังหลังต้นไม้ใหญ่ตรงนั้นจากนั้นจะมีขอนไม้ผุ ๆ อยู่จำนวนมากด้านหลังของพวกมันมีเห็ดและสมุนไพรล้ำค่าอยู่’

แม้ว่าเสี่ยวเฉินจะมีอายุยังน้อยทว่าเขากลับรู้ความมากกว่าเด็กวัยเดียวกันและหลังจากได้ยินจากน้องสาวว่ามีของล้ำค่าดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง

‘น้องสาวของล้ำค่านี่แลกนมให้น้องและข้าวสารได้ไหม’

‘ได้สิ พี่ชายอีกทั้งยังจะแลกเงินได้ด้วยนะ’

ดวงตาของพี่ชายหมาดสว่างวาบ อีกทั้งไม่ต้องรอให้น้องน้อยพูดซ้ำสอง มือของเจ้าตัวที่กำลังจับมือใหญ่ของคนเป็นพ่อก็พยายามดึงพ่อของตนให้มาทางที่น้องสาวบอก

“เสี่ยวเฉิน ลูกจะพาพ่อไปไหน”

“น้องสาว บอกว่ามีสมุนไพรล้ำค่าอยู่ตรงนั้นฮับ” น้ำเสียงไม่ชัดเจนดังขึ้นทีละประโยค

“ลูกรัก น้องสาวของหนูยังพูดไม่ได้นะครับ” การสนทนาของพ่อกับลูกชายได้หยุดฝีเท้าของจ้าวเหยาให้เหลียวหลังกลับไปทางพวกเขาสลับกับใบหน้าเล็กจ้อยในห่อผ้า

(หมดกัน ๆ พี่ชายคุณขายฉันเสียแล้ว!) เจ้าตัวเล็กส่งเสียงอ้อ แอ้ตามประสาพร้อมกันนั้นดวงตากลมก็จ้องตอบแม่หมาด ๆ ของตนด้วย

“เด็กดี ลูกน่ารักเหลือเกิน” หัวใจของจ้าวเหยาอ่อนยวบ

“พ่อ ไป” เสี่ยวเฉินยังคงตื้อ เขาจะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดไม่อย่างนั้นน้องก็จะไม่มีนมกิน

“ก็ได้ ๆ แต่ลูกแน่ใจนะว่าเป็นน้องสาวบอกมา” หรูจื่อ พูดหยอกเย้าอย่างไม่คิดจริงจัง

“ฮับ พ่อไป” เจ้าตัวน้อยพยักหน้า พลางดึงมือของบิดาด้วยกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อ

“พ่อไปดูเองตรงนั้นมันรก หนูรอพ่ออยู่ตรงนี้กับแม่นะ” มือใหญ่ของหรูจื่อวางลงบนศีรษะของเขาก่อนจะใช้ไม้เท้าพาตัวเองเดินขโยกเขยกไปทางต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า

สายตาคมของชายหนุ่มกวาดดูโดยทั่วอย่างระมัดระวัง ก็ยังไม่เห็นสิ่งใด และในขณะที่เจ้าตัวกำลังจะหันกายกลับ น้ำเสียงเล็ก ๆ ของบุตรชายก็ดังขึ้นเสียก่อน

“พ่อ หลังขอนไม้ตรงนั้นฮับ” เขาพูดตามที่ได้ยินมาจากคนเป็นน้อง

(เอาเถอะลองเสี่ยงดูก็แล้วกัน) หรูจื่อคิดก่อนจะใช้ไม้ค้ำยันตีลงพื้นเพื่อหวังไล่สัตว์มีพิษก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามเดินไปทางหลังขอนไม้ผุ ๆ จำนวนมากและสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้ดวงตาต้องเบิกกว้าง

“ภรรยา! มาดูตรงนี้สิครับ” น้ำเสียงอันแตกตื่นของสามีได้ทำให้จ้าวเหยาไม่อาจรั้งรอดังนั้นหล่อนจึงได้กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางเขาด้วยความตกใจ

“สามี! เกิดอะไรขึ้น คุณเป็น..” น้ำเสียงของหญิงสาวขาดหาย

“สามี พวกเราไม่ได้ฝันใช่ไหมคะ นะ..นั่นคือเห็ดแดงไม่ใช่เหรอและยังมีเห็ดหูหนูจำนวนไม่น้อยอีกด้วย” จ้าวเหยานิ่งค้างมองภาพดอกเห็นสีแดงที่กำลังสะท้อนกับแสงแดดด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ

“ภรรยา พวกเราไม่ได้ฝันไปหรอกครับ เรามีเงินพอซื้อนมให้เจ้าตัวเล็กแล้วอีกทั้งยังเหลือพอซื้อผ้ารวมถึงข้าวสารธัญพืชที่ร้านค้าของรัฐด้วย” มือหนาหยาบกระด้างของหรูจื่อโอบไหล่บางของจ้าวเหยากล่าวเสียงสั่น

“แต่สามีคะ คุณคิดว่าพวกเราจะนำเห็ดแดงไปขายที่ไหนถึงจะเลี่ยงสายตาของผู้คน” หลังผ่านพ้นความยินดีคนทั้งคู่ก็ต้องมาหนักอกกับปัญหาที่ยากจะแก้ไข

“เรื่องนี้เอาไว้ให้ผมหาทางเอง เพียงแต่พวกเราไม่อาจขายได้คราวเดียวดังนั้นเห็นทีว่าคงจะค่อย ๆ มาเก็บและยังต้องคอยระวังคนอื่นเอาไว้ด้วยไม่อย่างนั้นหากมีคนมาพบเห็นพวกเราคงไม่อาจทำเงินจากมันได้อีก”

เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของแม่ฟังการสนทนาอย่างเข้าใจถึงสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างดี

‘เจ้านาย! ขายให้ผมรับรองว่าจะไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลังด้วย’ เสียงน้ำนมของระบบพูดขึ้น

‘ได้’

ในระหว่างที่หรูจื่อกำลังเก็บเห็ดหลินจือแดงอย่างระมัดระวังอยู่นั้น บุตรชายตัวน้อยก็ส่งเสียงในสิ่งที่ต้องทำให้พ่อกับแม่แสดงความประหลาดใจ

‘พ่อ ผมขอ’ เมื่อลูกชายอยากได้แม้ว่าของสิ่งนี้จะล้ำค่าสักปานใดก็ไม่มีความหมายเท่าคนเป็นลูก

อีกอย่างหรูจื่อคิดว่าการที่เขาพบของล้ำค่าก็เป็นเพราะผลงานของบุตรชาย ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้ยื่นเห็ดแดงให้มือน้อยของลูกอย่างไม่เสียดาย

“เสี่ยวเฉิน เด็กดีหนูห้ามเอาเข้าปากนะ” จ้าวเหยา เอ่ยเตือนอย่างเอ็นดูยามเมื่อเห็นท่าทางของบุตรชายที่กำลังมองเห็ดในมืออย่างสนใจ

(น้องสาว บอกว่าให้ลองขอมาหนึ่งดอก จากนั้นพ่อแม่จะรู้เองว่าจะต้องทำยังไง) เจ้าตัวเล็กครุ่นคิดพลางมองความว่างเปล่าในมืออย่างตื่นตระหนก “แม่! หาย”

ใบหน้าของคนตัวเล็กซีดขาวดวงตาของเจ้าตัวรื้นขึ้นหยาดน้ำกำลังคลอหน่วยเพราะคิดว่าได้ทำให้นมของน้องน้อยหายไปแล้ว

‘พี่ชาย! ไม่ต้องร้อง ฉันเอาเห็ดมาเอง’ เสียงของน้องสาวคล้ายน้ำทิพย์ปลอบประโลม

‘จริงเหรอ’

แอ้ แอ้ เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของแม่ส่งเสียงตอบพลางโบกไม้โบกมือ ฉับพลันความอัศจรรย์ก็บังเกิดเมื่อมีนมผงสามกระป๋อง ข้าวสารขาวอย่างดีถูกวางอยู่บนพื้นดิน ดวงตาของจ้าวเหยาเบิกกว้างก่อนที่หล่อนจะส่งเสียงเรียกหรูจื่อ

ผิดกลับเจ้าตัวน้อยหรูเฉินที่กำลังกระโดดโลดเต้นรอบสิ่งของเหล่านั้น “น้องสาว! น้องสาวเก่ง เก่ง”

หรูจื่อเมื่อได้เห็นสิ่งของที่จู่ ๆ ก็ปรากฏออกมาเจ้าตัวก็มีอาการไม่ต่างจากเมียรัก

‘พี่ชาย! พ่อกับแม่จะกลัวฉันไหม’ น้ำเสียงของหรูฟู่ซิงสั่นเครือ

‘เจ้านาย! อย่ากลัว พวกเขาเป็นคนดี’

‘เป๋าเอ๋อร์ เขาจะไม่คิดว่าฉันเป็นปีศาจหรอกใช่ไหม ฮือ ๆ ฉันไม่อยากถูกเผาทั้งเป็นนะ’ เสียงร้องไห้ของคนในอ้อมแขนได้เรียกสติของจ้าวเหยากับหรูจื่อ

“ภรรยา หรือว่าลูกจะหิว” หรูจื่อสันนิษฐานก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามกล่อมคนตัวเล็กอีกแรง

“พ่อ น้องกลัว”

สองสามีภรรยามองหน้ากันแล้วก็สามารถเข้าใจได้ในทันที “ไม่ต้องกลัวนะ พวกเราจะปกป้องลูกเองแต่ว่าการที่ลูกเสกของได้นี่จะต้องเก็บเป็นความลับเข้าใจไหมครับ” หรูจื่อคิดว่าเจ้าตัวเล็กย่อมเข้าใจที่ตนพูด

และดูเหมือนว่าความคิดของเขาจะคิดถูกเพราะหรูฟู่ซิงได้หยุดเสียงของตนลงคงเหลือเพียงเสียงสะอื้นเล็กน้อยกับดวงตาวาวฉ่ำน้ำ

เมื่อหรูฟู่ซิงหยุดร้องไห้ จ้าวเหยาก็รีบวางห่อผ้าของเด็กน้อยลงข้างบุตรชายของตน

“เสี่ยวเฉินเรื่องของน้องสาว ลูกห้ามบอกใครนะไม่อย่างนั้นน้องจะเป็นอันตราย” คำพูดยาก ๆ เช่นนี้หญิงสาวก็ไม่รู้ว่าลูกจะฟังเข้าใจหรือไม่ดังนั้นหล่อนจึงได้เปลี่ยนคำพูดใหม่

“ลูกห้ามบอกใครเรื่องน้องสาว ไม่อย่างนั้นจะมีคนมาจับน้องไปเข้าใจไหม” คราวนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กจะเข้าใจดังนั้นเขาจึงพยักหน้าอีกทั้งยังเอามือโอบห่อผ้าของน้องน้อยเอาไว้ราวปกป้องอีกด้วย

จ้าวเหยาได้นำสิ่งของทั้งหมดใส่ลงในตะกร้า ส่วนหรูจื่อก็จัดการเก็บเห็ดทั้งหมดเช่นกันเพราะเขาเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องเกี่ยวข้องกับเห็ดแดงอย่างแน่นอน

โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าเห็ดที่เขาเก็บมาที่นอนนิ่งอยู่ในกระบุงสานด้านหลังได้ถูกเป๋าเอ๋อร์กวาดเข้ามิติไปแล้วทั้งหมด

‘เป๋าเอ๋อร์ เก็บเอาไว้ก่อนยาเพิ่งขายนะ ฉันอยากแลกเป็นยาให้ย่าแต่ขอดูนิสัยใจคอของเธอก่อน’

‘ได้เลย เจ้านาย’ เสียงน้ำนมของระบบตอบรับอย่างเชื่อฟัง หากหรูฟู่ซิงฟังให้ดีจะรู้ได้ว่าน้ำเสียงของเป๋าเอ๋อร์นั้นเต็มไปด้วยความสดใสระคนยินดี

#### ไม่บอก เท่ากับบอก 55 โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ได้โปรดเอ็นดูเด็ก ๆ กันด้วยนะคะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...