โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักบรรพชีวินวิทยา พบ ‘รอยเท้าไดโนเสาร์’ 200 รอย ที่อยู่มาตั้งแต่ 166 ล้านปีก่อน

The MATTER

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 09.03 น. • Brief

แน่นอนว่าไม่มีมนุษย์คนไหนเคยได้เจอ ‘ไดโนเสาร์’ ตัวจริง และรู้จักพวกมันเพียงในฐานะสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่อยู่บนโลกนี้มาก่อนเรา แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น ทำให้การศึกษาทำความเข้าใจเรื่องของพวกมันลึกซึ้งขึ้น จนเราอาจจะมีโอกาสได้รู้จักกับพวกไดโนเสาร์มากขึ้นแล้ว

ล่าสุดที่ Dewars Farm Quarry ในอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ นักบรรพชีวินวิทยาได้ศึกษารอยเท้าไดโนเสาร์มากกว่า 200 รอย โดยรอยเท้าที่ยาวที่สุด มันยาวมากกว่า 150 เมตร ด้วยจำนวนมากขนาดนี้ ทำให้นักบรรพชีวินวิทยาเรียกเส้นทางนี้ว่า ‘ทางหลวงไดโนเสาร์’ โดยรอยเหล่านี้ อยู่มาเนิ่นนานตั้งแต่ยุคจูราสสิก หรือเมื่อประมาณ 166 ล้านปีก่อน

คาดว่ารอยเท้านี้ เป็นของพวกไดโนเสาร์ที่ผสมกันทั้งสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเซติโอซอรัสและเมกาโลซอรัส ซึ่งถ้าหากนึกภาพกันไม่ออก เจ้าเมกาโลซอรัสนั้น เป็นไดโนเสาร์ที่มีลักษณะเหมือน ‘ทีเร็กซ์’ ที่เราคุ้นเคยกัน

และถ้าถามว่าพวกมันเก่าแก่แค่ไหน เมกาโลซอรัส ยังเป็นไดโนเสาร์ตัวแรกที่ได้รับการตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ โดยชื่อของมันมีมาก่อนที่โลกจะมีการนิยามคำว่าไดโนเสาร์เสียด้วยซ้ำ

“รอยเท้าเหล่านี้เปิดโลกทัศน์อันน่าทึ่งให้เราเห็นภาพชีวิตของไดโนเสาร์ เผยให้เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ปฏิสัมพันธ์ และสภาพแวดล้อมในเขตร้อนที่ไดโนเสาร์อาศัยอยู่” ศาสตราจารย์เคิร์สตี้ เอ็ดการ์ (Kirsty Edgar) จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมกล่าวในแถลงการณ์

ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้สามารถวิเคราะห์เส้นทางที่เต็มไปด้วยรอยเท้านี้ได้อย่างลึกซึ้ง คือเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยบันทึกรอยเท้า และรวบรวมรายละเอียดได้มากกว่าที่เคยทำได้มาก่อน โดยทีมงานได้ถ่ายรูปรอยเท้าไดโนเสาร์กว่า 20,000 ภาพระหว่างการขุดค้น ทำให้สามารถทำแผนที่รอยเท้าไดโนเสาร์ได้ครบถ้วนจากทุกมุมที่เป็นไปได้

วิธีการนี้ เป็นวิธีการบันทึกและรักษาข้อมูลที่มีความละเอียดและแม่นยำมาก จนถึงขั้นที่สามารถเปิดเผยลักษณะเฉพาะของโคลนที่เปลี่ยนรูปบริเวณเท้าไดโนเสาร์ เมื่อไดโนเสาร์กดลงบนพื้นดินที่เปียกได้เลย

หลังจากนั้น นักบรรพชีวินวิทยาจะใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่รวบรวมมาเพื่อศึกษาและทำความเข้าใจต่อไปให้ดียิ่งขึ้นว่าสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร และเพื่อให้เข้าใจว่าชีวิตในยุคจูราสสิกในอังกฤษเป็นอย่างไรกัน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นน่าตื่นเต้นว่ามนุษยชาติอาจได้มีโอกาสทำความรู้จักสัตว์ดึกดำบรรพ์นี้ได้มากกว่าที่เคย

อ้างอิงจาก

oumnh.ox.ac.uk

vice.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...