โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รู้จัก Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 แนะเตรียมพร้อมสู่กิจกรรมสีเขียว

Businesstoday

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 07.56 น. • Businesstoday

Krungthai COMPASS วิเคราะห์มาตรฐาน Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 โดยฉายภาพถึงการจัดกลุ่มกิจกรรมในภาคเศรษฐกิจ ขอบเขต และเกณฑ์ชี้วัดของกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งนำเสนอการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการไทย ภาครัฐ และภาคการเงิน

ทำความรู้จักกับ Thailand Taxonomy และความคืบหน้าของ Thailand Taxonomy ระยะที่ 2

Taxonomy คือ มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงในการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคต่างๆ สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งประเภทกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามระดับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็น 3 ระดับตามระบบไฟสัญญาณจราจร (Traffic light system) ได้แก่

  • สีเขียว (Green) หมายถึง กิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใกล้เคียงหรือเท่ากับศูนย์ หรือมีเส้นทางที่ชัดเจนที่จะนำไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์
  • สีเหลือง (Amber) หมายถึง กิจกรรมที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition) หรือกิจกรรมที่ยังไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ แต่สามารถปรับปรุงได้ด้วยการกำหนดแนวทางในการลดคาร์บอน (Decarbonization pathway) และจะต้องผ่านเกณฑ์ชี้วัดในช่วงกรอบเวลาที่ชัดเจน อีกทั้งมีการกำหนดจุดสิ้นสุดของกิจกรรมที่ต้องปรับตัว (Sunset date) โดยหลังจากปี 2040 กิจกรรมสีเหลืองทั้งหมดจะถูกประเมินตามเงื่อนไขและตัวชี้วัดสำหรับสีเขียวเท่านั้น ยกเว้นภาคการจัดการของเสียที่มีจุดสิ้นสุดของกิจกรรมที่ต้องปรับตัวในปี 2029 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี 2021-2030
  • สีแดง (Red) หมายถึง กิจกรรมที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งหลังจากวันสิ้นสุดการเปลี่ยนผ่านในปี 2040 หรือ ปี 2029 เฉพาะในภาคการจัดการของเสีย กิจกรรมดังกล่าวจะต้องยุติลง (Phased out) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

ปัจจุบัน Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 อยู่ในช่วงการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2024 ถึง 10 มกราคม 2025 และคาดว่าจะเผยแพร่ฉบับสมบูรณ์ในปี 2025 โดยครอบคลุมเพิ่มเติมอีก 4 ภาคเศรษฐกิจ ได้แก่ 1) ภาคการเกษตร 2) ภาคอุตสาหกรรมการผลิต 3) ภาคอาคารและอสังหาริมทรัพย์ และ 4) ภาคการจัดการของเสีย

โดยเมื่อรวมกับภาคเศรษฐกิจที่อยู่ในขอบเขตของ Thailand Taxonomy ระยะที่ 1 อย่างภาคพลังงานและภาคขนส่งแล้ว จะครอบคลุมกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยมากถึง 355 MtCO2eq หรือคิดเป็น 95% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของไทยต่อปี

ทั้งนี้ กิจกรรมที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้ Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของไทย โดยกิจกรรมในภาคเกษตรมีมูลค่า GDP ครอบคลุมกว่า 91% ของมูลค่า GDP ทั้งหมดในภาคเกษตร รองลงมาคือกิจกรรมในภาคอาคารและอสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งครอบคลุม 39% และ 23% ตามลำดับ

Krungthai COMPASS แนะนำภาคส่วนต่างๆ เตรียมพร้อมสู่กิจกรรมสีเขียวตามแนวทางของ Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 ดังนี้
1.ผู้ประกอบการ
แนะนำให้ผู้ประกอบการเริ่มจัดทำข้อมูลการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองเป็นลำดับแรก เพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ระดับใดและต้องปรับปรุงอะไรบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการเปลี่ยนผ่านของกิจกรรมสีเขียวตาม Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดทำข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สามารถศึกษาแนวทางได้จากเอกสารแนวทางการติดตามผลและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายสาขา ที่จัดทำโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) หรือสามารถติดต่อ อบก. เพื่อขอคำปรึกษาโดยตรง

2.ภาครัฐ
ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่กิจกรรมสีเขียวด้วยมาตรการที่ช่วยลดอุปสรรคและสร้างแรงจูงใจในการปรับตัว โดยอาจพิจารณามาตรการสนับสนุนให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทและขนาดธุรกิจ ซึ่งเผชิญกับข้อจำกัดและความท้าทายที่แตกต่างกัน เช่น ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหญ่ในเรื่องของการเข้าถึงเทคโนโลยีสีเขียวที่มีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และให้การสนับสนุนกลุ่มเปราะบางอย่าง SME ในทุกมิติตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้

สนับสนุนเงินทุนและเทคโนโลยี โดยหน่วยงานค้ำประกันสินเชื่อของภาครัฐ อย่างบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (NaCGA) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับโครงการสีเขียว เช่น สร้างผลิตภัณฑ์ค้ำประกันเฉพาะสำหรับโครงการสีเขียว เพื่อเป็นการจูงใจผู้ประกอบการและช่วยลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน เป็นต้น

3.ภาคการเงิน
ภาคการเงินสามารถมีบทบาทในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่กิจกรรมสีเขียว ผ่านการเป็นที่ปรึกษาในการลงทุนและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ เช่น สินเชื่อเพื่อการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเครื่องจักรประหยัดพลังงานสำหรับภาคการผลิต หรือสินเชื่อสำหรับโครงการก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานสำหรับอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เป็นต้น สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ สถาบันการเงินสามารถเสนอทางเลือกในการระดมทุนผ่านตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) หรือตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bond) เพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจและดึงดูดนักลงทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อความยั่งยืน เป็นต้น

นอกจากนี้ สำหรับภาคเกษตรที่ไม่มีการกำหนดเกณฑ์ชี้วัดสีเขียวที่ชัดเจน สถาบันการเงินอาจพิจารณากำหนดเกณฑ์การชี้วัดกิจกรรมสีเขียวของตนเอง สำหรับการนำไปใช้ในการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ และช่วยให้สามารถประเมินและตรวจสอบว่าธุรกิจขอสินเชื่อนั้นสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนหรือไม่ ซึ่งจะลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อพอร์ตสินเชื่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...