ปิดตำนาน 7 ปี 6 ผู้ว่าฯ 3 ผู้รับเหมา สร้าง 'ท่าเรือบ้านพร้าว' เกาะลิบง ถึงฝั่งฝัน
ปิดตำนาน 7 ปี 6 ผู้ว่าฯ 3 ผู้รับเหมา สร้างท่าเรือบ้านพร้าวตำบลเกาะลิบงจะถึงฝั่งฝันคืบหน้าเกือบ 100% หลังจาก ป.ป.ช.ลงพื้นที่ติดตามต่อเนื่อง คาดปลายเดือนนี้เสร็จสมบูรณ์
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 9 นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง นายก อบต.เกาะลิบง กำนันตำบลเกาะลิบง และ ชมรมตรังต้านโกง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านพร้าวเกาะลิบง เพื่อรองรับชาวบ้านกว่า 4,000 คน และนักท่องเที่ยวที่ขึ้นลงเกาะลิบง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดตรัง
จากกรณีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงท่าเรือบ้านพร้าว หมู่ที่ 1 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยมีนายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมธานนท์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองตรัง ด้วยงบพัฒนาจังหวัดวงเงินงบประมาณ 13,221,000 บาท ราคากลาง 12,010,000 บาท ซึ่งมีการทำสัญญาจ้างถึง 3 สัญญา
สัญญาจ้างครั้งที่ 1 เมื่อปี 2558 ผู้รับจ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรภัทร การโยธา ตามสัญญาจ้างเลขที่ 137/2558 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 ค่าก่อสร้าง 11,940,000 บาท จำนวน 13 งวดงาน เริ่มสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 สิ้นสุดสัญญาจ้างวันที่ 22 ธันวาคม 2558 ระยะเวลา 300 วัน และระหว่างการก่อสร้างมีการก่อสร้างแก้ไขสัญญา 1 ครั้ง และปรับลดค่าก่อสร้างเป็น 11,689,942 บาท ผู้รับจ้างได้ดำเนินการก่อสร้างและเบิกค่าจ้างล่วงหน้า 15% ส่งงานจำนวน 2 งวด รวมเป็นเงิน 3,583,746 บาท คงเหลือเงินตามสัญญาจ้าง 8,106,196 บาท หลังจากนั้นผู้รับจ้างไม่เข้าดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จตามสัญญาจ้าง จึงได้ยกเลิกสัญญาจ้างตามหนังสือ ที่ ตง 0022/467 วันที่ 12 มกราคม 2560
สัญญาจ้างครั้งที่ 2 ผู้ว่าจ้างรายใหม่ ห้างหุ้นส่วน เขมพิภู ตามสัญญาจ้างเลขที่ 356/2560 ลงวันที่ 28 กันยายน 2560 ค่าก่อสร้าง 7,870,000 บาท จำนวน 14 งวดงาน เริ่มสัญญาจ้างวันที่ 29 กันยายน 2560สิ้นสุดสัญญาจ้างวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ระยะเวลา 280 วัน ได้ดำเนินการก่อสร้างและเบิกเงินล่วงหน้า 15 % และส่งงานจำนวน 1 งวด รวมเป็นเงิน 1,684,180 บาท คงเหลือค่าก่อสร้าง 6,185,820 บาท การก่อสร้างมีปัญหาเรื่องเสาเข็มเยื้องศูนย์ ผู้ว่าจ้างมีหนังสือหยุดการก่อสร้างชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2561 และดำเนินการออกแบบแก้ไขโครงสร้าง เนื่องจากเหตุดังกล่าวเพื่อประกอบการแก้ไขสัญญาจ้าง ซึ่งลงนามแก้ไขสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 และแจ้งผู้รับจ้างเข้าดำเนินการในวันเดียวกันเป็นต้นไป แต่ผู้รับจ้างก็ไม่เข้าดำเนินการก่อสร้าง และเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ได้บอกเลิกสัญญาจ้าง ครั้งที่ 2 ตามหนังสือ ตง 0022/9783 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2562
สัญญาจ้างครั้งที่ 3 ปัจจุบัน ผู้ว่าจ้างรายใหม่ ห้างหุ้นส่วนน้ำเพชรโลจิสติกส์ ตามสัญญาจ้าง เลขที่ 95/2564 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ค่าก่อสร้าง 8,990,000 บาท จำนวน 5 งวด เริ่มสัญญาจ้าง 9 มิถุนายน 2564 สิ้นสุด 4 เมษายน 2565 ระยะเวลา 300 วัน จำนวน 5 งวดงาน ค่าปรับวันละ 8,990 บาท
ซึ่งจากการตรวจสอบผลการดำเนินงานก่อสร้าง ณ ปัจจุบัน 14 สิงหาคม 2565 ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด 86% คงเหลืองานที่ยังไม่ได้ 16% คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา ภายใน 15 กันยายน 2565 ส่งงานและเบิกจ่ายเงินแล้ว จำนวน 1 งวดงาน เป็นเงิน 2,302,577 บาท คงเหลือจำนวน 4 งวด เป็นเงิน 6,687,423 บาท ส่วนอุปสรรค คือปัญหาน้ำขึ้น-ลง ทำให้มีเวลาน้อย บางวันต้องทำงานกลางคืน ผู้รับจ้างทำเอกสารตรวจสอบและรับรองเสาเข็มในส่วนที่ดำเนินการไปแล้วล่าช้า ส่งผลให้งานอื่นไม่สามารถดำเนินการได้ รูปแบบสัญญาจ้างบางอย่างขัดแย้งไม่เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม จึงต้องปรับแก้ไขแบบและแก้ไขสัญญาจ้าง ขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง และสืบเนื่องจากรัฐมีนโยบายช่วยเหลือค่าปรับ 0% จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้รับจ้างไม่เร่งรีบ
นายประเสริฐ เลิศเดชานนท์ วิศกรโยธาธิการชำนาญการพิเศษ กรรมการ กล่าวว่า ปริมาณงานเสร็จ 80% กว่า แต่รายละเอียดการเก็บงานยังไม่เรียบร้อย ยังมีองค์ประกอบอีกหลายส่วน เช่น ติดยางกันกระแทก ซึ่งได้มีการสั่งเข้ามาใช้ งบกว่า 8 แสนบาท หากมีการติดตั้งเสร็จปริมาณงานเสร็จไปกว่า 90% ในส่วนตอม่อส่วนฐานรากเก่าไม่ได้มีการรื้อถอน แต่แก้ปัญหาโดยการใช้วิศวกรมาคำนวณและจัดระเบียบใหม่ เพราะสภาพเสาโครงสร้างที่ล้มเอียง และมีการตอกเสาเข็มเพิ่มบางส่วน รอการติดตั้งราวสแตนด์เลสและระบบไฟฟ้า ทั้งนี้ บริษัทได้สิทธิการยืดเวลาชดเชยช่วงโควิด แทนค่าปรับ 388 วัน โดยมีการปรับแบบเพื่อให้ประชาชนได้ใช้งานอย่างปลอดภัยในการขึ้นลงบริการใช้เรือ สำหรับการใช้งานของท่าเรือมองระยะยาวอนาคตอาจจะเป็นตะไคร่น้ำ แต่ทั้งนี้การออกแบบครั้งแรกที่ออกมาแบบมาเป็นอย่างนี้ การก่อสร้างใหม่เชื่อมกับงานจึงไม่สามารถปรับโครงสร้างหลักได้
นายราม ผู้อำนวยการ ป.ป.ช.ตรัง กล่าวว่า จากกรณีการก่อสร้างท่าเรือบ้านพร้าวตำบลเกาะลิบงมีผู้รับเหมาทิ้งงานจนเกิดความล่าช้า ทำให้อยู่ในสนใจของประชาชนว่าโครงการดังกล่าวจะถูกทิ้งร้างหรือจะมีการดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จเมื่อไหร่ ป.ป.ช.ตรัง ร่วมกับเครือข่าย ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ได้ลงติดตามการดำเนินงาน 2 ครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าว่าโครงการดังกล่าวติดขัดอย่างไร
ซึ่งสุดท้ายมาจนถึงปัจจุบันมีหน่วยงานเจ้าหน้าที่หลายส่วนให้ความสำคัญ ทางโยธาธิการและผังเมืองได้หาผู้รับจ้างรายปัจจุบัน ซึ่งเป็นสัญญาจ้างครั้งที่ 3 และได้การจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มเติมบางส่วนเพื่อให้ดำเนินการได้เนื่องจากผ่านช่วงเวลามาหลายปี นับตั้งแต่ ปี 58 ถึงปัจจุบันร่วม 5 ปี ซึ่งงบประมาณมันเพิ่มขึ้น เมื่อได้จัดสรรงบประมาณมาก็ได้มีการจัดหาผู้รับจ้าง
ซึ่งปัจจุบันไปดูถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากมีความคืบหน้าเกือบแล้วเสร็จ ร้อยละ 86% ถือว่าเท่าที่สังเกตในเชิงลักษณะทางกายภาพไม่น่าเป็นห่วงแล้วของพื้นที่ท่าเทียบเรือบ้านพร้าวเพื่อรองรับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เข้าไปท่องเที่ยวได้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณหลาย ๆ ฝ่าย ทั้งสื่อมวลชน และภาคประชาชนที่ร่วมให้ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งที่เห็นว่าไม่เกิดความคุ้มค่า เกิดความล่าช้า มีความผิดปกติในการบริหารจัดการหรือไม่ ซึ่งทาง ป.ป.ช.ร่วมกันทำงานกับภาคประชาชนอยู่แล้วการที่จะเฝ้าระวังปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ให้ลุล่วงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้จ่ายของภาครัฐ
โครงการนี้ถือว่าน่าจะเป็นโมเดลในการติดตามเฝ้าระวังในโครงการอื่นๆ ซึ่งอาจจะมีลักษณะเดียวกัน ในเรื่องของความล่าช้า ความไม่คุ้มค่า เป็นตัวกระตุ้นหนึ่งให้หน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่โดยตรง จะต้องให้ความสำคัญ จะต้องไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว เรื่องการที่จะทำบริการสาธารณะให้เกิดขึ้นกับประชาชน ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าถนน หนทาง หรือท่าเทียบเรือต่างๆ