โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สาวฮ่องกงตัดพ้อ โดนแฟนหนุ่มสาด “ชาไข่มุก” ใส่ เพราะเผลอเหยียบ “รองเท้าคู่ใหม่” ของเขา

CatDumb

เผยแพร่ 15 ส.ค. 2565 เวลา 03.25 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

ผู้ชายบางคนบางคนรักรองเท้ามากนะ ยิ่งหากเป็นคู่ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ด้วยละก็ ทั้งรักทั้งหวง ใครมาแตะเตรียมมีเรื่องได้เลย แม้แต่แฟนก็ไม่มีข้อยกเว้น

เมื่อไม่นานมานี้ หญิงสาวชาวฮ่องกงรายหนึ่ง ได้แชร์ประสบการณ์ใน Dcard ว่า ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอได้ออกไปเที่ยวกับแฟนหนุ่ม

วันนั้นแฟนหนุ่มสวมรองเท้ารุ่นหายาก ซึ่งไม่ได้มีขายในฮ่องกง

โดยสถานที่ที่พวกเขาไปเที่ยวนั้น คนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นวันเสาร์ แล้วมีจังหวะหนึ่ง ที่คนที่เดินข้างหน้าของหญิงสาวหยุดเดินกะทันหัน

ส่งผลให้หญิงสาวชะงักและเผลอเหยียบรองเท้าของแฟนหนุ่ม

เมื่อก้มดู หญิงสาวพบว่ารองเท้าของแฟนหนุ่มมีคราบเลอะ จากการที่ถูกเธอเหยียบ จึงจะช่วยเช็ดคราบนั้นออกให้ จากนั้นเธอก็หยิบทิชชู่เปียกออกมา

แต่ยังไม่ทันได้เช็ด เธอหันไปดูหน้าแฟนหนุ่ม ปรากฏว่าสีหน้าของเขาแดงก่ำ เพราะโกรธมาก

จากนั้นชายหนุ่มก็เปิดฝาชานมไข่มุกที่ถืออยู่ในมือ แล้วก็สาดใส่รองเท้าของแฟนสาว ก่อนจะเดินจากไป ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่มองมาด้วยความตกใจ

หญิงสาวบอกว่า รองเท้าและกางเกงของเธอเปียกและเหนียวเพราะชาไข่มุกที่แฟนหนุ่มสาดใส่ ซึ่งเธอไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่พาตัวเองออกจากตรงนั้น

แล้วก็ไปซื้อกางเกงตัวใหม่มาเปลี่ยน ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้าน

ตั้งแต่นั้นมา หญิงสาวก็ไม่ได้คุยกับแฟนหนุ่มอีกเลย เธอบอกว่า "ตอนเดตกันครั้งแรก เขาไม่ได้เป็นคนอารมณ์ร้ายแบบนี้ ฉันเลยงงว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้"

ด้านชาวเน็ตส่วนใหญ่ค่อนข้างตกใจและเห็นใจหญิงสาว พวกเขามองว่าแฟนหนุ่มทำเกินกว่าเหตุ และแนะนำให้เลิกไปเลย เพราะไม่อย่างนั้น ในอนาคตอาจจะโดนมากกว่านี้

ที่มา worldofbuzz

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...