อดีตโฆษกสภาทนายความ ชี้ช่องผู้สูงวัย จัดการมรดก-เขียนพินัยกรรม เลี่ยงศึกล้างตระกูล
อดีตโฆษกสภาทนายความ ชี้ช่องผู้สูงวัย จัดการมรดก-เขียนพินัยกรรม เลี่ยงศึกล้างตระกูล
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือเครือมติชน ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน จำนวน 14 แห่ง หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตลอดจนภาคเอกชน จัดมหกรรมสุขภาพเฮลท์แคร์ 2022 ภายใต้ธีม “Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย” ตอกย้ำความแกร่งผู้นำงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-วันที่ 3 กรกฎาคมนี้
โดยบรรยากาศ เวลา 11.30 น. ที่เวทีกลาง ภายในสามย่าน มิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง อดีตอุปนายกฝ่ายบริหาร เลขาธิการและโฆษกสภาทนายความ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ขึ้นถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ“มีปัญหาปรึกษา หมอความ” กฎหมายมรดกและพินัยกรรมของผู้สูงอายุ
ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติกล่าวว่า เรื่องกฎหมาย ดูเหมือนเป็นเรื่องเครียด แต่ถ้านิยามว่าทรัพย์สิน คนสูงอายุ ซึ่งคืออายุ 60 ปีขึ้นไป มีสิ่งที่จะต้องคิดเยอะแยะมากมายไปหมด ทั้งเรื่องสุขภาพ การจัดการทรัพย์สิน วางแผนอนาคต และการดูแลตัวเอง ครอบครัว การทำประกันชีวิต ซึ่งมีเยอะในงานนี้ สามารถไปขอคำปรึกษาได้
เรื่องกฎหมายใกล้ตัวมาก ทรัพย์สินยิ่งใกล้ตัวไปอีก เวลาจัดงานแต่งให้ลูก อยากให้ทรัพย์สินอะไรสักอย่าง ความกังวลใจคือ ตกลงแล้วลูกเราได้ทรัพย์สินคนเดียว หรือคู่สมรสได้ด้วย เงินขวัญถุง คู่สมรสอีกฝ่ายมีหรือส่วนแบ่งครึ่งหรือไม่ ?
ต้องทำความเข้าใจ การยกทรัพย์ให้กับบุตรในงานแต่ง ทรัพย์สินเป็นของลูกเรา 100 เปอร์เซ็นต์ คู่สมรสไม่มีสิทธิ เหมือนกับพินัยกรรม มรดกยกต้องให้คู่สมรสได้ครึ่งหนึ่งหรือไม่ คือตอบคือ ไม่มีสิทธิ
“สินสมรส ที่คนแต่งงานได้คนละครึ่ง หลักนี้ก็ใช้ แต่การยกให้โดยเสน่หาจะเขียนเงื่อนไข ถ้าไม่ให้เป็นสินสมรส จะถือเป็นสินส่วนตัวของลูกเรา อย่างนั้นสบายใจ โอนบ้าน ยกรถให้ลูกได้ ต่อให้ไปกันไม่รอด ทรัพย์สินก็ยังเป็นของลูกเรา” ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติกล่าว และว่า
ในระยะไกล การจัดการมรดกในอนาคตตอนเกิดเป็นอะไรไป ทรัพย์สินจะตกเป็นของใคร แต่ละคนได้สัดส่วนเท่าไหร่?
กรณีเสียชีวิต คนมีสิทธิได้รับมรดกคือ พ่อแม่ ลูก ส่วนคู่สมรสที่จดทะเบียน สินสมรสแบ่งครึ่ง จะวิ่งไปที่พ่อแม่ก่อน แล้วลงมาที่คู่สมรส และลูก ว่ามีเท่าไหร่ ให้เอา 5 หารให้เท่ากันทั้งหมด ถามว่าพี่น้องเราได้หรือไม่ คำตอบคือ ถ้ามีคู่สมรส มีลูก พี่น้องตัดออกจากมรดก เวลาแบ่งมรดก มองได้เลยว่า เราอยู่กินกันกับสามี-ภรรยามา เวลาเป็นอะไรไปทรัพย์จะแบ่งครึ่งก่อน ทุกคนได้คนละส่วนเท่ากัน ไม่มีใครได้มากกว่า สินสมรส คู่รักแบ่งเราครึ่งหนึ่งก่อน แล้วอีกครึ่งเอามาแบ่งพ่อ แม่ ลูก
“คำถามคือ ท่านอยากยกให้ใครมากกว่ากันหรือไม่? ทรัพย์สินเป็นของเรา เราสั่งได้ สั่งไว้ล่วงหน้า เรียกว่า ‘พินัยกรรม’ มีอยู่ 2-3 แบบที่ทำได้ ฉบับแรก คือ
1.พินัยกรรมเขียนเอง ชื่อชัดว่า มีกระดาษใบหนึ่ง มีปากกา เขียนตรงกลางว่า ‘พินัยกรรม’ ทำที่ไหน ใส่วันที่ บ้านเลขที่
ชื่อ สกุล อายุ อยู่บ้านเลขที่เท่าไหร่ ขอทำพินัยกรรม หากเสียชีวิต ให้ทรัพย์สินตกอยู่ที่ใครบ้าง คนแรกเท่าไหร่ คนที่ 2 เท่าไหร่ …
เขียนต่อว่า ถ้ามีทรัพย์สินที่เกิดขึ้นภายหน้า ให้ทุกคนมีส่วนเท่ากันตามกฎหมาย และลงท้ายว่า ตอนเขียนพินัยกรรม มีสติสมบูรณ์ไม่ได้รับการบังคับ ขมขู่จากใคร จากนั้นเอาใส่ซอง ใส่เซฟไว้เลย ทำได้ง่าย
ส่วนที่เหลือที่ไม่ได้เขียน แบ่งตามสัดส่วนเท่ากัน
เราจะให้ใคร หรือไม่ให้ใครก็ได้”
พินัยกรรมประเภทที่ 2 ต้องไปเขต ไปอำเภอ มีเจ้าหน้าที่จัดทำ เอาไปให้ทางเขตทางอำเภอดูว่าต้องการทำแบบนี้ จะมี ‘พินัยกรรมฝ่ายเมือง’ เรียกว่า ‘กรมการอำเภอ’ ไปติดต่อเขา จะเขียนให้เราหมด ข้อความลักษณะเดียวกัน แต่จะเป็นทางการกว่า พยานต้อง 2 คน อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่อำเภอ หรือคนที่พาไปด้วยก็ได้ ตอนเซ็นครบ เขาเห็นว่าเราเซ็นจริง ไปติดต่อที่เขต ที่อำเภอ จะสะดวก
3.’พินัยกรรมธรรมดา’ คนที่ทำให้ คือคนที่มีความรู้ทางด้านกฎหมาย อย่างผม มีสำนักกฎหมาย ท่านมาจ้าง เราก็จัดสรรให้แล้วเสร็จ ถามว่า ทั้ง 3 อย่างอะไรเหนือกว่ากัน คำตอบคือ ไม่มีอะไรเหนือกว่ากัน
แล้วถ้ามีพินัยกรรม 3 ฉบับ ดูจากฉบับไหน? ให้ดูจากที่ทรัพย์สินที่เขียนไว้ ถ้าไม่ซ้ำกันทำได้เลย แต่ถ้าทรัพย์สินซ้ำกันจะมีปัญหา ถ้าทรัพย์สินซ้อนกันเมื่อไหร่ พินัยกรรมฉบับหลังสุด จะได้”
“พินัยกรรมฉบับสุดท้าย คือพินัยกรรมฉบับใหญ่สุด ถ้าไม่นับสู้กันว่าปลอม-ไม่ปลอม ไม่มีประเด็นอะไร พินัยกรรมฉบับเมือง จะเท่ากับพินัยกรรมธรรมดาที่เจ้าหน้าที่ทำให้ ดังนั้น ถ้าทรัพย์สินตรงกันเมื่อไหร่ ให้เอาวันที่สุดท้าย
พินัยกรรมฝ่ายเมือง กับที่ทนายความทำให้ ใกล้เคียงกัน เพียงแต่พยานฝ่ายเมือง เป็นเจ้าหน้าที่อำเภอ หากไม่มีคนยืนยันก็จะมีข้อวิพากษ์ได้เช่นกัน ง่ายสุดคือมีทนายความ เหมือนบ้านทรายทอง โอกาสพิพาทจะน้อยลง”
ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติย้ำว่า พินัยกรรม อย่าเขียนมาให้เป็นกงสี ลักษณะช่วยกันทำกิจการ แล้วแบ่งกัน เพราะมีพินัยกรรมฉบับหนึ่งที่มีปัญหา ข้อความที่บอกว่า ‘คนสุดท้ายที่เหลืออยู่จะได้มรดก’ ทำให้เกิดศึกล้างตระกูล คนที่ตายก่อนจะเสียมรดก จึงเกิดการตายมากขึ้น ถ้าจะคิดแบบกงสี ต้องคิดให้ดีว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ถ้าลูกหลานรัก เคารพเชื่อฟัง ก็จบ แต่ถ้ามองเห็นประโยชน์มากกว่า ย้อนไปหลักที่ว่า ‘เงินของเราจะให้ใครก็ได้’
“ผู้จัดการมรดก มักคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ แต่ความจริงไม่มีสิทธิโอนทรัพย์ให้ตัวเอง ถ้าไม่มีพินัยกรรม ต้องแบ่งตามที่ว่าอย่างเท่ากัน ถ้ามีสามีภรรยา แบ่งครึ่งก่อน ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาทีหลัง” ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติระบุ ก่อนกล่าวต่อว่า
“บางคนนอนไม่หลับ ทำอย่างไรจะหลับสบาย ไม่เป็นบ่วง เงินในบัญชี ที่ดิน ยกให้ใคร เถียงไม่ได้ เราทำเรื่องโอนให้ได้เลย แล้วถ้ายกให้เขาไม่ดูแลเราจะทำอย่างไร ท่านจะวางเงื่อนไขก็ได้ว่า ยกที่ดินให้ ต้องดูแลเดือนละ 10,000-20,000 บาท เมื่อประพฤติเนรคุณเมื่อไหร่ ทุบตีเรา ไม่ดูแลเรา เพิกถอนการให้ได้”
“ในส่วนประกันชีวิต ไม่ใช่ทรัพย์มรดก เราทำสัญญากับบริษัท เกิดเป็นอะไร เงินที่ได้จะเป็นเงินก้อน ที่ต้องระบุว่า ให้ใครเป็นผู้รับประโยชน์ ลูกคนอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ ไม่มีสิทธิ และเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ได้ทุกเมื่อ”
“พยาน 2 คนที่เซ็นเป็นพยาน หลักง่ายๆ จะให้ทรัพย์ใครเมื่อตาย ถ้าคนนั้นรู้ เรามีความสุขไหม? อาจตายเร็วขึ้น คนเซ็นจึงต้องไม่มีส่วนในการรับมรดก และพินัยกรรมอาจจะเป็นโมฆะ ยังมีรายละเอียด มีดีเทลอยู่ เอาสิ่งที่พูดวันนี้ไปเป็นแนวทาง ถ้าไม่รู้จริง ปรึกษาผู้รู้” ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติกล่าว
ก่อนทิ้งท้ายด้วยการเชิญชวนร่วมฟังบรรยายในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.) ในหัวข้อ “มีปัญหา ปรึกษาหมอความ ภัยร้ายคอลเซ็นเตอร์” เวลา 11.30-12.00 น.