โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิด 10 ประเทศถือครองแร่ Rare Earth มากที่สุดในโลก มีที่ไหนบ้าง?

WeR NEWS

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 06.15 น.

ช่วงนี้คำว่า “แร่หายาก” หรือ Rare Earth อีเลเมนต์ กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง

หลังสหรัฐอเมริกา ลงนามข้อตกลงด้านการค้าและการจัดหาแร่หายาก กับ 4 ประเทศในอาเซียน รวมถึงประเทศไทยด้วย

ท่ามกลางความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ และการควบคุมการส่งออกจากจีน ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก

หลายคนอาจสงสัยว่า… “แร่หายาก” คืออะไร?

จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่แร่ที่หาไม่ได้ แต่หมายถึงกลุ่มธาตุโลหะพิเศษ 17 ชนิด ประกอบด้วยธาตุแลนทาไนด์ 15 ชนิด รวมกับสแกนเดียมและอิตเทรียม ธาตุเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษ ใช้ผลิตของใกล้ตัวเรามากมาย ทั้งสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงอาวุธยุทโธปกรณ์

พูดง่าย ๆ คือ… ถ้าไม่มีแร่หายาก โลกเราจะไม่มีเทคโนโลยีทันสมัยอย่างที่เห็นทุกวันนี้ มันถูกใช้ในทุกอย่าง ตั้งแต่โลหะผสม ตัวเร่งปฏิกิริยาในอุตสาหกรรมรถยนต์และปิโตรเคมี เซรามิก แก้ว สารเรืองแสงในหลอดไฟและหน้าจอ ไปจนถึงแบตเตอรี่โซลิดสเตต และแม่เหล็กถาวรแรงสูงที่ใช้ในกังหันลม รถไฮบริด หรือฮาร์ดดิสก์

แม้ชื่อจะบอกว่า “หายาก” แต่จริง ๆ แล้วพบได้ในหินเกือบทุกชนิดบนโลก
รวมถึงในประเทศไทยด้วย โดยพบมากทางฝั่งตะวันตกของประเทศ
ตั้งแต่เชียงราย แม่ฮ่องสอน ไปจนถึงสุราษฎร์ธานี

จากข้อมูลปี 2566 พบว่า ร้อยละ 19 ของพื้นที่ประเทศไทย มีทรัพยากรแร่มากกว่า 40 ชนิด โดยแร่ที่พบมากที่สุดคือ “เกลือหิน” ซึ่งมีอยู่เกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน

แล้วประเทศไหนถือครองแร่หายากมากที่สุดในโลก?

ข้อมูลจาก CNBC TV เปิด 10 อันดับดังนี้

อันดับ 1จีน : 44ล้านตัน

จีนครองส่วนแบ่งตลาดแร่หายากของโลก ด้วยปริมาณสำรองมหาศาลกว่า 44 ล้านตัน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดทั่วโลก มากกว่าประเทศอันดับ 2 ถึงสองเท่า

แต่ช่วงหลังจีนต้องนำเข้าแร่หายากจากเมียนมา ซึ่งการทำเหมืองที่ขาดการควบคุม ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก

อันดับ 2บราซิล : 21ล้านตัน

บราซิลมีปริมาณสำรองมากถึง 21 ล้านตัน แม้ยังผลิตได้จำกัด แต่ได้เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์จากแหล่ง เพล่าเอม่า ตั้งเป้าผลิตให้ได้ 5,000 เมตริกตันต่อปีภายในปี 2026

อันดับ 3อินเดีย : 6.9ล้านตัน

อินเดียถือเป็นผู้เล่นสำคัญ มีแร่หายากจากแหล่งทรายชายหาดถึง 35% ของโลก

ผลิตได้ราว 2,900 เมตริกตันในปี 2024 และรัฐบาลกำลังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง

อันดับ 4ออสเตรเลีย : 5.7ล้านตัน

เริ่มทำเหมืองตั้งแต่ปี 2007 ปัจจุบันผลิตได้ประมาณ 13,000 เมตริกตันต่อปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

อันดับ 5รัสเซีย : 3.8ล้านตัน

แม้ปริมาณลดลงจากการประเมินก่อนหน้า แต่รัสเซียยังคงพัฒนาเหมืองใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสถานะในตลาดโลก

อันดับ 6เวียดนาม : 3.5ล้านตัน มีแหล่งแร่สำคัญกระจายอยู่ใกล้ชายแดนจีนทางตอนเหนือ และตามแนวชายฝั่งด้านตะวันออก ซึ่งถูกมองว่ามีศักยภาพสูงในการพัฒนา

อันดับ 7สหรัฐอเมริกา : 1.9ล้านตัน

แม้จะเป็นมหาอำนาจเทคโนโลยี แต่สหรัฐฯ กลับมีเหมืองแร่เพียงแห่งเดียว คือ “เมาเท่นพาส” ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

อันดับ 8กรีนแลนด์ : 1.5ล้านตัน

ยังไม่มีการผลิตเชิงพาณิชย์ แต่มีโครงการที่ถูกจับตามอง เช่น แทน-บรีซ และ ควา-เนฟ-เยลด์ ที่อาจกลายเป็นแหล่งใหม่ในอนาคต

อันดับ 9แทนซาเนีย : 0.9ล้านตัน

เป็นอีกประเทศที่มีศักยภาพสูง มีแหล่งแร่รอการสำรวจเพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยยกระดับเศรษฐกิจในภูมิภาคได้

อันดับ 10แอฟริกาใต้ : 0.9ล้านตัน อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ “ฟาลาบอรวา” เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากร และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากจีน

“แร่หายาก” จึงไม่ใช่เพียงทรัพยากรในเหมืองเท่านั้น แต่คือหัวใจของเทคโนโลยีอนาคต ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของโลก และประเทศไทย…ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เริ่มถูกจับตามองบนแผนที่แร่หายากเช่นกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...