โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่ม ปตท. เดินหน้า 3 แนวทาง ย้ำเป้าหมาย Net Zero Emissions ปี 2050

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 04.04 น. • The Bangkok Insight

กลุ่ม ปตท. โชว์ผลงานบริหารจัดการ C³ ลงทุนพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ มุ่งบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050

ภายใต้วิสัยทัศน์และกลยุทธ์มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 หรือ ค.ศ. 2050 กลุ่ม ปตท. ในฐานะผู้สร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ได้ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทั้งด้านเศรษกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง

Net Zero Emissions

ล่าสุด กลุ่ม ปตท. ได้เข้าร่วมงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) งานมหกรรมความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงเครือข่ายองค์กรชั้นนำระดับประเทศ ที่ได้ร่วมกันจัดงานด้านความยั่งยืนสู่ระดับสากล ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ก.ย.-5 ต.ค. 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงพันธกิจของกลุ่ม ปตท. ในด้านความยั่งยืนว่า กลุ่ม ปตท. ได้นำความยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจด้วยการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับการลดคาร์บอนไดออกไซด์

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง

กลุ่ม ปตท. เน้นธุรกิจก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานหลัก 50% ของประเทศ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอน และเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด ตัวอย่างเช่น การนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอนมาใช้ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฮโดรเจน รวมถึงการปลูกป่า เป็นต้น

ที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ดำเนินโครงการปลูกป่ามาแล้ว 1 ล้านไร่และจะทำอย่างต่อเนื่อง แต่โลกเรามีการปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก ปลูกป่าอย่างเดียวไม่พอ จึงต้องลดคาร์บอนควบคู่กันไปด้วย

กลยุทธ์มุ่งสู่ Net Zero Emissions

ดร.คงกระพัน กล่าวถึงกลยุทธ์มุ่งสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2593 ว่า เป็นการผสานการบริหารจัดการ ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่

1. (C1: Climate Resilience Business) ลงทุนในพลังงานสะอาด ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เช่น

  • EV Station Pluz ของ OR
  • การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานอย่างยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) โดย GC
  • เคมีภัณฑ์มูลค่าสูงและผลิตภัณฑ์รักษ์โลก จาก IRPC

2. (C2: Carbon-Conscious Asset) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต และการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น

  • ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ผ่านการดำเนิน Operational Excellence (MissionX) และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Axis)
  • การลดการรั่วไหลหรือการเผาก๊าซส่วนเกินทิ้ง จากโครงการของ ปตท. สผ.
  • การใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) จาก GPSC
  • การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน จาก GC

3. (C3) Coalition, Co-Creation, and Collective Efforts for All ประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต ตลอดจนสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศ ผ่านเทคโนโลยีการดักจับและการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) และการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

นอกจากนี้ ยังเพิ่มการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีทางธรรมชาติ ผ่านการปลูกและบำรุงรักษาป่า โดย ปตท. ร่วมกับ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด และบริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ปตท. สผ.ดำเนินโครงการ Varuna AI & Remote Sensing model นวัตกรรมประเมินการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของป่าไม้ด้วยเทคโนโลยี สำรวจระยะไกล

สำหรับงาน Sustainability Expo กลุ่ม ปตท. ได้เข้าร่วมจัดงานมาตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน จนเติบโตเป็นงานด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน โดยในปีนี้ กลุ่ม ปตท. ได้นำโชว์เคสด้านความยั่งยืนที่จับต้องได้มาร่วมแสดง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการเรียนรู้ถึงการลดคาร์บอนให้สอดคล้องไปกับการดำเนินธุรกิจ

ภายในงาน ยังมีนิทรรศการแสดงการสร้างความแข็งแรงแก่สังคมไทยในทุกมิติ ได้แก่

  • ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ผ่านโครงการชุมชนยิ้มได้ ของ ปตท.
  • โครงการไทยเด็ด ของ OR
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โครงการ GC YOUเทิร์น ของ GC, ผลิตภัณฑ์ Wood Plastic Composite Products ของ IRPC
  • ส่งเสริมพลังงานที่เข้าถึงทุกคน ได้แก่ โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้หน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษาของภาครัฐ ของ TOP
  • โครงการ Light for a Better Life ของ GPSC

นอกจากนี้ ยังมีงานฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและเสริมสร้างรายได้ให้ชุมชนชายฝั่ง ผ่านโครงการศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักสัตว์น้ำเศรษฐกิจ (Ocean for Life) ของ ปตท. สผ. ด้วย

กลุ่ม ปตท. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความร่วมมือทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน สังคมและประชาชน เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมแนวคิดให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันลงมือทำ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อทุกชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อโลกที่ดีขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...