โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สินเชื่อเช่าซื้อรถติดลบ 3 ปีรวด ลุ้นยอดครึ่งหลัง-ฝ่าปัจจัยเสี่ยง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2568 เวลา 23.49 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 23.34 น.

สินเชื่อเช่าซื้อรถปี 2568 หดตัว -7.5% ติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เอ็นพีแอลยังเพิ่ม ศก.ไม่ฟื้น-หนี้ครัวเรือนสูง ค่ายรถหั่นราคาอีวีตลาดแข่งขันเดือด “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ประเมินแม้ยอดขายรถยนต์กระเตื้อง แต่สงครามราคา-แบงก์เข้มปล่อยกู้กดดันยอดสินเชื่อใหม่เสี่ยงสูง “นายกสมาคมเช่าซื้อ” ชี้ยอดเช่าซื้อ EV โตฝ่าปัจจัยเสี่ยง คาดยอดขายทั้งปี 9 หมื่นคัน “กรุงศรี ออโต้” ชี้อีวีโตสวนทางยอดหนี้เสียยังบริหารจัดการได้

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมสินเชื่อเช่าซื้อในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ยังคงเติบโตติดลบเป็นตัวเลข 2 หลักอยู่ที่ -11.3% แม้ว่ายอดขายรถยนต์จะปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่หากเทียบยอดขายกับมูลค่าราคารถยนต์เฉลี่ยที่ปรับลดลงจากการแข่งขันของตลาดรถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ส่งผลให้ยอดสินเชื่อไม่ได้ปรับตัวขึ้นแบบ 1 ต่อ 1 ตามยอดขายรถยนต์ที่ปรับดีขึ้น

โดยยอดสินเชื่อเช่าซื้อของระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย ณ เดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 1.007 ล้านล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) ยอดคงค้างอยู่ที่ 1.136 ล้านล้านบาท ส่งให้ยอดสินเชื่อหดตัวติดลบ 2 หลัก

เช่าซื้อทั้งปี -7.5% ติดลบ 3 ปี

มองไปข้างหน้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ภายใต้เศรษฐกิจและปัจจัยความเสี่ยงที่สูงขึ้น สถาบันการเงินยังคงให้ความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยยังคงพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และเครดิตความเสี่ยงของลูกค้าเป็นหลัก จึงคงประมาณการอัตราการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อในปี 2568 หดตัว -7.5% ยอดสินเชื่อคงค้างต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ถือเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่ปี 2566 ที่หดตัว -0.4% และปี 2567 หดตัว -11.4%

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะเห็นว่าเริ่มเบาลง แต่ไม่ได้ปรับดีขึ้น โดยหนี้เอ็นพีแอลในไตรมาสที่ 1/2568 อยู่ที่ 2.16% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด ขยับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4/2568 ที่อยู่ 2.13% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด ขณะที่สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) อยู่ 13.08% เทียบไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 13.09% แม้ว่าตัวเลขจะดูทรงตัวทั้งหนี้เอ็นพีแอลและ SM แต่ยังอยู่สูง เนื่องจากมีมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามา โดยเฉพาะเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ทำให้สถาบันการเงินเร่งปรับโครงสร้างก่อนและหลังเป็นหนี้เอ็นพีแอล

“หากดูงบการเงินในไตรมาสที่ 2/68 จะเห็นหลายแบงก์ยอดสินเชื่อเช่าซื้อคงค้างในพอร์ตยังไถลลงมา ซึ่งมองไปในครึ่งปีหลังภาพการปล่อยสินเชื่อใหม่คงไม่ได้ดีขึ้น เพราะมีความเสี่ยงเยอะขึ้น หนี้ครัวเรือนยังเป็นข้อจำกัดของสินเชื่อใหม่ และยอดขายรถยนต์อาจจะต้องดีขึ้นมากกว่านี้จึงจะทำให้ยอดสินเชื่อกลับมาเป็นบวกได้”

ยอดเช่าซื้อ EV โตฝ่าปัจจัยเสี่ยง

นายศรัณย์ ทองธรรมชาติ นายกสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมเช่าซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในปี 2568 มองว่า ตลาดเช่าซื้อรถยนต์อีวีมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค และมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นจากสถาบันการเงิน เนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูง และการจัดอันดับความเสี่ยงของรถอีวีที่ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ของตลาด โดยมองว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ตลาดอาจชะลอตัวลงบ้างจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการระมัดระวังของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อรถยนต์

จากข้อมูลยอดจดทะเบียนรถยนต์ สะท้อนว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 56,026 คัน หรือคิดเป็นกว่า 17.41% ของยอดจดทะเบียนรถใหม่ทั้งหมด ถือว่าเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา

ขณะที่ยอดสินเชื่อเช่าซื้อรถอีวีในระบบ ถือว่ายังอยู่ในระดับเริ่มต้นเมื่อเทียบกับสินเชื่อรถยนต์รวม โดยข้อมูลจากบางธนาคารใหญ่ระบุว่า ยอดสินเชื่อรถยนต์อีวีอยู่ที่ราว 3.5-4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 3-4% ของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งหมด แม้สัดส่วนยังน้อย แต่แนวโน้มเป็นบวก เนื่องจากข้อมูลยอดจดทะเบียนรถยนต์สะท้อนว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในครึ่งปีแรกเติบโตขึ้น และกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนที่ยังให้ความสนใจ ในด้านการประหยัดพลังงาน, เทคโนโลยีและสมรรถนะของรถอีวี

คาดขายรถอีวีทั้งปี 9 หมื่นคัน

“ทั้งระบบมีการประเมินยอดขายทั้งปี’68 อยู่ในช่วง 8-9 หมื่นคัน ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิมของตลาด แต่ยังต้องติดตามปัจจัยเสริม เช่น การปรับกลยุทธ์ราคาของค่ายรถอีวี และมาตรการกระตุ้นการซื้อของภาครัฐเพิ่มเติม แต่เชื่อว่าในครึ่งหลังของปี ตลาดอาจชะลอตัวลงจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ”

สอดคล้องกับความเห็นของนายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 12% เป็น 21% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในครึ่งปีแรก

สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ประเมินว่ารถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากแรงหนุนของนโยบายภาครัฐ การทำโปรโมชั่นของค่ายรถ รวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 ยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้จะอยู่ที่ 110,000-125,000 คัน เติบโตราว 46-82% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 19-22% ของยอดขายรถยนต์ใหม่

ทั้งนี้ กรุงศรี ออโต้ ยังคงยึดแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบเพื่อรักษาการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการด้านสินเชื่อที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้าแต่ละราย พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ โดยลูกค้าในพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าของกรุงศรี ออโต้ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่มีคุณภาพ ซึ่งมีศักยภาพในการผ่อนชำระ

โดยกลยุทธ์เพื่อให้ชีวิตผู้ใช้รถให้ดีขึ้น กรุงศรี ออโต้ จึงเดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทผู้นำตลาดสินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง มุ่งขยายโอกาสในการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าผ่านความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้อีวีในทุกมิติ ผ่านแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรี ออโต้ ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดในประเทศไทย

“คุณภาพของสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และเป็นไปตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงของกรุงศรี ออโต้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สินเชื่อเช่าซื้อรถติดลบ 3 ปีรวด ลุ้นยอดครึ่งหลัง-ฝ่าปัจจัยเสี่ยง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...