ตรัง หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ตรัง เพาะวัวชนแท้สำเร็จกว่า 10 สายพันธุ์
ตรัง – หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เพาะขยายพันธุ์วัวชนสายเลือดแท้ได้สำเร็จกว่า 10 สายพันธุ์ ผลิตลูกได้ปีละกว่า 20 ตัว ตัวเมียเก็บไว้ทำแม่พันธุ์ทั้งหมด เพื่อพัฒนาสายพันธุ์เพิ่ม รองรับการยกระดับกีฬาชนโคเป็น Soft Power ขายเฉพาะตัวผู้เท่านั้นตกราคาตัวละ 18,000– 20,000 บาท เป็นที่ต้องการของตลาดวัวชน จองตั้งแต่อยู่ในท้องจนผลิตลูกไม่ทันสร้างรายได้ต่อปีกว่า 300,000 บาท
ที่ฟาร์ม “ กาเหว่า ฟาร์มวัวชน” ตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านคลองคุ้ย ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ของนายจิระศักดิ์ ยังสุวรรณ์ อายุ 52 ปี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่า ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นำผู้สื่อข่าวดูแม่พันธุ์วัวชนที่ตัวเองได้ทุ่มเทเวลามากว่า 12 ปี ในการเพาะขยายและพัฒนาสายพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง จนในวันนี้ประสบความสำเร็จได้แม่พันธุ์สายเลือดวัวชนแท้ 100% ที่เห็นในฟาร์มตอนนี้รวมกว่า 70 ตัว หรือกว่า 10 สายพันธุ์ โดยเริ่มต้นจากเมื่อประมาณ 12 ปีที่แล้ว ด้วยใจที่รักในกีฬาวัวชน จึงพยายามเฟ้นหาแม่พันธุ์วัวชนแท้จากคนรู้จักมาได้จำนวน 7 ตัว ประมาณ 3 สายพันธุ์ จากนั้นก็เฟ้นหาพ่อพันธุ์วัวชนแท้ที่ผ่านการลงสนามและเอาชนะคู่แข่งมาได้อย่างโชกโชน จากในหลายจังหวัดของภาคใต้ เช่น ตรัง พัทลุง สงขลา กระบี่ รวมทั้งพ่อพันธุ์จากสปป.ลาว มาผสมพันธุ์ โดยพ่อพันธุ์มาจาก 3 แหล่ง คือ แรกเริ่มซื้อมาจาก สปป.ลาวในราคาตัวละ 2.7 แสนบาท เมื่อออกลูกก็ขายตัวผู้ออกไป เก็บเฉพาะตัวเมียไว้ เพื่อขยายพันธุ์ต่อจนได้แม่พันธุ์ประมาณ 30 ตัว 2.จากนั้นก็เฟ้นหาพ่อพันธุ์ตัวใหม่ที่มีชื่อเสียง และผ่านการเอาชนะในสนามมาเป็นพ่อพันธุ์ตัวใหม่ โดยการเช่า ซึ่งเจ้าของพ่อพันธุ์คิดค่าเช่าครั้งละ 3,000 -5,000 บาทต่อการผสมพันธุ์แม่ 1 ครั้ง และ3.เฟ้นหาพ่อพันธุ์เพิ่มโดยการขอยืมพ่อพันธุ์มาผสมพันธุ์กับแม่พันธุ์ในฟาร์ม โดยแบ่งลูกวัวตัวผู้ที่เกิดจากการผสมพันธุ์เป็นการตอบแทน ส่วนลูกที่ได้ที่เป็นเพศเมียจะเก็บเอาไว้ทำแม่พันธุ์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ทั้งหมด ตลอด 12 ปี เปลี่ยนพ่อพันธุ์ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ตัว /สายพันธุ์ (โดยพ่อพันธุ์ 1 ตัว จะอยู่กับฟาร์มเพื่อผลิตลูกได้ประมาณ 2 ปี) จนตอนนี้ประสบความสำเร็จได้แม่พันธุ์สายเลือดวัวชนแท้ที่เห็นอยู่ในภาพขณะนี้รวมประมาณกว่า 70 ตัว รวมกว่า 10 สายพันธุ์ แบ่งเป็นแม่พันธุ์ 28 แม่, วัวสาวที่กำลังจะเป็นแม่พันธุ์รุ่นใหม่กว่า 30 ตัว , ลูกวัวเมียเล็กกว่า 10 ตัว ,วัวเล็ก เพศผู้ ที่มีคนจองแล้ว 3 ตัว และพ่อพันธุ์ตัวใหม่ที่ยืมมา ชื่อ ขาว 357 อีกจำนวน 1 ตัว โดยต่อปีตอนนี้ผลิตลูกวัวชนได้กว่า 20 ตัว เป็นเพศเมียประมาณ 10 ตัว เพศผู้ประมาณ 15-16 ตัว
ซึ่งนายจิระศักดิ์ ยังสุวรรณ์ เจ้าของ “กาเหว่า ฟาร์มวัวชน” บอกว่า ตัวผู้จะขายทั้งหมด เพื่อให้คนอื่นเอาไปชน และนำไปเป็นพ่อพันธุ์ต่อไป เพราะเป็นพ่อพันธุ์สายเลือดวัวชนแท้ที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์จากฟาร์มแล้ว เพราะเกิดจากพ่อ และแม่สายเลือดวัวชนแท้จากฟาร์ม หากจองตั้งแต่อยู่ในท้องและคลอดออกมา ตัวละ 18,000 บาท แต่ถ้ามาซื้อตอนที่โตอายุประมาณ 7 เดือนถึง 1 ปี ตัวละ 20,000 บาท โดยวัวชนเพศผู้ที่ออกจากฟาร์มตอนนี้ บางตัวทำสถิติชน 11 ครั้ง เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 8 ครั้ง แพ้ 3 ครั้ง ค่าตัวในการชนประมาณ 700,000 – 800,000 บาท หากขายราคาตัวละประมาณ 100,000 บาท ส่วนเพศเมีย หากขายราคาเริ่มต้นที่ตัวละ25,000 บาท ราคาจะสูงกว่าวัวตัวผู้ แต่ตนเองไม่ขาย เพราะเก็บไว้พัฒนาสายพันธุ์ต่อไป เพราะยังมีไม่พอ เพราะตนต้องการแม่พันธุ์ให้มากกว่านี้ ส่วนสาเหตุที่ไม่ซื้อพ่อพันธุ์ เพราะว่าพ่อพันธุ์แต่ละตัว ราคาประมาณ 100,000 บาท แต่อยู่ในฝูงกับแม่พันธุ์ได้ตัวละ 2 ปี เมื่อครบ 2 ปี ก็ต้องเปลี่ยนพ่อพันธุ์ จึงไม่คุ้ม เพราะเมื่อลูกเพศเมียโตที่จะเป็นแม่พันธุ์ใหม่ พ่อพันธุ์ตัวเดิมจะผสมกับลูกสาวของตัวเอง ซึ่งเป็นสายเลือดเดียวกัน หรือเลือดชิดกันไม่ได้ ต้องเปลี่ยนพ่อพันธุ์ใหม่ทุก 2 ปี ดังนั้น ในการพัฒนาสายพันธุ์วัวชนจึงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี จึงจะได้แม่พันธุ์ที่เป็นสายเลือดวัวชนแท้ แต่การเช่าโดยการจ่ายครั้งละ 3,000 -5,000 บาทต่อการผสมพันธุ์ 1 ครั้ง หรือการยืมพ่อพันธุ์แลกกับลูกวัวตัวผู้จะคุ้มค่ากว่า ซึ่งในการพัฒนาสายพันธุ์วัวชนของฟาร์มตนเอง จะไม่เลือกใช้วิธีผสมเทียม เพราะไม่มั่นใจในน้ำเชื้อที่นำมาผสมเทียมว่ามาจากพ่อพันธุ์ตัวไหน ได้พ่อพันธุ์วัวชนแท้เก่งหรือไม่ แต่ตนใช้วิธีเฟ้นหาพ่อพันธุ์ตัวเก่งจากทุกสารทิศมาผสมพันธุ์กับแม่ที่ได้สายเลือดแท้แล้ว จึงทำให้ได้วัวชน และแม่พันธุ์สายเลือดวัวชนแท้ 100% ที่ทั้งแทงเก่ง ดุดัน อึด ทน ลีลาดี เป็นที่ต้องการของเซียนวัวชนในภาคใต้ จึงมีการจองลูกล่วงหน้า จนผลิตไม่ทันดังกล่าว โดยตอนนี้แม่พันธุ์ในฟาร์มเป็นแม่พันธุ์วัวชนสายพันธุ์ดีรวมกันไม่ต่ำกว่า 10 สายพันธุ์ เช่น มาจากพ่อพันธุ์ ภาคภูมิ ยอดสิงห์ สาย 357(สาม ห้า เจ็ด) สายแม็กนั่ม สายลางสาด สายรักศักดิ์ศรี และเวียงจันทร์จาก สปป.ลาว เป็นต้น ส่วนการเลี้ยงจะมีทั้งปล่อยธรรมชาติให้เที่ยวเล่นในสวนปาล์ม ให้หญ้าแห้งตอนเช้าวันละ 4-5 ก้อน ส่วนอาหารเย็นจะเป็นหญ้าเนเปียหมักซีนสุญญากาศ ประมาณ 4 ถังๆละ 120 ลิตร ซึ่งเป็นหญ้าที่ปลูกเองในเนื้อที่ 4 ไร่ จะทำการตัดและหมักทุกสัปดาห์ โดยหญ้าเนเปียมีธาตุอาหารสูงเช่นเดียวกับอาหาร ต่อค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท ทั้งนี้ การขายลูกวัวเพศผู้นั้น ทำให้มีรายได้ปีละประมาณ 300,000 บาท ขณะที่มูลวัวก็ขายได้ปีละประมาณ 1,000 กระสอบ ๆ ละ 40 บาท หรือปีละประมาณ 40,000 บาท ส่วนเหตุผลที่หันมาเลี้ยงโคชน ไม่คิดจะเลี้ยงโคขุนหรือโคพื้นเมืองนั้น เพราะส่วนตัวชื่นชอบวัวชนอยู่แล้ว และไม่อยากเห็นการจำหน่ายเพื่อเอาไปฆ่าแกง หากเลี้ยงวัวขุนหรือเลี้ยงโคพื้นเมือง ต้องจำหน่ายไปเพื่อฆ่าอย่างเดียว แต่ส่วนตัวตนทำใจไม่ได้ที่จะจำหน่ายเพื่อฆ่า จึงอยากให้นำไปเลี้ยง และราคาวัวชนจะสูงกว่าราคาโคขุน และโคพื้นเมืองตัวละกว่า 10,000 บาท โดยโคขุนและโคพื้นเมืองราคาขายตีจากราคาเนื้อ แต่วัวชนจะขายตามอายุ เช่น เริ่มจากแรกคลอด 18,000 บาท อายุ 1 ปี 20,000 บาท ถ้า 1 ปีขึ้นไปก็ประมาณตัวละ 26,000 บาท หรือถ้าอายุ 2 ปีขึ้นไป ราคาอยู่ที่ 30,000 บาท แต่ถ้าเป็นโคเนื้อธรรมดานั้นเบ็ดเสร็จราคาไม่เกินตัวละ 20,000 บาท ใครสนใจอยากศึกษาดูงานการเลี้ยงวัวชน หรือดูฟาร์ม ติดต่อที่เฟสบุก “ กาเหว่า ฟาร์มวัวชน หรือโทรศัพท์ 088 -9245393, 084- 9961517