โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนของเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้า…สู่คอนกรีตรักษ์โลก

77kaoded

อัพเดต 03 ก.ย 2568 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2568 เวลา 03.22 น. • 77Kaoded

โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหามลพิษ ตลอดจนความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายหน่วยงานจึงให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น โดยนำแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” มาออกแบบกระบวนการผลิตที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานและทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดการเกิดของเสียจนนำไปสู่การไม่มีของเสียเกิดขึ้นในที่สุด เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง โดยนำวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าหลังเผาเชื้อเพลิงถ่านหินลิกไนต์ทั้งเถ้าลอย เถ้าหนัก และยิปซัมสังเคราะห์ กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์แทนการฝังกลบ ซึ่งสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ คอนกรีตและวัสดุก่อสร้าง ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดิน

จากเถ้าลอยไร้ค่าสู่คอนกรีตรักษ์โลก

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง แหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ของประเทศไทยที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงปีละกว่า 12.7 ล้านตัน เกิดเป็นเถ้าขนาดเล็กที่เรียกว่า“เถ้าลอย (Fly Ash)” ที่ถูกดักจับโดยเครื่องดักจับฝุ่นไฟฟ้าสถิต ประมาณปีละ 1.7 ล้านตัน ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ. จะนำเถ้าลอยไปใช้เป็นส่วนผสมสำหรับงานก่อสร้าง อาทิ ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก งานซ่อมแซมฐานรากสถานีไฟฟ้าแรงสูงแม่เมาะ 3 งานก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่เขื่อนปากมูล ปัจจุบันมีผู้สนใจนนำเถ้าลอยไปใช้ในงานก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ งานเทฐานรากอาคารขนาดใหญ่ งานก่อสร้างตอม่อรถไฟฟ้าและทางด่วน รวมไปถึงงานคอนกรีตทั่วไปและวัสดุก่อสร้างชนิดต่าง ๆ
แต่เนื่องจากถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาใช้ในปัจจุบันมีค่าแคลเซียมออกไซด์ค่อนข้างสูง ส่งผลให้เถ้าลอยมีองค์ประกอบทางเคมีที่ไม่ผ่านเกณฑ์เชิงพาณิชย์และต้องนำไปกักเก็บด้วยการฝังกลบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าปีละ 3 ล้านบาท

กฟผ. จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) นำเถ้าลอยที่องค์ประกอบทางเคมีไม่ผ่านเกณฑ์เชิงพาณิชย์มาวิจัยและพัฒนาเป็น “คอนกรีตทางเลือก” ภายใต้แบรนด์ EGAT AshNova ซึ่งใช้เถ้าลอยทดแทนปูนซีเมนต์ได้สูงสุดถึง 100% สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของคอนกรีตและวัสดุในงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นคอนกรีตบล็อกสำหรับก่อผนัง คอนกรีตตัวหนอนปูผิวทางเดินเท้า โดยมีคุณสมบัติพิเศษคือ กำลังรับแรงอัดสูง ทนทานต่อกรดและด่างสูง ช่วยลดต้นทุนการผลิตคอนกรีตลงได้

มจพ. และ กฟผ. ยังได้นำคอนกรีตทางเลือก EGAT AshNova นี้ ไปทดลองทำพื้นถนนบริเวณหน้าทางเข้าออกเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จากการใช้งานจริงตลอด 28 วัน พบว่า มีรถบรรทุกน้ำหนัก 20-50 ตัน ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกวันละหลาย ๆ เที่ยว โดยวัดค่ากำลังรับแรงอัดคอนกรีตได้สูงถึง 325 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ซึ่งมีค่าสูงกว่าค่ากำลังรับแรงอัดที่ได้ออกแบบไว้

สภาพคอนกรีตมีความแข็งแรงและคงทน ลักษณะทางกายภาพเหมือนการใช้ปูนซีเมนต์ แต่มีสีที่เข้มกว่าเล็กน้อย อีกทั้งคอนกรีตทางเลือก EGAT AshNova ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 288 กิโลกรัมต่อการผลิตคอนกรีต 1 ลูกบาศก์เมตร หรือลดลงประมาณ 58% เมื่อเทียบกับการผลิตคอนกรีตจากปูนซีเมนต์และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ปัจจุบัน กฟผ. ได้นำคอนกรีตทางเลือก EGAT AshNova จากเถ้าลอยไปพัฒนาเป็นบล็อกตัวหนอน อิฐปูพื้นทางเท้า บล็อกช่องลม หมอนรองรางรถไฟคอนกรีตอัดแรง รวมถึงผลักดันให้เกิดการใช้งานในกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้นวัตกรรมคอนกรีตเพื่อความยั่งยืนและมุ่งสร้างสังคมคาร์บอนต่ำร่วมกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานธุรกิจนวัตกรรมวัตถุพลอยได้ E-mail: chalermphol.s@egat.co.th หรือโทร 0 2436 7252

จากของเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้าสู่วัสดุที่สร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง เป็นการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบโจทย์แนวคิดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมให้เดินหน้าสู่ความยั่งยืนอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...