โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว.คลัง เปิดเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” คนในระบบภาษีได้มากกว่า เริ่ม ต.ค.แน่นอน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ก.ย 2568 เวลา 15.50 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2568 เวลา 08.50 น.

รมว. คลัง เตรียมชง “คนละครึ่งพลัส” เข้าครม. สัปดาห์หน้า ผู้อยู่ในระบบภาษี ได้ 2,400 บาท ทั่วไปได้ 2,000 บาท ให้ใช้จ่ายวันละ 400 บาท รัฐสมทบให้วันละ 200 บาท เข้าร่วมเฉพาะร้านเล็ก-แท็กซี่ ยกเว้นรายใหญ่ เริ่มใช้จ่ายภายใน ต.ค. 2568

30 ก.ย. 2568 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่า เตรียมเสนอโครงการ คนละครึ่งพลัส ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า และจะให้เริ่มใช้จ่ายได้ภายใน ต.ค. 2568 โดยให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ 400 บาท/วัน โดยรัฐบาลสมทบ200 บาท ประชาชนจ่ายเอง 200 บาท เน้นให้ความช่วยเหลือแก่พ่อค้าแม่ค้ารายเล็ก รายย่อยและแท็กซี่ เป็นหลักเพื่อให้เกิดการกระจายตัวของเม็ดเงิน

“คนละครึ่งพลัส เราจะเน้นไปที่พ่อค้าแม่ค้ารายเล็ก รายย่อย หาบเร่ แผงลอยแท็กซี่ก็เข้าร่วมโครงการได้ด้วย สำหรับรายใหญ่จะยังไม่ได้ร่วมโครงการเพราะงบประมาณมีจำกัด”

ขณะที่เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าระบบภาษีโครงการคนละครึ่งพลัสจะให้สิทธิผู้ที่อยู่ในระบบภาษีที่2,400 บาท สำหรับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีจะได้รับสิทธิ 2,000 บาท

“เราให้สิทธิผู้อยู่ในระบบภาษีมากกว่า เพราะเงินเหล่านี้มาจากเงินภาษีจะได้เป็นการจูงใจว่าการเข้าระบบภาษีไม่ได้แย่ เขาได้รับสิทธิมากกว่าเป็นการสร้างฐานรากวินัยทางการคลังให้คนเข้าสู่ระบบมากขึ้น”

นอกจากนี้จะมีการเพิ่มทักษะ (Skill) ให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในการขายของออนไลน์ (E-commerce) รวมถึงการทำบัญชีผ่านระบบดิจิทัลซึ่งจะเชื่อมโยงกับการพิจารณาปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร

“ผมได้ให้ทีมไปคุยกับธนาคารแล้วว่าหากพ่อค้าแม่ค้ามีรายรับรายจ่ายที่ชัดเจนเขาก็สามารถปล่อยสินเชื่อให้ได้เลย”

ทั้งนี้ ในการเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสรัฐบาลให้ความสำคัญกับวินัยการคลังโดยไม่ได้มีการใช้เงินกู้ใหม่ แต่ใช้กรอบงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลชุดที่แล้ว งบกระตุ้น 25,000ล้านบาท และงบกลาง 19,000 ล้านบาท รวม 44,000 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...