กทม.-ปภ. เร่งจ่ายเยียวยาแผ่นดินไหว 4.4 หมื่นครัวเรือน ให้เสร็จภายใน ต.ค.นี้
กทม. และ ปภ. เร่งจ่ายเงินเยียวยาซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือแล้วกว่า 44,210 ครอบครัว คาดดำเนินการจ่ายเงินส่วนที่เหลือแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนตุลาคม 2568 แนะผู้ประสบภัยเลือกรับโอนเงินผ่านระบบธนาคารกรุงไทย (KTB) เพื่อความรวดเร็ว
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการเงินเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยได้สรุปยอดผู้ยื่นขอรับความช่วยเหลือและสถานะการดำเนินการ ดังนี้
- จำนวนผู้ประสบภัย: มีผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพฯ และได้ยื่นเอกสารขอรับความช่วยเหลือจากทางราชการตามกำหนดตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 2 พฤษภาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 44,210 ครอบครัว
- วงเงินช่วยเหลือ: การช่วยเหลือเป็นค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 กำหนดไว้หลังละไม่เกิน 49,500 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเม็ดเงินที่รัฐบาลจัดสรรเพื่อบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจระดับครัวเรือนจากภัยพิบัติครั้งนี้
สถานะการส่งมอบเอกสารและการดำเนินการ
- เอกสารที่จัดส่งให้ ปภ. แล้ว: กทม. ได้ดำเนินการรวบรวมและจัดส่งเอกสารของผู้ประสบภัยให้แก่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการเบิกจ่ายแล้ว จำนวน 35,045 ครอบครัว
- เอกสารคงเหลือ: ยังคงเหลือเอกสารของผู้ประสบภัยที่อยู่ระหว่างการรวบรวมและตรวจสอบ จำนวน 9,165 ครอบครัว
- กรอบเวลาดำเนินการ: กทม. คาดการณ์ว่าจะดำเนินการรวบรวมเอกสารที่เหลือทั้งหมดส่งให้ ปภ. ได้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นการเร่งรัดกระบวนการบริหารจัดการให้ทันตามกำหนด
อย่างไรก็ดีความร่วมมือระหว่าง กทม. และ ปภ. ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ เสร็จสิ้นแล้วใน 14 เขต ได้แก่ เขตคลองสามวา, คันนายาว, ดุสิต, ตลิ่งชัน, บางขุนเทียน, บางบอน, บึงกุ่ม, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, พระนคร, มีนบุรี, สะพานสูง, สัมพันธวงศ์, หนองแขม, และเขตหนองจอก
แม้ว่ากระบวนการจะมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้อำนวยการ สปภ. ยอมรับว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาอาจประสบกับความล่าช้าในบางกรณี เนื่องจากปัจจัยด้านจำนวนผู้ประสบภัยที่มีจำนวนมาก และขั้นตอนการเบิกจ่ายที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. ปริมาณผู้ประสบภัยสูง: การมีผู้ยื่นขอรับการช่วยเหลือกว่า 44,210 ครอบครัว ส่งผลให้เกิดความท้าทายในการตรวจสอบและบริหารจัดการเอกสารในปริมาณมหาศาล
2. การเลือกรับเงินสด: กรณีที่ผู้ประสบภัยแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือเป็น เงินสด จะมีขั้นตอนการดำเนินการเพิ่มเติมมากกว่าการรับโอนผ่านระบบธนาคาร รวมถึงกระบวนการประสานติดตามผู้ประสบภัยให้มารับเงินสดดังกล่าว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการส่งมอบเงินถึงมือผู้ประสบภัย
เพื่อให้การจ่ายเงินเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด กทม. จึงแนะนำและสนับสนุนให้ผู้ประสบภัยเลือกรับการโอนเงินผ่าน ระบบธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) ซึ่งเป็นช่องทางที่ถูกกำหนดและมีกระบวนการที่รวดเร็วกว่าการรับเงินสดมาก เพื่อให้การบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินแก่ภาคครัวเรือนสามารถทำได้อย่างทันท่วงทีและครอบคลุมตามเป้าหมายที่วางไว้