โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สงครามส่งด่วน! เผยผลสำรวจ ขนส่งพัสดุ เร็วแต่คุณภาพร่วง สินค้าชำรุดพุ่ง 41.2%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 05.32 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 05.32 น.

นิตยสารฉลาดซื้อเผย ผลสำรวจบริการขนส่ง ส่งด่วนแต่คุณภาพค่อนข้างดิ่ง เพราะประเทศไทยไม่มีหน่วยงานรัฐควบคุมกำกับ ‘กิจการขนส่งสินค้า’ โดยเฉพาะ

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ บ้านสมเด็จโพล เปิดผลสำรวจบริการขนส่ง ‘ส่งด่วนแต่คุณภาพค่อนข้างดิ่ง’ เมื่อพบปัญหา สินค้าชำรุด เสียหายพุ่งสูงอันดับ 1 ถึง ร้อยละ 40 ร้องหน่วยงานเข้ากำกับดูแลให้ชัดเจนทั้งระบบ
การเติบโตของธุรกิจการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ ได้ทำให้มูลค่าการตลาดของบริษัทขนส่งพัสดุพุ่งเติบโตต่อเนื่องในระยะหลายปี โดยปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านบาท และการแข่งขันยังคงดุเดือดอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเร็ว, จุดแข็ง, บริการเสริม และแคมเปญการตลาดต่างๆ เพื่อสร้างเม็ดเงินไหลเวียนให้กับธุรกิจ แต่ทว่าความรวดเร็วของการให้บริการ อาจไม่ได้ควบคู่ไปพร้อมการยกระดับด้านคุณภาพ เมื่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยังคงได้รับเรื่องร้องเรียน จากปัญหาการได้รับบริการขนส่งที่ไม่ได้คุณภาพ ทำให้สินค้าที่สั่งซื้อสูญหาย เสียหาย จำนวนมาก นอกจากนี้ยังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และไม่สามารถทวงถามความรับผิดชอบจากหน่วยงานใดได้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จึงร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพล สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนิน โครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาจากการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านระบบบริการขนส่งสินค้า โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,121 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 22 – 27 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

จากการสำรวจพบว่า บริษัทขนส่งที่กลุ่มตัวอย่างใช้บริการสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ ไปรษณีย์ไทย 55.4 % , Flash Express 55.3 % , J&T Express 55.1 % โดยคุณสมบัติที่ผู้ใช้บริการคาดหวังได้รับจากบริการของบริษัทขนส่ง สูงสุด 3 ลำดับแรกคือ 1. ให้บริการขนส่งจัดส่งรวดเร็ว ตรงเวลา 31.1% 2.มีการดูแลรักษาสินค้า 16.9 % 3. มีสาขาบริการเยอะ 14.4 %

มิติด้านราคาค่าบริการขนส่งในปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่าง 60.1 % เห็นว่าราคาเหมาะสม และ 46.3 % เห็นว่าการที่มีผู้ให้บริการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้นทำให้ราคาค่าขนส่งลดลง

มิติของการพัฒนาด้านคุณภาพของบริการขนส่ง ยังค่อนข้างไม่ชัดเจน เมื่อสอบถามว่า การที่มีบริษัทให้บริการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้นทำให้มีบริการที่ดีขึ้น หรือไม่ 45.5 % ตอบว่าใช่ และ ไม่ใช่ 32.5% และไม่แน่ใจ 22 %

ด้านการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดปัญหาขึ้นและได้ร้องเรียน 42.8 % ตอบว่าได้รับการแก้ไขและพึงพอใจ , 30.9 % ได้รับการแก้แต่ไม่พึงพอใจ เช่น ล่าช้า และ 17.4 % ตอบว่าปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข

ส่วนสำคัญของการสำรวจในครั้งนี้ คือการสำรวจ ปัญหาที่พบจากการใช้บริการขนส่งสินค้า พบปัญหาสูงสุด 3 ลำดับแรกคือ 1.สินค้าชำรุด เสียหาย 41.2 % 2.ไม่ได้รับสินค้า 30.7 % และ สินค้าสูญหาย 25.9 %

โดยผู้ตอบแบบสำรวจ คิดว่าจากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น 37.2 % มาจากร้านค้า / ผู้ประกอบการ , 37 % มาจากผู้ให้บริการขนส่ง และ 31.1 % คิดว่ามาจากทั้งร้านค้า / ผู้ประกอบการ ,ผู้ให้บริการขนส่ง และแพลตฟอร์มออนไลน์ นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้ใช้บริการร้อยละ 51.6 แจ้งผู้ขาย /ร้านค้า/ ผู้ประกอบการ,ร้อยละ 39.5 แจ้งแพลตฟอร์มออนไลน์ และร้อยละ 38.1 แจ้งบริษัทขนส่งผู้ให้บริการ สูงเป็นลำดับที่ 3

ข้อเสนอจากการสำรวจครั้งนี้ สูงสุด 3 ลำดับแรก คือ

1.อยากให้ผู้ให้บริการขนส่งมีคุณภาพ มีมาตรฐานเทียบเท่าไปรษณีย์ไทย ร้อยละ 50.2
2. ให้ผู้ให้บริการมีช่องทางการรับเรื่องเรียน ปัญหาจากขนส่งที่สะดวก ร้อยละ 37.7
3.ให้ผู้ให้บริการพัฒนาระบบการสื่อสารที่ช่วยผู้บริโภคสามารถแยกแยะได้พนักงานขนส่งว่าไม่ใช่มิจฉาชีพ เช่น ใช้เบอร์โทรศัพท์จากส่วนกลาง ร้อยละ 29

ทัศนีย์ แน่นอุดร รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคฝ่ายเผยแพร่ และบรรณาธิการ นิตยสารฉลาดซื้อ กล่าวว่า จะเห็นว่าจากผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาจากการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านระบบบริการขนส่งสินค้า สะท้อนว่าผู้บริโภคมีความพึงพอใจใจหลายประการ ทั้งด้านพึงพอใจจากการได้รับการแก้ไขปัญหา และในมิติด้านราคาแต่อย่างไรก็ตามในด้านของความพึงพอใจ หากพิจารณาจากในรายละเอียดยังพบว่ามีข้อกังขาอยู่ไม่น้อย

“หากเราพิจารณาในรายละเอียดลงไป ในมิติของราคาแม้ในภาพรวมจะพอใจแต่เราก็ทราบว่า การจัดส่งสินค้าแต่ละขนาดมีความแตกต่างและหลากหลายได้อย่างมาก ในจุดนี้จึงอาจไม่ได้สะท้อนถึงความเป็นธรรมที่สามารถเปรียบเทียบกันได้ และในด้านคุณภาพ

เมื่อถามว่าการที่มีบริษัทให้บริการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้นทำให้มีบริการที่ดีขึ้นหรือไม่ เราจะเห็นว่า มีผู้ตอบว่าไม่ใช่ และไม่แน่ใจ รวมแล้วถึง 52.5 % และเมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดปัญหาขึ้น แม้ 42.8 % จะระบุว่าพึงพอใจ แต่ผู้ที่ตอบว่า ได้รับการแก้ไขแต่ไม่พึงพอใจและ ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข รวมแล้วก็สูงถึง 48.3 % เช่นกัน ที่สำคัญคือเมื่อสำรวจด้านปัญหายังพบปัญหาจากการใช้บริการขนส่งสินค้า สูงที่สุดคือ สินค้าชำรุด เสียหาย 41.2 %

ลักษณะเหล่านี้คือความเจาะจงของปัญหาด้านคุณภาพ บริษัทผู้ให้บริการขนส่งต่างๆ แม้จะมีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว แต่ยิ่งต้องตระหนักถึงการพัฒนา ยกระดับคุณภาพให้มากขึ้นควบคู่กันไปด้วย เพราะไม่อย่างนั้นยอดจำนวนการสั่งและส่งสินค้านับหลายสิบล้านชิ้นต่อวัน ย่อมหมายถึงจำนวนที่มากขึ้นของสินค้าที่อาจชำรุดเสียหาย สูญหายด้วย หากไม่ตระหนักในด้านนี้เพียงพอ”

นฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ฝ่ายพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กล่าวว่า ในด้านการกำกับ ควบคุมคุณภาพของการให้บริการขนส่งสินค้าที่ผ่านมานับว่ามีสัญญาณที่ดีขึ้นเห็นได้จากตั้งแต่ 3 ต.ค 2567 สคบ.ได้เริ่มบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฯ ฉบับใหม่ ให้ สิทธิผู้บริโภคเปิดดูสินค้าก่อนจ่ายเงิน สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์แบบเก็บเงินปลายทาง (COD) แต่อย่างไรก็ตาม การสั่งซื้อและเก็บเงินปลายทางนับเป็นเพียงจุดๆ หนึ่งที่เป็นปลายทางของการสั่งซื้อเท่านั้น แต่ในภาพรวมการใช้บริการขนส่งทั้งระบบยังขาดการคุ้มครองผู้บริโภคที่ชัดเจน

“ปัญหาที่พบมากนอกเหนือจากข้างต้น คือ ปัญหาพัสดุหายหรือไม่ถูกส่งปลายทางคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของเรื่องร้องเรียนด้านการขนส่ง โดยเฉพาะในช่วงปี 2567 มีจำนวนร้องเรียน คือ ประมาณกว่า 50 เรื่อง ในปี 2568 มี 15 เรื่อง ปัญหาลักษณะดังกล่าว ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่พบกระจายอยู่ในหลายบริษัทขนส่ง ไม่ว่าจะเป็น Kerry Express, J&T Express, Flash Express, DHL หรือแม้กระทั่งไปรษณีย์ไทยผู้บริโภคร้องเรียนว่ามีทั้งกรณีสูญหาย เสียหาย และไม่ได้ส่งตรงตามเวลา โดยเงื่อนไขความรับผิดชอบของบริษัทขนส่ง น้อยกว่ามูลค่าของสินค้าและกำหนดเพดานการรับประกันไว้ เช่น การรับประกันการส่ง จ่ายเคลมตามมูลค่าสินค้าจริงไม่เกิน 500 หรือไม่เกิน 2,000 บาท หรือ บางรายถึงขั้นถูกปฏิเสธการเคลมความเสียหาย โดยอ้างว่า “ไม่เข้าเงื่อนไขการรับผิดชอบ” เช่น กรณีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่แตกเสียหายแต่ถูกปฏิเสธการชดเชย หรือกรณีสินค้าเหลวที่บริษัทระบุว่า “แพ็คไม่ดี” ทั้งที่ผู้ส่งยืนยันว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน ปัญหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงช่องว่างมาตรฐานการบริการและกลไกการชดเชยที่ไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค”

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึง “ช่องว่าง” ที่ยังไม่มีกฎหมายไปกำกับดูแลผู้ให้บริการ ขนส่งสินค้าที่ต้องส่งสินค้าถึงผู้รับอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ปัจจุบันยังให้ผู้บริโภคที่ไปใช้บริการขนส่งสินค้าที่นอกจากจะเสียค่าบริการขนส่งสินค้าที่บริษัทขนส่งเรียกเก็บแล้ว ยังต้องเสียค่าเบี้ยประกัน เพื่อประกันสินค้าไม่ให้สูญหายหรือชำรุดบกพร่อง ซึ่งเป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภคอย่างไม่เป็นธรรม ที่ต้องเสียทั้งค่าบริการขนส่ง และต้องซื้อประกันสินค้า

ดังนั้นจึงขอเสนอให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ออกประกาศควบคุมการให้บริการขนส่งสินค้า เพื่อควบคุมธุรกิจการให้บริการขนส่งให้มีมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค

ส่วนผู้บริโภคท่านใดที่ประสบปัญหาจากการรับบริการขนส่งสินค้า สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและนิตยสารฉลาดซื้อ www.ffcthailand.org

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามส่งด่วน! เผยผลสำรวจ ขนส่งพัสดุ เร็วแต่คุณภาพร่วง สินค้าชำรุดพุ่ง 41.2%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...