ผ่ายุทธศาสตร์ โป๊ยเซียน-เซียงเพียว บู๊ตลาดยาดม 4 พันล้าน
ปัจจุบัน “ยาดม” เปลี่ยนจากของใช้คนป่วยหรือคนสูงวัยมาเป็นไอเท็มสุดฮิปของคนทุกวัยไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับการเข้ามาของ “ผู้เล่น” หน้าใหม่ที่เบนเข็มเข้าสู่ตลาดที่เริ่มแข่งขันดุเดือด
ท่ามกลางสถานการณ์นี้ 2 ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง “โป๊ยเซียน” และ “เซียงเพียว” จึงต้องเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของตัวเองในระยะยาว
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “มีนา (เอี่ยมพิกุล) อัครพงศ์พิศักดิ์” รองประธานบริหาร ด้านงานกลยุทธ์การเติบโตและความยั่งยืน บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบรนด์เซียงเพียว, เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ และ “ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์” กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบรนด์โป๊ยเซียน และพีเป๊กซ์
ทำให้เห็นภาพรวมของการแข่งขันอย่างเข้มข้นในทุกอณู
ยุคทองตลาดยาดม
“มีนา” ฉายภาพว่า ปัจจุบันตลาดยาดมเปลี่ยนไปมาก หลังผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มองยาดมแบบเปลี่ยนไป จากของสำหรับคนป่วยเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตน และสามารถพกพา-นำออกมาใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา ส่งผลให้ดีมานด์สูงขึ้น
ปรากฏการณ์นี้หนุนให้จำนวนผู้เล่น และความหลากหลายของสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด มีหน้าใหม่รายเล็ก ๆ เข้ามาวงการนี้มากขึ้น จำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมดีไซน์และกลิ่นแปลกใหม่อย่างกลิ่นกาแฟ
เทรนด์มาแรงในตลาดยาดม ปัจจุบันเป็นความนิยมยาดมสมุนไพร และแพ็กเกจใหม่ ๆ ทั้งพัฒนากลิ่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม เช่นเดียวกับเครือข่ายการกระจายสินค้า เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน
ส่งผลให้ตลาดยาดมเติบโตต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนปี 2567 คาดว่ามีมูลค่าถึง 4,000 ล้านบาท
“แม้กระแสแพ็กเกจยาดมรูปแบบสีสันแปลกใหม่จะมาแรง แต่เชื่อว่า กลิ่นยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาด ตามด้วยเครือข่ายกระจายสินค้าและราคา ซึ่งสำคัญมากในตลาดต่างจังหวัด”
แตกต่างอย่างอินเทรนด์
“มีนา” เล่าว่า แม้ผู้บริโภคจะเปิดรับและตลาดมีดีมานด์ยาดมคึกคัก แต่บริษัทต้องการเป็นมากกว่าผู้เล่นอีกรายในตลาด ดังนั้นจึงเน้นการวิจัยตลาด และนำข้อมูลมาพัฒนาสินค้าให้มี 2 จุดเด่นสำคัญคือ ดีไซน์แตกต่าง และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีกว่าคู่แข่ง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวสินค้า
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ สินค้าใหม่อย่างเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ รุ่นแบล็ค เฮอร์เบิล ซึ่งออกมารับกระแสฮิตยาดมสมุนไพร พร้อมเพิ่มมูลค่า สร้างความแตกต่างด้วยเทคโนโลยี Air Flow เพิ่มช่องไหลเวียนอากาศ ให้ได้กลิ่นดี-แรง แม้ขนาดเล็ก พกพาสะดวกคล้ายเคสหูฟังไร้สาย
และฝาแบบ Flilp เปิดได้ด้วยมือเดียว ส่วนแบรนด์เซียงเพียว มียาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊วแบบลูกกลิ้งโฉมใหม่ ใช้หัวลูกกลิ้งเหล็กเพิ่มความลื่น ให้ความรู้สึกเย็น พร้อมเพิ่มปริมาณอีก 5 ซีซีในราคาเดิม
อีกตัวอย่าง การสร้างไลน์ยาดม “แบล็ค อินเฮเลอร์” ที่มีความ Unisex ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ด้วยการใช้สีดำเป็นพื้น มุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยาดมที่ต้องการความเท่ ไม่ดูป่วย พร้อมสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นอื่นในตลาดที่มักใช้สีขาวเป็นพื้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโรดแมปกำหนดการเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งแบรนด์ในระยะยาวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573 แล้ว
“เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ แบล็ค ซีรีส์ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยกระดับตลาดยาดมสมุนไพรไทยให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น ทั้งด้านคุณภาพ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และดีไซน์ทันสมัย”
ของดีไม่พอ ต้องเข้าถึงง่ายด้วย
“ดร.ณัฐพงศ์” กล่าวว่า แนวคิดหลักที่บริษัทใช้ดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน คือ ธุรกิจที่ไม่เพียงเน้นคุณภาพ แต่ยังยึดมั่นในความบริสุทธิ์ ความซื่อสัตย์ และความเป็นธรรมในทุกขั้นตอน รวมถึงต้องทำให้ “ของดี” เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้มีกำลังซื้อเท่านั้น
ของดี หรือสินค้าที่ดีนั้น นอกจากวัตถุดิบแล้ว ยังต้องใส่ความตั้งใจ ความจริงใจต่อผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันทวีความสำคัญหลังผู้บริโภคมีความคาดหวังสูงขึ้นมาก
ทั้งนี้ เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าในระยะยาว บริษัทจึงวางกระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลลัพธ์ ซึ่งทุกกระบวนการจะมีทีมงานที่ลงไปตรวจสอบจริง ให้มั่นใจว่าสินค้าเรามีคุณภาพ สำคัญที่สุดคือ เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต
“คุณภาพดีอย่างเดียวไม่พอ ถ้าคนไทยไม่ได้มีโอกาสบริโภคสิ่งที่ดีที่สุด เราก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเป้าหมายเราคือ การทำให้คนไทยได้บริโภคสิ่งที่ดีอย่างเสมอภาค ไม่ใช่แค่บางกลุ่มเท่านั้น”
ไปให้ไกลกว่าเมืองไทย
“ดร.ณัฐพงศ์” กล่าวว่า อนาคตของธุรกิจโป๊ยเซียนในอีก 5-10 ปีข้างหน้า นอกจากเดินหน้าอย่างมั่นคงบนรากฐานของคุณภาพ พร้อมหัวใจหลัก “คุณภาพชีวิตของคนไทย” แล้ว จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น
สอดคล้องกับทิศทางของเบอร์แทรมฯ ซึ่ง “มีนา” ระบุว่า ช่วง 3-5 ปีจากนี้ จะเน้นรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งเสริมแกร่งตลาดหลักอย่างเวียดนาม สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และกัมพูชา
ควบคู่กับการเปิดตลาดใหม่ ๆ เช่น ฟิลิปปินส์ ซึ่งรู้จักเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ผ่านคอนเทนต์ต่าง ๆ รวมถึงเข้าใจการใช้ยาดมอยู่แล้ว และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งมีศักยภาพสูงจากสภาพอากาศร้อนจัด ผู้บริโภคกำลังซื้อสูง รวมถึงการเปิดรับธุรกิจใหม่ ๆ
ตั้งเป้าแตะ 3,000 ล้านบาท
“มีนา” กล่าวต่อไปว่า ด้วยยุทธศาสตร์เหล่านี้ บริษัทวางเป้าหมายผลักดันรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2571
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามฐานข้อมูลของ Creden Data บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด มีรายได้ในปี 2565 ที่ 1,767.8 ล้านบาท
ส่วนปี 2566 มีรายได้ 1,610.9 ล้านบาท และปี 2567 มีรายได้ 1,906.2 ล้านบาท
ขณะที่โป๊ยเซียน “ดร.ณัฐพงศ์” ย้ำว่า จะเน้นการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่อง บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ความไว้วางใจจากผู้บริโภค
โดยปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 967.26 ล้านบาท ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 1,087.53 ล้านบาทในปี 2566 และแตะมาถึง 1,155.37 ล้านบาทในปีที่แล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่ายุทธศาสตร์ โป๊ยเซียน-เซียงเพียว บู๊ตลาดยาดม 4 พันล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net