ไทยเบฟ เผยผลงาน 9 เดือน ยอดขายทรงตัว แต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไร
ผลประกอบการไทยเบฟช่วง 9 เดือน (ต.ค.67 – มิ.ย. 68) ยังเผชิญมรสุมเศรษฐกิจยอดขายทรงตัว แต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไร ด้านเบียร์ยังแกร่งท่ามกลางความท้าทาย
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ThaiBev อัพเดต ผลประกอบการงวด 9 เดือน (ต.ค.67 – มิ.ย. 68) ระบุว่า ช่วง 9 เดือนสภาพเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศยังคงท้าทาย ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลงเล็กน้อย สะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ
โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 258,621 ล้านบาท ลดลง 0.4% ใน ส่วน EBITDA ลดลง 4.0% มาอยู่ที่ 45,026 ล้านบาท
ทั้งนี้ ไทยเบฟ อธิบายว่า การลดลงของรายได้ และผลกำไรเป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจไทยและเวียดนาม รวมถึงการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นในหลายธุรกิจ
ธุรกิจสุรา ยอมหั่นกำไรปั้นแบรนด์
สำหรับธุรกิจสุรายังคงรักษารายได้จากการขายให้คงที่ที่ 92,778 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือน แม้ปริมาณการขายโดยรวมจะลดลง 0.8% เมื่อเทียบปีต่อปี
อย่างไรก็ตาม EBITDA ของธุรกิจนี้ลดลงมาอยู่ที่ 22,161 ล้านบาท จากการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และสนับสนุนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในขณะที่ธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงเมียนมาไปได้ดี โดยความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธุรกิจเบียร์ วัตถุดิบถูกหนุนกำไรเพิ่ม แต่เวียดนามยังท้าทาย
ธุรกิจเบียร์มียอดขายด้านมูลค่าลดลงเล็กน้อย 0.3% เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 96,497 ล้านบาท แม้ยอดขายด้านปริมาณจะเพิ่มขึ้น 4.8% ก็ตาม ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะตลาดที่ท้าทายในเวียดนาม
แต่ EBITDA ของธุรกิจนี้กลับเพิ่มขึ้น 4% มาอยู่ที่ 12,573 ล้านบาท เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลงและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
ธุรกิจเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล มุ่งขยายฐานลูกค้า
ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มียอดขายลดลง 0.7% อยู่ที่ 49,326 ล้านบาท
EBITDA ลดลง 6.3% เหลือ 8,718 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก การลงทุนในแบรนด์และกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง
ธุรกิจอาหาร ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลด-ต้นทุนพุ่ง
ธุรกิจอาหารเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด โดยมียอดขายลดลง 1.4% อยู่ที่ 16,563 ล้านบาท ด้าน EBITDA ลดลงถึง 19.5% มาอยู่ที่ 1,578 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง
ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายและความต้องการโดยรวมของตลาด รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่สูงขึ้น
ธุรกิจอื่น ๆ ต้นทุนการพิมพ์ยังสูง
ธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจสิ่งพิมพ์และการพิมพ์ มียอดขายลดลง 5.9% อยู่ที่ 3,626 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีรายได้พิเศษแบบครั้งเดียว รวมถึงยอดขายและรายได้ค่าลิขสิทธิ์ที่เคยช่วยเพิ่มผลประกอบการในปีที่แล้ว นอกจากนี้ต้นทุนการพิมพ์ที่สูงขึ้นยังส่งผลให้ EBITDA ติดลบ 4 ล้านบาท
ด้านสินทรัพย์นั้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 สินทรัพย์รวมของกลุ่มอยู่ที่ 514,268 ล้านบาท ลดลงจาก 527,593 ล้านบาท ณ 30 กันยายน 2567 หนี้สินรวมอยู่ที่ 298,717 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 215,551 ล้านบาท
ส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 184,135 ล้านบาท จาก 180,161 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 30 กันยายน 2567 กระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงานเป็นบวกที่ 35,675 ล้านบาท
แต่กระแสเงินสดโดยรวมลดลง 5,674 ล้านบาท อันเป็นผลจากกระแสเงินสดติดลบจากกิจกรรมการลงทุนและการจัดหาเงิน
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ย้ำว่า ข้อมูลข้างต้นเป็นการอัปเดตธุรกิจที่จัดทำขึ้นจากบันทึกภายในและบัญชีการจัดการของกลุ่ม และยังไม่ได้รับการตรวจสอบหรือสอบทานโดยผู้สอบบัญชีอิสระ จึงควรใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาข้อมูลและการซื้อขายหลักทรัพย์
จับตาหลากปัจจัยท้าทายไทยเบฟ-วงการอาหา/เครื่องดื่ม
ผลประกอบการของไทยเบฟ สะท้อนถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายข้อที่กระทบต่อผลประกอบการแม้แต่กับยักษ์อาหาร-เครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ซึ่งส่งผลให้การใช้จ่ายและการบริโภคลดลง โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารและส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยรวมของกลุ่ม
เช่นเดียวกับ สภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศอย่างเวียดนาม ซึ่งกระทบต่อธุรกิจเบียร์
ขณะเดียวกันสถานการณ์ ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งวัตถุดิบ ค่าแรง และต้นทุนการพิมพ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจอาหารและธุรกิจอื่น ๆ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยเบฟ เผยผลงาน 9 เดือน ยอดขายทรงตัว แต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net