โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

พังไม่ไหว! ทั้งรังแค ทั้งเกลื้อน ต้องจัดการให้จบในขั้นตอนเดียว

Health Addict

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 07.32 น. • Health Addict
หยุดรังแคกวนใจ พร้อมเคลียร์เกลื้อนบนหนังศีรษะ ปักหมุดวิธีง่ายๆ ที่เป็นตัวจบ

ทั้งสายตาจากคนรอบข้าง คำถามที่เหมือนโดนตำหนิ เพราะปัญหา ‘เกลื้อนที่รุนแรง’ และ ‘รังแคที่เรื้อรัง’ ทำให้หลายคนต้องแบกรับความกังวล จนกลายเป็นความกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ ถูกมองว่าเป็นโรคติดต่อ หรือถูกสังคมรังเกียจ ซึ่งถ้าเลือกได้…ก็คงไม่มีใครอยากเจอ

เมื่อ ‘รังแค’ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด แต่เป็นปัญหาผิวหนังที่ต้องจัดการรังแค (Dandruff) เกิดจากหนังศีรษะมีการแบ่งตัวมากผิดปกติ และเกิดการหลุดลอกออกมา ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การระคายเคืองจากแชมพูที่ใช้ การปล่อยให้หนังศีรษะชื้นนานๆ ทำให้หนังศีรษะเสียสมดุลและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา Malassezia การเกิดรังแคไม่ว่าหนังศีรษะแห้งหรือมันก็ทำให้เกิดได้ รวมไปถึงกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด สภาพอากาศ และการทำเคมี
เจาะลึกถึงต้นตอ ก่อน ‘เกลื้อน’ จะลุกลามโรคเกลื้อน เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Malassezia ซึ่งเป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของทุกคนตามปกติ แต่เมื่อผิวหนังอยู่ในสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา เช่น เหงื่อออกมาก ผิวมัน อากาศร้อนชื้น หรือภูมิคุ้มกันผิวอ่อนแอลง เชื้อราจะเจริญเติบโตมากผิดปกติจนก่อให้เกิดโรคเกลื้อนได้ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านพฤติกรรม เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม ยังสามารถกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน
และในรายที่เป็นมาก จะเห็นผิวซีดหรือคล้ำเป็นดวง เชื่อมกันเป็นปื้นใหญ่ พร้อมขุยบางๆ ที่ลอกออกมาให้เห็นชัดเจน ยิ่งทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ และที่สำคัญอาจพบได้ทั้งที่หนังศีรษะ คอ หน้าอก หลัง และลามเป็นปื้นใหญ่ จนยากที่จะปกปิดความผิดปกติบนผิว ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจที่ต้องเผชิญหน้ากับสังคม

‘ตัวช่วยที่ใช่’ ต้องได้ผลและตอบโจทย์ได้ตรงจุดที่ผ่านมาไม่ว่าจะโฆษณาตัวไหนว่าดี ช่วยขจัดรังแค ก็กวาดมาลองจนหมดแทบทุกยี่ห้อ บางตัวไม่ช่วยอะไร บางตัวก็ช่วยได้แค่ชั่วคราว นอกจากจะเสียเงินวนไป ยังเสียทั้งใจ ทั้งความรู้สึก คงถึงเวลาที่ต้องหา ‘ตัวช่วยที่ใช่’
ซึ่งทางองค์กร American Academy Dermatology ได้พูดถึงแนวทางการรักษาโรครังแคเรื้อรังไว้ว่าควรรักษาด้วย ‘แชมพูยาขจัดรังแค’แต่ก็ไม่ใช่ทุกตัวที่จะตอบโจทย์ปัญหาหนังศีรษะเรื้อรัง โดยเฉพาะ เกลื้อน เซ็บเดิร์ม และรังแคชนิดรุนแรงได้ ซึ่งล่าสุดเราได้รู้จักกับตัวยา Selenium Sulfide ที่มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อรา รวมไปถึงลดจำนวนเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติ และลดความมันของหนังศีรษะ และเมื่อเทียบกับยาตัวอื่นอย่าง Ketoconazole ที่ช่วยแค่เรื่องกำจัดเชื้อรา ตัว Selenium Sulfide ก็ทำได้ดีกว่าในหลายด้าน
Selenium Sulfide 2.5% คือตัวจบมีงานวิจัยพบว่าการใช้ Selenium Sulfide 2.5% สามารถลดจำนวนเชื้อราบนหนังศีรษะได้ภายใน 4 สัปดาห์ อีกทั้งผู้ป่วย 30 คนที่เข้าร่วมการศึกษา พบว่า จากเดิมมีอาการคันเกือบทั้งหมด (28 คน) ภายในสัปดาห์ที่ 4 เหลือเพียง 8 คนที่ยังมีอาการคัน
เพราะฉะนั้นนี่อาจเป็นตัวเลือกที่ใช่ ที่ได้ผลและตอบโจทย์ด้วยตัวยาที่สามารถกำจัดเชื้อราอย่างตรงจุด ลดความมัน ความคัน รวมไปถึงมีความปลอดภัยกว่าตัวยาอื่น เนื่องจากมีความเป็นพิษต่อเซลล์ต่ำกว่า Ketoconazole
ใครที่หาตัวจบ ปิดสวิตช์วงจรรังแครุนแรง เกลื้อนเรื้อรัง สามารถขอคำแนะนำการใช้ตัวแชมพูยาที่มี Selenium Sulfide 2.5% จากเภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...