โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ CHECK-LIST : 5 เรื่องฮิต สารพัดประโยชน์ขององุ่น จริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 07.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บทความนี้เรียบเรียงโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence : AI) โดยมีเนื้อหาหลักจากคลิปวิดีโอ

17 กันยายน 2568

องุ่น ผลไม้รสหวานฉ่ำที่หลายคนชื่นชอบ ไม่เพียงแต่อร่อย แต่ยังมักถูกกล่าวขานถึงสรรพคุณทางสุขภาพนานัปการ ตั้งแต่การเป็น “ยาอายุวัฒนะ” ไปจนถึงการช่วยลดน้ำหนัก แต่ความเชื่อเหล่านั้นเป็นความจริงมากน้อยเพียงใด? รายการ “ชัวร์ก่อนแชร์” ได้ทำการตรวจสอบ 5 เรื่องที่แชร์มาเกี่ยวกับองุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคได้ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนที่สุด

1. ฝ้าขาว บนผลองุ่นคือสารเคมี จริงหรือ ?

แชร์ว่า : ฝ้าขาว หรือคราบขาว ที่อยู่บนผิวองุ่น เป็นสารเคมีที่ตกค้างอยู่บนผิวองุ่น ต้องล้างออกให้เกลี้ยง

ตรวจสอบกับ อาจารย์รัฐพล ฉัตรบรรยงค์ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : จริงบางส่วน ไม่ควรแชร์

ข้อเท็จจริงคือ คราบขาวที่พบบนผิวองุ่นนั้นมีอยู่ 2 ชนิด

  • แว็กซ์ หรือนวลสีขาวบนผิวองุ่น : เป็นไขมันตามธรรมชาติที่องุ่นสร้างขึ้นมาเอง เพื่อช่วยสะท้อนแสงและควบคุมอุณหภูมิภายในผล ทำให้ผลองุ่นเจริญเติบโตได้ตามปกติ ซึ่งนวลชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายและสามารถกินได้
  • สารเคมีตกค้าง : อาจมีลักษณะเป็นจุด ๆ และมีขอบที่เข้มกว่า แต่การใช้คราบขาวเป็นตัวตัดสินว่ามีการปนเปื้อนสารเคมีหรือไม่นั้น เป็นวิธีที่ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากสารเคมีหลายชนิดไม่มีสีและไม่ทิ้งคราบขาวให้เห็น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการเลือกซื้อองุ่นจากแหล่งที่เชื่อถือได้และล้างให้สะอาดทุกครั้ง

2. ประโยชน์ขององุ่นแดง จริงหรือ ?

แชร์ว่า : การกินองุ่นสีแดงป้องกันโรคหัวใจ ช่วยชะลอวัย ลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล

ตรวจสอบกับ ดร.ภรัณยา ธิยะใจ นักปฏิบัติการวิจัย (ชำนาญการพิเศษ) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : แชร์ได้ อธิบายเพิ่ม

2.1 องุ่นแดงป้องกันโรคหัวใจได้ จริงหรือ ?

สารเรสเวอราทรอลในองุ่นมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ และมีงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดและหัวใจได้ อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่ต้องได้รับเพื่อให้เห็นผลนั้นค่อนข้างสูง การกินองุ่นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และที่สำคัญ ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการ ที่ระบุว่าการกินองุ่นแดงจะสามารถ “ป้องกัน” โรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน

2.2 องุ่นแดงช่วยชะลอวัย (Anti-Aging) ได้จริงหรือ ?

กระบวนการชะลอวัยเกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระ ลดการสะสมของน้ำตาล และลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งสารประกอบสำคัญที่พบได้ในองุ่นทุกสีมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ จึงถือว่ามีส่วนช่วยในเรื่องการชะลอวัยได้ แม้จะมีงานวิจัยในหลอดทดลองที่พบว่าสารสกัดจากองุ่นช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลได้ แต่ก็ยังไม่มีคำแนะนำให้บริโภคองุ่นเพื่อหวังผลด้านชะลอวัยโดยตรง เนื่องจากตัวองุ่นเองก็มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่เช่นกัน

2.3 องุ่นแดงช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ จริงหรือ ?

มีงานวิจัยเกี่ยวกับสารสกัดจากองุ่นที่แสดงให้เห็นว่าสามารถลดคอเลสเตอรอลได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีงานวิจัยบางชิ้นที่ไม่พบผลดังกล่าว การทดลองในเซลล์และสัตว์ทดลองพบว่าสารเรสเวอราทรอลและแอนโทไซยานินอาจมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลได้จริง อย่างไรก็ตาม การควบคุมระดับคอเลสเตอรอลที่ดีที่สุดมาจากการกินอาหารที่สมดุลโดยรวม ไม่ใช่จากการพึ่งพาอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

3. องุ่นดำช่วยต้านเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจจริงหรือ ?

แชร์ว่า : การกินองุ่นดำ เป็นสุดยอดผลไม้ต้านสารพัดโรค ตั้แต่มะเร็งลำไส้ โรคหัวใจ อัลไซเมอร์

ตรวจสอบกับ ดร.ภรัณยา ธิยะใจ นักปฏิบัติการวิจัย (ชำนาญการพิเศษ) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ :แชร์ได้ อธิบายเพิ่ม

องุ่นม่วง (ดำ), องุ่นแดง และองุ่นเขียว ผู้เชี่ยวชาญชี้แจงว่า โดยพื้นฐานแล้วองุ่นทั้งสามสีมีความคล้ายคลึงกัน แต่จะมีความแตกต่างที่สำคัญในสารพฤกษเคมีบางชนิด โดยเฉพาะ “แอนโทไซยานิน” (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารให้สีแดงและม่วง ทำให้องุ่นดำและองุ่นแดงมีสารชนิดนี้โดดเด่นกว่าองุ่นเขียว

3.1 องุ่นดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระ จริงหรือ ?

  • ตอบ : จริง ในองุ่นดำมีสารคาเทชินและเรสเวอราทรอลซึ่งช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ อันเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง แต่ที่สำคัญคือ องุ่นทุกสี (ทั้งม่วง, แดง, เขียว) ล้วนมีสารคาเทชินและเรสเวอราทรอลเช่นเดียวกัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในองุ่นดำเท่านั้น

3.2 องุ่นดำ ป้องกันมะเร็งลำไส้ได้ จริงหรือ ?

  • ตอบ : แม้จะมีงานวิจัยที่พบว่าสารสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างคล้ายกับสารในองุ่นมีคุณสมบัติต้านมะเร็งได้ แต่การคาดหวังผลลัพธ์เดียวกันจากกินองุ่นเพียงอย่างเดียวนั้นอาจเป็นไปได้ยาก

3.3 องุ่นดำ ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้ จริงหรือ ?

  • ตอบ : มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการรับประทานองุ่นแดงหรือม่วง “ทั้งผล” (รวมเปลือกและเมล็ด) อาจมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตได้ ส่วนการดื่มน้ำองุ่นนั้นให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย บางงานวิจัยพบว่าช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ได้ แต่บางงานวิจัยก็ไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

3.4 องุ่นดำ ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ จริงหรือ ?

  • ตอบ : มีการศึกษาในหนูทดลองโดยให้ดื่มน้ำองุ่นแดง (ซึ่งมีสารประกอบคล้ายองุ่นม่วง) พบว่าช่วยให้ความจำดีขึ้น ลดการอักเสบและอนุมูลอิสระในสมอง แต่ต้องย้ำว่านี่คือการทดลองในสัตว์ ผลลัพธ์ในมนุษย์อาจไม่เหมือนกัน และอาจต้องการปริมาณการบริโภคที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

3.5 องุ่นดำ ป้องกันการติดเชื้อราและไวรัสได้ จริงหรือ ?

  • ตอบ : การกินองุ่นโดยตรง ไม่น่าจะช่วยป้องกันการติดเชื้อราหรือไวรัสได้ แม้จะมีงานวิจัยที่พบว่าสารสกัดจากองุ่นดิบหรือกากองุ่นสามารถยับยั้งเชื้อราบางชนิดได้ แต่เป็นการนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น เครื่องสำอาง หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่เพื่อการบริโภคโดยตรง

4. องุ่นเขียว ช่วยเรื่องการขับถ่ายและลดความอ้วน จริงหรือ ?

แชร์ว่า : องุ่นเขียวมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป เช่น องุ่นเขียวอุดมไปด้วยไฟเบอร์ มีแคลอรีต่ำ ช่วยเรื่องขับถ่ายและควบคุมอาหาร

ตรวจสอบกับ ดร.ภรัณยา ธิยะใจ นักปฏิบัติการวิจัย (ชำนาญการพิเศษ) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : แชร์ได้ อธิบายเพิ่ม

4.1 องุ่นเขียวมีใยอาหารสูง จริงหรือ ?

  • ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า องุ่นทุกสี ไม่ว่าจะเป็นเขียว แดง หรือม่วง ล้วนเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารในปริมาณที่ไม่สูงนัก โดยทั่วไปจะมีใยอาหารเพียง 1-3 กรัมต่อองุ่น 100 กรัมเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับปริมาณใยอาหารที่ร่างกายต้องการต่อวันคือ 25 กรัม นั่นหมายความว่าเราอาจจะต้องรับประทานองุ่นมากถึง 10 กิโลกรัมเพื่อให้ได้ใยอาหารที่เพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ใยอาหารส่วนใหญ่ยังอยู่ที่เปลือก หากเราปอกเปลือกออกก็จะทำให้ได้รับใยอาหารน้อยลงไปอีก

4.2 องุ่นเขียวช่วยเรื่องการขับถ่าย จริงหรือ ?

  • ตอบ : ไม่น่าจะช่วยได้มากนัก เนื่องจากคุณสมบัติในการช่วยขับถ่ายนั้นสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณใยอาหาร เมื่อองุ่นไม่ได้มีใยอาหารสูงอย่างที่เข้าใจ จึงไม่น่าจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้หรือช่วยเรื่องการขับถ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ

4.3 องุ่นเขียวมีแคลอรี่ต่ำ จริงหรือ ?

  • ตอบ : จริงบางส่วน (ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม) เมื่อเทียบกับผลไม้ที่มีรสหวานจัดอย่างมะม่วงสุกหรือทุเรียน องุ่นถือว่ามีแคลอรี่ที่ไม่สูงมากนัก โดยองุ่นทุกสีให้พลังงานใกล้เคียงกันคือประมาณ 45-80 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ พลังงานเกือบครึ่งหนึ่งนั้นมาจาก “น้ำตาล” ซึ่งองุ่นมีน้ำตาลอยู่ประมาณ 11-18 กรัมต่อ 100 กรัม ดังนั้น การควบคุมปริมาณการกินจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

4.4 องุ่นเขียวช่วยควบคุมน้ำหนัก จริงหรือ ?

  • ตอบ : ไม่จริง เนื่องจากปริมาณน้ำตาลที่ค่อนข้างสูง การกินองุ่นจึงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องในการควบคุมน้ำหนัก แม้จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าขนมหวานหรือผลไม้แคลอรี่สูงอื่น ๆ แต่ก็ไม่ควรกินองุ่นเป็นอาหารหลักเพื่อการลดน้ำหนักโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากน้ำตาลมากเกินไปและขาดสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ

5. องุ่น เป็นยาอายุวัฒนะ จริงหรือ ?

แชร์ว่า : องุ่นคือผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ เป็นยาอายุวัฒนะได้

ตรวจสอบกับ อาจารย์รัฐพล ฉัตรบรรยงค์ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : ไม่จริง

แม้ว่าองุ่นจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากกว่า 80% และอุดมไปด้วยน้ำตาลกลูโคสและฟรุกโตสที่ให้พลังงาน แต่การบอกว่าเป็นยาอายุวัฒนะนั้นถือเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงไปมาก นักวิชาการด้านอาหารและโภชนาการชี้แจงว่า แม้องุ่นจะเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ แต่การกินองุ่นที่สุกจัดและมีรสหวานมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณสูง ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในระยะยาว ดังนั้น จึงควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงองุ่นที่สุกงอมจนเกินไป

สรุป

องุ่นเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ แต่การบริโภคอย่างเข้าใจและถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ล้างให้สะอาด และรับประทานทั้งเปลือกและเมล็ดเพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน แทนที่จะเชื่อตามคำกล่าวอ้างที่เกินจริง

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
ตรวจสอบบทความโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ติดตาม ชัวร์ก่อนแชร์ CHECK-LIST : 5 เรื่องฮิต สารพัดประโยชน์ขององุ่น จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...