โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : STARM ปรับกลยุทธ์สร้างความยั่งยืน ขยายพันธมิตร-ลงทุนเทคโนโลยี ดันรายได้เติบโตทำสถิติใหม่

Share2Trade

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 08.27 น. • Share2Trade

บมจ.สตาร์ มันนี่ (STARM)ปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายของเศรษฐกิจ มั่นใจเดินถูกทางสะท้อนจากผลงานไตรมาส2 ยังทำกำไรได้ต่อเนื่อง เชื่อรายได้รวมปีนี้จะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องใกล้เคียง 10% และพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งมีผลตอบแทนที่ดี เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีที่ผ่าน

รายงานพิเศษ STARM_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้อย่างช้าๆ จากปัญหาทั้งที่มาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ บมจ.สตาร์ มันนี่ (STARM) ในฐานะผู้จำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งในรูปแบบขายเงินสดและขายเงินผ่อน และให้บริการปล่อยสินเชื่อประเภทต่างๆ รวมถึงให้บริการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ก็ได้มีการปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ โดย “ชูศักดิ์ วิวัฒน์วงศ์เกษม” กรรมการผู้จัดการ STARM ระบุว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ โดยแผนพัฒนาในการสร้างตลาดและเครือข่ายใหม่ เน้นการขยายธุรกิจไปยังพันธมิตรและคู่ค้าใหม่ รวมถึงแผนการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

ผ่าน Workplace เพื่อขยายฐานลูกค้าเจาะกลุ่มพนักงานโรงงาน/พนักงานบริษัท ,การเพิ่มสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ ,การ พัฒนา E-Tax/E-Receipt เพื่อรองรับชอปดีมีคืน ,เน้นการปล่อยสินเชื่อ-ประกัน เพื่อเพิ่มยอดขายประกันภัยในกลุ่มลูกค้าสินเชื่อแบบมีหลักประกัน ,การเพิ่มช่องทางการขายสินค้าประเภทเงินสดและเงินผ่อนผ่านช่องทางออนไลน์ ,การเพิ่มช่องทางการขายประกันทางออนไลน์ และ Simplify Process เพื่อช่วยในการลดขั้นตอนการส่งข้อมูลและเอกสาร

และบริษัทยังเน้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารคุณภาพสินเชื่อ บริหารและวิเคราะห์ลูกค้า เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการลูกค้า เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสินเชื่อและลดขั้นตอนในการสมัครทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ระบบล็อคมือถือ เพิ่มโอกาสการขายโทรศัพท์มือถือและควบคุมคุณภาพการจัดเก็บหนี้ให้ดีขึ้น , การใช้ NCB เพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาอนุมัติ

การใช้ระบบ OTP เพื่อยืนยันเบอร์โทรการติดต่อของลูกค้า , ใช้ DOPA เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลลูกค้า , การใช้ E-KYC เพื่อยืนยันตัวตนลูกค้าในการทำธุรกรรม , AMLO เพื่อเช็คประวัติการฟอกเงิน /ดูความเสี่ยง , ใช้ Machine Learning เพื่อช่วยในการตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อ และช่วยในการบริหารหนี้ และ ชี้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และ การใช้ E-consent เพื่อขอความยินยอมในการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แทน แบบฟอร์มยินยอม

ซึ่งการปรับกลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯปรับตัวดีขึ้น โดยในไตรมาส 2/68 มีกำไรสุทธิ 31.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 63.02% เทียบไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิ 19.35 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 4.47 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.52% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27.08 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 68 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 50.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.35% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 46.55 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 801.72 ล้านบาท

และมั่นใจว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 68 จะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายช่องทางการขายสินค้าทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางขายผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce และร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ เพิ่มตลาดใหม่และช่องทางการขายใหม่ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในกระบวนการขายและอนุมัติสินเชื่อ

ส่งผลให้รายได้รวมในปีนี้จะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องใกล้เคียง 10% และพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งมีผลตอบแทนที่ดี เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีที่ผ่านมาตามแผนงานที่วางไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...