โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระราม 2 อีกแล้ว! รถเครนพลิกคว่ำ เกี่ยวสายไฟ-ทับรถกระบะ

อีจัน

อัพเดต 31 ส.ค. 2568 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2568 เวลา 04.13 น. • อีจัน

พระราม 2 เกิดซ้ำ!!!

เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันนี้ (31 ส.ค.68) ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีรถเครนที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติงานก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ช่วงตอน 4 พลิกคว่ำ บนช่องทางหลัก กิโลเมตรที่ 27 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นคนขับรถยนต์กระบะและผู้โดยสารที่นั่งมาในรถกระบะ ซึ่งกำลังขับผ่านบริเวณดังกล่าวแต่อยู่ในช่องทางคู่ขนาน อีกทั้งยังมีคนขับรถเครนติดอยู่ภายในไม่สามารถออกมาได้เอง

จึงได้แจ้งให้ ร้อยตำรวจเอกสุวิทย์ มูลทรงเกียรติ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.ท.สุขุม เพาะไทสง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร และได้รีบประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครนำรถอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าให้การช่วยเหลือ ร่วมกับรถกู้ชีพ รพ.สมุทรสาคร รพ.เอกชัย และ รพ.มหาชัย โดยในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะตอนเดียว สีขาว ทะเบียนชลบุรี ด้านหลังบรรทุกกล่องโฟมมาเต็มคัน ถูกบูมของรถเครนพาดทับบนหลังคารถ และยังมีท่อนเหล็กสีส้มขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 3 ตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแบบก่อสร้างที่ใช้กับเสาทางยกระดับถนนพระราม 2 ตกกระแทกด้านข้างของตัวรถ ขณะที่คนขับกระบะ เป็นผู้ชายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยมีบาดแผลที่บริเวณหัวคิ้วและมึนงงศีรษะ ส่วนแฟนสาวที่นั่งมาด้วยมีบาดแผลถลอกตามร่างกายอยู่ในอาการตกใจหวาดกลัว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ ได้ให้การปฐมพยาบาลแล้วนำส่งเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร

นอกจากนี้ ทางด้านของรถเครนที่พลิกคว่ำนั้น ก็ยังมีคนขับติดอยู่ภายใน แต่การเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นั้น ต้องมีการประสานกับทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสมุทรสาคร ให้ดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้าบนเสาไฟฟ้าแรงสูงเสียก่อน เนื่องจากบูมยาว (ส่วนของเครนที่ใช้ยกเคลื่อนย้ายสิ่งของ) ไปฟาดกับเสาไฟฟ้าแรงสูงจนเกิดประกายไฟลุกไหม้ กระทั่งได้รถน้ำของ อบต.ท่าทราย มาฉีดน้ำดับประกายไฟ พร้อมกับทาง กฟภ.ตัดกระแสไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ก็ได้รีบเข้าให้การช่วยเหลือนำคนขับรถเครนออกมาได้อย่างปลอดภัย มีอาการบาดเจ็บเป็นแผลถลอกตามร่างกายเช่นกัน นำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร

จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุใช้รถเครน 2 คัน ยกท่อนเหล็กขึ้นไปจะวางนาบตรงเสาทางยกระดับ แต่รถเครนคันหนึ่งเกิดเสียสมดุลทำให้พลิกตะแคงล้มลงมา จนบูมของเครนและท่อนเหล็กแบบก่อสร้างหล่นกระแทกใส่รถกระบะที่ขับผ่านมาพอดีในช่องทางคู่ขนาน ขณะที่ความยาวของบูมก็ไปฟาดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง ส่วนคนขับรถเครนติดภายใน ทางผู้รับเหมาก่อสร้างช่วงฯ ของโครงการจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางหลวงสมุทรสาครและเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับรีบเข้าดำเนินการคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานข้อมูลโดยละเอียดจากผู้รับผิดชอบโครงการฯ และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ล่าสุด เวลา 10.00 น. วันนี้ (31 ส.ค.68) กรมทางหลวง ได้โพสต์ภาพพร้อมรายงานว่า กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างสะพาน ขอชี้แจงกรณีอุบัติเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 บริเวณกิโลเมตรที่ 27 (ขาเข้ากรุงเทพฯ) จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 31 ส.ค.68 เวลาประมาณ 02.30 น. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานยกท่อนเหล็กของ บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด ผู้รับจ้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ตอน 4

สาเหตุเบื้องต้นมาจากการที่รถเครนเสียการทรงตัวระหว่างทำงาน ทำให้บูมและท่อนเหล็กหล่นลงมาในช่องทางคู่ขนาน และกระทบกับรถกระบะที่ขับผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการอย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้วิศวกรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ทันทีเพื่อแก้ไขสถานการณ์ โดยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเคลื่อนย้ายรถเครนออกจากพื้นที่ และสามารถ คืนผิวจราจรในช่องทางหลักฝั่งขาเข้าได้ภายในเวลา 09.30 น. ทำให้การจราจรกลับมาเป็นปกติ

ทั้งนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย กรมทางหลวงได้สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดดำเนินงานก่อสร้างเป็นเวลา 3 วัน เพื่อตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งหมดอย่างละเอียด รวมถึงจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมก่อนจะกลับมาดำเนินงานต่อ

กรมทางหลวงขออภัยสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่า จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บและหามาตรการในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...