โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์เปิด 5 สาเหตุอาการมือชา ถ้าสะบัดมือไม่หาย หน้าเบี้ยว อาจเป็นสัญญาณโรค

Khaosod

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 10.42 น.

แพทย์เปิด 5 สาเหตุ อาการชาที่มือ แนะถ้าสะบัดมือไม่หาย หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง

หลาย ๆ คนคงเคยมีประสบการณ์มืออาการชา นายแพทย์เสีย ปิงเสียน แพทย์ประสาทศัลยศาสตร์ ชี้ว่า การนอนทับมือ การใช้สมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน หรือการพิมพ์คอมพิวเตอร์ล้วนทำให้เกิดความรู้สึกชาชั่วคราว โดยทั่วไปอาการชาที่เกิดจากท่าทางที่ไม่ถูกต้องจะดีขึ้นหลังจากสะบัดมือ

แต่หากการเคลื่อนไหวที่ละเอียดของนิ้วมือไม่คล่องแคล่ว อาจเป็นปัญหาจากกระดูกงอกไปกดทับ นายแพทย์เสีย ปิงเสียนยังเตือนว่า หากเกิดอาการชาที่แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน แม้กระทั่งส่งผลต่อการพูดหรือกล้ามเนื้อใบหน้า อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอช้า

จะแยกแยะอาการชาที่มือประเภทต่างๆ ได้อย่างไร? นายแพทย์เสียได้ให้ความรู้ในเพจของเขาว่า สาเหตุของอาการชาที่มือมีหลายประการ อาจเป็นเพียงท่าทางที่ไม่ถูกต้อง แต่กลุ่มโรคพังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal tunnel syndrome) และโรคเบาหวานก็อาจทำให้เกิดอาการชาที่มือได้เช่นกัน โดย5 สาเหตุทั่วไปของอาการชาที่มือ ได้แก่

1. ท่าทางไม่ถูกต้อง อาการชาที่มือหลังจากอยู่ในท่าเดียวเป็นเวลานานเป็นกรณีที่พบบ่อยที่สุด เช่น การนอนทับมือ หรือการใช้สมาร์ตโฟนหรือพิมพ์คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้การไหลเวียนของเลือดที่มือไม่ดี จึงเกิดความรู้สึกชาชั่วคราว โดยทั่วไปหลังจากสะบัดมือแล้ว อาการชาจะดีขึ้น นอกจากนี้ อาจมีอาการมือเย็นหรือรู้สึกเสียวเล็กน้อย

2. ปัญหากระดูกคอ อาการชาที่มือประเภทนี้มักมาพร้อมกับอาการปวดเกร็งที่ไหล่และคอ นอกจากนี้ ความรู้สึกชาอาจลามจากนิ้วมือไปถึงแขน หากอยู่ในท่าก้มศีรษะเป็นเวลานาน อาการชาที่มือจะรุนแรงขึ้น

สาเหตุทั่วไปอาจเป็นการก้มศีรษะหรือโน้มตัวใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน ทำให้เกิดหมอนรองกระดูกคอเคลื่อนหรือกระดูกงอกไปกดทับ "รากประสาทกระดูกคอ" ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการชาที่มือ แขนอ่อนแรง หรือการเคลื่อนไหวละเอียดไม่คล่องแคล่ว

3. การกดทับเส้นประสาทส่วนปลาย โดยเกิดอาการชาเฉพาะที่นิ้วมือ ฝ่ามือ หรือเฉพาะนิ้วบางนิ้ว อาจชัดเจนมากขึ้นในเวลากลางคืน และอาการชายังคงอยู่แม้หลังจากสะบัดมือหรือนวด เส้นประสาทส่วนปลายที่แขนรวมถึง "เส้นประสาทมีเดียน" และ "เส้นประสาทอัลนาร์"

กลุ่มอาการโรคพังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal tunnel syndrome) คือการกดทับเส้นประสาทมีเดียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง บางครั้งรวมถึงนิ้วนาง เกิดจากเส้นประสาทมีเดียนที่ข้อมือถูกกดทับ ทำให้เกิดอาการชา รู้สึกเสียวแปลบ และอาจส่งผลต่อความสามารถในการจับยึด

4. การไหลเวียนเลือดไม่ดีจะมีอาการมือเย็น ซีด หรือมีสีม่วง อาการชาจะชัดเจนเป็นพิเศษในอากาศหนาว บางครั้งอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรงและเหนื่อยล้าร่วมด้วย อาจเกิดจากภาวะหลอดเลือดแข็ง กล่าวคือเมื่อหลอดเลือดแคบลง เลือดที่ไปเลี้ยงมือลดลง ทำให้มือรู้สึกชาหรือเย็น

5. โรคทางอายุรกรรม อาการชาที่มือประเภทนี้มักไม่หายไปและอาจส่งผลต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน อาจมีอาการอ่อนเพลียทั้งตัว เหนื่อยล้า หรือความผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกายร่วมด้วย นอกจากนี้ อาจส่งผลต่อทั้งสองมือหรือทั้งสองเท้า สาเหตุทั่วไปคือภาวะเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมจากเบาหวาน

เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำลายเส้นประสาท ทำให้การรับรู้อุณหภูมิและความเจ็บปวดที่มือและเท้าลดลง หรือแม้กระทั่งเกิดอาการชาต่อเนื่อง หากเกิดอาการชาที่แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน แม้กระทั่งส่งผลต่อการพูดหรือกล้ามเนื้อใบหน้า อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เปิด 5 สาเหตุอาการมือชา ถ้าสะบัดมือไม่หาย หน้าเบี้ยว อาจเป็นสัญญาณโรค

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...