โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความวิปลาส ในระบบราชการไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 เม.ย. 2568 เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2568 เวลา 03.24 น.

เหยี่ยวถลาลม

ความวิปลาส

ในระบบราชการไทย

ชั่วพริบตาชาวโลกก็ตะลึงพรึงเพริดกับ “หนึ่งเดียว” ในกรุงเทพมหานคร และในประเทศไทย

ห่างไกลจาก กทม.กว่า 1,300 กิโลเมตร มีแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่ที่มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา

แทบไม่น่าเชื่อว่า อาคารสูงกว่า 30 ชั้น ที่ก่อสร้างใกล้เสร็จเพื่อจะเป็น “บ้านหลังใหม่” ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในประเทศไทย พังถล่มลงมา

เพียง 1 เดียวที่ถล่ม ท่ามกลางตึกสูงเสียดฟ้าดารดาษอื่นๆ แม้จะรับผลกระทบจากแรงกระเพื่อมทัดเทียมกันทุกอาคารก็ยังคงหยัดยืน

พริบตาหลังจากนั้น “ภาพลักษณ์” ศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของหน่วยงานซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม กำกับดูแลการใช้งบประมาณแผ่นดินของส่วนราชการต่างๆ ก็ถล่มตาม

ซากตึกที่ทับถมกันหนักราว 40 ล้านกิโลกรัม หรือ “4 หมื่นตัน” นั้นฝังเกือบ 100 ชีวิต ถึงแม้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศมุ่งมั่นใช้เทคโนโลยีจับสัญญาณเพื่อช่วยชีวิตผู้เคราะห์ร้าย แต่ในที่สุดก็สุดกำลัง

ธรรมชาติดำเนินไปตามวิถี ความโหดร้ายที่สัมผัสได้ล้วนมาจากน้ำมือมนุษย์

เมื่อ “สตง.” ออกแถลงการณ์ ความจึงปรากฏ!

“จุดเริ่มต้น” ของอาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งคณะรัฐมนตรีสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณก่อสร้าง 2,560 ล้านบาทเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563

ต่อมาได้ตัวผู้รับเหมาคือ “กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี” ที่ชนะการประกวดราคา วงเงิน 2,136 ล้านบาท

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 “สตง.” ลงนามร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ทำบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันการทุจริต วันเดียวกันนั้นก็จัดพิธีลงนามเท่ๆ ที่เรียกว่า “ข้อตกลงคุณธรรม” ร่วมมือกันป้องกันทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกับ “กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี” ซึ่งก็คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ผู้ชนะการประมูลรับเหมาก่อสร้าง

ก่อนหน้านั้น ในปี 2561 สตง.ว่าจ้าง “บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด” กับ “บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด” ออกแบบอาคารด้วยค่าจ้าง 73 ล้านบาท

ก่อนเริ่มลงมือก่อสร้าง “กิจการร่วมค้า PKW” ได้งานประมูลควบคุมโครงการ ทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างและรับรองการทดสอบคุณสมบัติของวัสดุในการก่อสร้างทุกรายการ ได้ค่าจ้าง 74.65 ล้านบาท

บ้านหลังใหม่ของ “สตง.” ที่เริ่มสตาร์ตมาตั้งแต่วันโน้น ใครจะคิดว่า “ฝีแตก” ในวันนี้

ท่ามกลางการขุดรื้อซากอาคารที่ทับถมเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ลึกลงไปยิ่งกว่าใต้ซากอาคารคือ “ขยะใต้พรม”

เรื่องราวเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร 2 พันล้านบาทของ “สตง.” กำลังถูกขุดรื้อขึ้นมาตีแผ่ นับตั้งแต่คุณภาพเหล็กที่ใช้ ซึ่งมีแหล่งที่มาจากโรงงานแห่งหนึ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปิด

นอกจากนั้น ยังมีเรื่องที่เพิ่งผุดโผล่ขึ้นมา

ทั้งๆ ที่ล่วงผ่านไปเกือบ 10 ปี “กรมสรรพากร” อธิบดีสั่งให้เจ้าหน้าที่สรรพากร ภาค 3 เข้าร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินคดีกับ “บริษัท ซิน เคอหยวน สตีล จำกัด” และคณะกรรมการบริษัท เนื่องจากพบหลักฐานใช้ “ใบกำกับภาษีปลอม” เพื่อขอคืนภาษีกว่า 200 ล้านบาท

เหตุเกิดระหว่างเดือนกรกฎาคม 2558-มีนาคม 2560

ถ้าจะเป็น “ความชอบ” ที่ลุกขึ้นมาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี กรมสรรพากรก็ควรจะมี “คำตอบ” ให้กับสังคมด้วยว่า รัฐถูกโกงภาษีไปกว่า 200 ล้านบาทผ่านไป 8 ปี ทำไมเพิ่งจะมาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ “ดีเอสไอ” รับเป็นคดีพิเศษ

ส่วน “สตง.” อาจไม่เกี่ยวข้องอันใดกับ “ซิน เคอหยวน” ซึ่งขายเหล็กให้สร้างอาคาร แต่ “ใบสั่งซื้อพัสดุภัณฑ์” หลายรายการของ “สตง.” นั้นชวนให้เชื่อว่า “ผู้วิเศษ” น่าจะมีอยู่จริง จึงต้องใช้เก้าอี้นั่งกันตัวละเป็นแสนๆ พรม ฝักบัวอาบน้ำ อุปกรณ์หรูหราหมาเห่าแสนแพง

จนข้าราชการตามกระทรวงทบวงกรม โรงพยาบาล ตลอดจนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงาน หรือองค์กรที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐทั้งหลาย ต่างก็พากันออกมาตีแผ่ “พฤติกรรม” ที่ใช้ตรรกะแบบคุกคามของเจ้าหน้าที่ สตง.

ทุกคนเข้าใจว่า “สตง.” เป็นส่วนราชการที่เป็น “หน่วยงานอิสระ” ตามรัฐธรรมนูญ

“สตง.” มีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และอยู่ภายใต้นโยบายและการกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ “คตง.”

ตั้งแต่หลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 “คตง.” ก็ไม่พ้นไปจากเงาทะมึนของคณะรัฐประหารเหมือนองค์กรอิสระทุกคณะ

ในเดือนกันยายน 2567 ได้ “ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม” เป็นประธาน คตง. และเมื่อครบวาระเดือนกันยายน 2560 “คตง.” จำนวน 6 จาก 7 คนก็มาจากมือของ “สนช.” ได้ พล.อ.ชนะทัพ อินทามระ เป็น “ประธาน คตง.” เดือนกุมภาพันธ์ 2567 “คตง.” เห็นชอบให้ “มณเฑียร เจริญผล” เป็น “ผู้ว่าการ สตง.” แทน “ประจักษ์ บุญยัง” ที่ครบวาระ

อาคารสูง 30 กว่าชั้นที่กำลังจะเป็น “บ้านใหม่” ของ สตง.เกิดขึ้นได้โดยสะดวกปลอดโปร่งในยุคสืบทอดอำนาจชนิดครบวงจรของ “คสช.”

ความน่าเกรงของ “สตง.” มาจากอำนาจ

มีหน้าที่ตรวจสอบด้านเงิน การใช้จ่ายเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การเก็บรักษาพัสดุภัณฑ์รถราม้าช้างตลอดจนทรัพย์สินทุกชนิดของกระทรวง ทบวง กรม หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยที่รับเงินอุดหนุนจากรัฐว่า เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบการจัดเก็บภาษีค่าธรรมเนียม และทำหน้าที่สืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานในกรณีที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นเป็นเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการทุจริต หรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ

เน้นๆ ว่า เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ช่วยป้องปราม หรือหยุดยั้งการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือความสูญเปล่า หรือความไม่คุ้มค่าในการใช้เงินของแผ่นดิน

ภาพของ ” สตง.” คล้ายพระเอกหรือคนดีที่ปราศจากข้อสงสัย

แต่ต้องมาพังครืนลงในชั่วพริบตาเมื่อตึกถล่ม!

เป็นธรรมดาที่สังคมจะมีข้อสมมุติฐานว่า ในวงราชการอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นจะต้องมีคนที่คิดผิด หลงผิด กระทั่งกระทำความผิดในการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน รวมไปถึง “ทุจริตคอร์รัปชั่น” จึงต้องเขียนกติกา ให้มีหน่วยงานที่คอยติดตามตรวจสอบ ควบคุมข้าราชการไม่ให้ก่อความวิปลาสสร้างความวิบัติให้กับประเทศชาติ

“สตง.” ถูกจัดวางตำแหน่งแห่งหนไว้ตรงนั้น

นโยบาย แนวทางองค์กรตลอดจนทัศนคติบุคลากรหน่วยนี้จึงไม่อาจจะ “วิปลาส” อย่างเด็ดขาด!

ในทางพุทธศาสนา วิปลาส หมายถึง ความรู้ที่คลาดเคลื่อนผิดพลาดไปจากความเป็นจริง หรือไม่เป็นตามครรลอง ความคิดผิดหลงผิดเหล่านั้นจะปูทางไปสู่การประพฤติปฏิบัติที่ไม่ตรง ไม่ซื่อ นำความเดือดร้อนมาให้แก่ตัวเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคมส่วนรวม

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ถามว่า ระบบความคิดวิปลาสอันใดเล่าที่ครอบงำข้าราชการไทย!?!!!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความวิปลาส ในระบบราชการไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...