Sandwich Generation : ‘เดอะแบก’ ของบ้าน เมื่อพ่อแม่ก็ต้องดูแล ลูกเล็กก็ต้องเลี้ยง
Mood of the Motherhood
อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 00.27 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 00.26 น. • Featuresปัจจุบันสังคมไทยมีโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คือจำนวนเด็กและอัตราการเกิดใหม่ลดลง จำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้น ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากมีประชากรสูงวัยคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะแต่งงานช้าลงและวางแผนมีลูกช้าลง เพราะภาวะความเป็นอยู่แบบ Sandwich Generation หรือช่วงวัยที่ต้องรับผิดชอบดูแลลูกเล็กและคุณพ่อคุณแม่ที่สูงอายุไปพร้อมกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในสภาพสังคมและเศรษฐกิจปัจจุบันงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าคนที่อยู่ในกลุ่ม Sandwich Generation มักเผชิญกับความเครียดและความกดดันทางการเงินสูง ยกตัวอย่างงานวิจัย Pew Research Center ในปี 2013 พบว่า 47 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่ในวัย 40-50 ปีในสหรัฐอเมริกา ต้องคอยดูแลพ่อแม่ที่สูงวัยและยังต้องดูแลลูกเล็ก ในขณะที่การศึกษาของ American Psychological Association ในปี 2021 ระบุว่าคนในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเผชิญภาวะเครียดและวิตกกังวลมากกว่ากลุ่มวัยอื่นดังนั้น ไม่ใช่แค่ศักยภาพในการดูแลรับผิดชอบครอบครัว แต่การจัดการอารมณ์ จัดสรรเวลา และรักษาคุณภาพชีวิตของตัวเองไปด้วย ก็เป็นสิ่งที่เดอะแบกทั้งหลายจะต้องประคับประคองไปในเวลาเดียวกัน1. หาทางรับมือกับความขัดแย้งทางอารมณ์
การเป็นแซนด์วิชเจเนอเรชันมักเผชิญกับความรู้สึกขัดแย้งระหว่าง ‘ความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัว’ กับ ‘ความต้องการส่วนตัว’ ทำให้มักจะละเลยตัวเองบ่อยๆ ซึ่งส่งผลทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถให้ความสนใจตัวเองได้เต็มที่ดังนั้น แม้จะต้องรับผิดชอบหน้าที่ทุกอย่างภายในบ้าน แต่ก็อย่าลืมที่จะดูแลตัวเอง หาความสุขให้ตัวเอง เช่น แบ่งเวลาไปทำสิ่งที่ชอบหรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มให้ตัวเองบ้าง2. ให้ตัวเองได้เติบโตจากการแบกรับภาระ
ต้องยอมรับว่าการดูแลพ่อแม่อายุมากกับการทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดีของลูกพร้อมกัน ต้องใช้พลังกายและพลังใจของชาวแซนด์วิชเจเนอเรชันอย่างมาก บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนไม่สามารถทำได้ดีที่สุดสักทาง แต่เมื่อเวลาผ่านไป การเรียนรู้จากหน้าที่รับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ก็เป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเองให้สามารถรับมือกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตได้เช่นกัน3. สร้างขอบเขตที่พอดี
การดูแลคนอื่น ไม่ใช่การยอมเสียสละทุกอย่างในชีวิตตัวเอง แต่คือการเพิ่มศักยภาพตัวเองให้สามารถจัดการและแบ่งปันไปดูแลรับผิดชอบคนที่รักได้ ดังนั้น ชาวแบกอย่างเราจึงต้องรู้จักสร้างขอบเขตให้ดูแลคนอื่นอย่างพอดี ไม่เบียดเบียนตัวเองจนลำบาก เพราะคนที่จะรับผิดชอบคนอื่นได้ ก็ต้องรักษามาตรฐานชีวิตตัวเองให้มั่นคงด้วยเช่นกัน4. เปิดใจพูดคุยกับคนรอบข้าง
การเป็นแซนด์วิชเจเนอเรชันอาจรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะต้องรับภาระทุกด้านตามลำพัง แต่การสื่อสารกับคนรอบข้าง เช่น เปิดใจคุยกับคนในครอบครัวหรือคนที่ไว้ใจได้ ไม่ว่าจะเพื่อขอความร่วมมือ ความช่วยเหลือ หรือกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ เพราะในเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้าการมีคนคอยรับฟัง ก็ถือว่าได้แบ่งเบาภาระ (ในใจ) ได้มากแล้วอ่านบทความ พ่อแม่ Gen Y : ความท้าทายเมื่อต้องเลี้ยงลูก Gen Alphaอ้างอิงpewresearchthairath