“ต้นหอม ศกุนตลา” เผยเหตุชอบถามชาวเน็ต ยกโซเชียลเป็นที่ปรึกษา ตอบได้หมดติด ตม. ขาออกที่จีน เหตุจากหน้าเด็กเกิน
อีกหนึ่งพิธีกร นักแสดงอารมณ์ดี “ต้นหอม ศกุนตลา” ที่ช่วงนี้เจ้าตัวขยันโพสต์ปรึกษาปัญหาชีวิตผ่านโซเชียลอยู่บ่อย ๆ แบบเรียลๆ ตั้งแต่เรื่องปลวกยันกะปิ ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ต้นหอม ก็จะโพสต์ถามชาวเน็ตอยู่เสมอ
เดี๋ยวนี้ถ้ามีปัญหาอะไร เราถามโซเชียลได้เลยใช่ไหม? “มีเพื่อนในโซเชียลเยอะมากพูดเลย ถ้าเราโทรไปหาเพื่อนจะไม่ได้คำตอบ แต่โซเชียล 5 นาทีจะมีคนมาให้คำตอบเยอะมาก”
ที่ว่ามีเพื่อนไม่ค่อยฉลาดจริงไหม? “เพราะถ้าฉลาดเราก็ไม่คบไง(หัวเราะ) คือมันก็เท่ากัน เพื่อนมันก็ไม่ได้มีความรู้รอบรู้ถูกไหม แต่พอเรามีปัญหาปุ๊บแล้วเราโพสต์ลงไอจีเราจะมีคนรอบรู้เต็มไปหมดที่มาให้ข้อมูลกับเรา พอโพสต์เรื่องกะปิก็ได้กะปิมาที่บ้าน พอโพสต์เรื่องปลวกตอนนี้รู้แล้วนะวิธีการกำจัดปลวกคืออะไร ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วเพราะหลายคนมาให้ข้อมูลกับฉันเลย”
เรียกว่าเป็นการใช้โซเชียลให้เป็นประโยชน์สูงสุด? “ใช่ มันเหมือนเป็นคอมมูนิตี้อย่างหนึ่งแล้วพอเรามีปัญหาก็มีคนมาเมนต์ว่าตามด้วยนะว่ามีปัญหาอยู่เหมือนกัน บางทีพอโพสต์เยอะๆ ก็เกรงใจ ก็บอกโซเชียลว่าอย่าเพิ่งว่านะ แต่ก็มีอีกเรื่องนึงนางก็บอกว่าไม่ว่าเลยเพราะรู้สึกว่าคอยตามก็ได้ความรู้ไปด้วย เฮ้ย มันมีประโยชน์ ฉันเริ่มเห็นประโยชน์ของการเกิดมาบนโลกนี้แล้วอ่ะ”
ปกติแล้วเราจะถามอินเตอร์เน็ตตอนนี้มันไม่พอแล้วเหรอ? “ต้องมาแยกอีกว่าอะไรคือจริงอะไรคือปลอมและอะไรคือปัญหาที่เหมาะกับเรา มันสื่อสารกันแบบวันเวย์เราจะไปถามมันกลับก็ไม่ได้ แต่ถ้ามีคนมาเมนต์ปุ๊บแล้วเราสงสัยอะไรเราก็จะถามกลับเลยเขาก็จะตอบเรา มันเหมือนปัญหานี้มันเป็นเหมือนปัญหาของเราโดยเฉพาะ เธอเคยไหมเวลาหายใจติดขัดเราไปเสิร์ชดูอินเตอร์เน็ตบอกว่าเราเป็นมะเร็งปอดนะ คือมันเยอะ คือมันเดาทางไปในทางที่แย่มาก ต้องตายแล้ว ก็เลยคิดว่าเราลองถามเพื่อนในโซเชียลดูก่อน”
เพื่อนในโซเชียลเขามีเบื่อไหม? “เชื่อไหมเวลาลงภาพนิ่งสวยสวยคนมาไลก์ประมาณ 2,000 อันนี้คนมาดูนะเรื่องกะปิหอม 400,000 เรื่องปลวก 500,000 คืออยู่ดีๆ เอ็นเกจก็ดีกับปัญหาชีวิตอะไรที่มันเป็นปัญหาต้นหอมคนดูเยอะมาก (ต่อจากนี้เราต้องมีปัญหาชีวิตเยอะๆ?) ไม่เอา ขอไม่มี ก็ได้รู้แหล่งแล้วว่าช่องทางเรามันเป็นคอมมูนิตี้อย่างนึงนะที่เราสงสัยอะไรบางทีปัญหาของเราบางทีมันตรงกับคนอื่นด้วย คือกล่าวว่าตอนแรกโพสต์แล้วก็จะลบแต่เหมือนคนอื่นเขายังมาหาข้อมูลจากคอมเมนต์ได้ ก็เลยพอมีปัญหาอื่นก็ทิ้งคาไว้อย่างนั้นเลย”
เหมือนคนเขาบอกว่าเราคอยให้คำแนะนำคนอื่นเยอะมากเลยแต่เราก็มีปัญหาชีวิตเหมือนกัน? “หอมว่าคนทุกคนมีปัญหาจะโทรไปถามพุธทอล์คก็ไม่ได้นะเพราะเราเป็นพิธีกร เราก็ถามเพื่อนๆ ในโซเชียล แล้วเราก็รู้สึกว่านี่ฉันค้นพบแล้วนี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่ให้คำตอบเราได้เรื่อยๆ เร็วมาก”
ต้องต่อยอดกับตรงนี้ยังไง? “มีปัญหาอะไรก็ลงก่อนเลย เฟซบุ๊กไอจีตอบคำถามได้ดีมาก TikTok ก็ขายของไป”
ตอนนี้ยังมีการติด ตม. อยู่ไหม? “ที่ติดล่าสุดเป็นกวางโจว โดนอีกแล้วสองรอบ ก็โดนเมื่อประมาณน่าจะเดือนกว่าๆ ก็โดนอีกรอบ แล้วเข้าสองครั้งโดนสองครั้ง และความน่าเกลียดคือโดนขาออกด้วย อันนี้คือว่าเปิดหน้าพาสปอร์ตมาแล้วแล้วก็มองหน้าเราคือวันนั้นอยู่ดีๆ แต่งตัวสวย แต่งหน้าแล้วมันดูเด็ก พอมองแล้วลังเล แล้วช่วงนั้นมันเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวฮิตปลอมพาสปอร์ตเพราะระหว่างที่หอมกำลังจะกลับเขาเอาไฟเรืองแสงส่องเลยนะ พอมาถึงตาเราปุ๊บหน้าพาสปอร์ตหน้าหนึ่งและก็ขอดูหน้าวีซ่าหน่อย วีซ่าเชงเก้นเนี่ยได้ห้าปีแต่ว่าทำมาตั้งแต่สี่ปีที่แล้วตอนนั้นหน้ายังไม่คงที่เลยหน้าเดิม พอเปิดหน้าวีซ่าปุ๊บชัดและปลอม เลยไปเรียกคนในออฟฟิศมาเลย”
ทำหน้ายังไงตอนนั้น? “เราก็รู้แหละว่าหน้ามันไม่เหมือน เรารู้แล้วแต่เราคิดว่าถ้าฟอมไทยแลนด์ศัลยกรรมมันหนักอยู่นะ คือผู้หญิงไทยมันหน้าเด็กอยู่แล้ว เขาก็เลยให้ยืนรอตรงนี้แล้วเขาก็เดินเข้าไปปรึกษากัน”
ความชินที่เราติด ตม. บ่อยๆ มันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นไหม? “ก็ชินค่ะ แต่ก็จะตื่นเต้นทุกครั้งว่าจะโดนไหม (ต้องทำใหม่มั้ยให้รูปมันตรง?) ก็มีคนแนะนำให้ไปทำใหม่ให้หน้ามันอัพเดต แต่ในนั้นมันมีวีซ่าเชงเก้นอยู่ให้ 5 ปี แต่เหลืออีกสองสามปี มันเสียดายวีซ่า ก็เลยไม่อยากจะเปลี่ยน พอไปก็เลยจะโดนคำถามเยอะหน่อยล่าสุดก็ไปฝรั่งเศสแล้วไปคนเดียว ก็ขอดูเอกสารทั้งหมดทั้งตั๋วไปกลับแม้กระทั่งเงินสดที่พกมา ดีที่รอบนั้นแลกไปเยอะ”