Harvard โดนหนักอาจรับนักศึกษาต่างชาติไม่ได้ หลังรัฐบาลทรัมป์จ่อแบนไม่ให้รับนักศึกษาต่างชาติหากไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลผู้ถือวีซ่าบางราย
The Structure
อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 12.00 น. • The Structureกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) เตือนว่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) อาจสูญเสียสิทธิ์รับนักศึกษาต่างชาติ หากไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลทรัมป์ในการเปิดเผยข้อมูลผู้ถือวีซ่าบางราย ถือเป็นการยกระดับแรงกดดันของรัฐบาลต่อสถาบันการศึกษาชั้นนำแห่งนี้
คริสตี้ โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เมื่อวันพุธ (16 เม.ย.) ประกาศยุติเงินช่วยเหลือ 2 ทุนที่มอบให้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด รวมมูลค่ากว่า 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (89.94 ล้านบาท) พร้อมส่งจดหมายขอให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ “กิจกรรมที่ผิดกฎหมายและรุนแรง” ของนักศึกษาต่างชาติ โดยกำหนดเส้นตายภายในวันที่ 30 เม.ย. โนเอม ระบุว่า หากฮาร์วาร์ดไม่สามารถยืนยันการปฏิบัติตามข้อกำหนดการรายงานอย่างครบถ้วน มหาวิทยาลัยจะสูญเสียสิทธิ์ในการรับนักศึกษาต่างชาติ
“ด้วยเงินบริจาค 53,200 ล้านดอลลาร์ (1.77 ล้านล้านบาท) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสามารถระดมทุนเพื่อจัดการกับความวุ่นวายภายในมหาวิทยาลัยได้ แต่ DHS จะไม่ทำเช่นนั้น” โนเอมกล่าว พร้อมเสริมว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมี “อุดมการณ์ต่อต้านอเมริกาและสนับสนุนฮามาส”
ด้านโฆษกมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า มหาวิทยาลัยรับทราบถึงจดหมายของโนเอมเกี่ยวกับการยุติทุนสนับสนุนและการตรวจสอบวีซ่านักศึกษาต่างชาติ พร้อมย้ำจุดยืนว่าจะไม่สละอิสรภาพหรือสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่จะปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังเน้นย้ำถึงความพยายามต่อสู้กับการต่อต้านชาวยิวและอคติอื่นๆ ในวิทยาเขต ขณะเดียวกันก็รักษาเสรีภาพทางวิชาการและสิทธิในการประท้วง
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์เคยขู่ตัดงบสนับสนุนมหาวิทยาลัยที่มีการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ในวิทยาเขต ทรัมป์มองว่าผู้ประท้วงเหล่านี้เป็นภัยคุกคามด้านนโยบายต่างประเทศ โดยกล่าวหาว่าพวกเขามีทัศนคติต่อต้านชาวยิวและสนับสนุนฮามาส ขณะที่ผู้ประท้วง รวมถึงกลุ่มชาวยิวบางกลุ่ม ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์ตีความการสนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์และการวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซาอย่างผิดๆ ว่าเป็นการสนับสนุนความรุนแรงและการต่อต้านชาวยิว
รัฐบาลทรัมป์เปิดเผยเมื่อปลายเดือนที่แล้วว่า กำลังตรวจสอบสัญญาและเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลางมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ (2.99 แสนล้านบาท) ที่มอบให้ฮาร์วาร์ด และเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อจำกัด เช่น การห้ามสวมหน้ากากและการยกเลิกโครงการความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) เพื่อให้มหาวิทยาลัยยังคงได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง
เมื่อวันจันทร์ (14 เม.ย.) ที่ผ่านมา ฮาร์วาร์ดปฏิเสธข้อเรียกร้องหลายประการที่ระบุว่าจะทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียการควบคุมให้กับรัฐบาล ต่อมารัฐบาลทรัมป์ประกาศระงับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 2,300 ล้านดอลลาร์ (7.66 หมื่นล้านบาท)
ทรัมป์ยังขู่ว่าจะเพิกถอนสถานะการยกเว้นภาษีของฮาร์วาร์ด โดย CNN รายงานเมื่อวันพุธ (16 เม.ย.) ว่ากรมสรรพากรของสหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะเพิกถอนสถานะการยกเว้นภาษีของฮาร์วาร์ด และคาดว่าจะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเร็วๆ นี้
รัฐบาลทรัมป์ได้ระงับหรือยกเลิกเงินทุนสนับสนุนบางส่วนสำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น โคลัมเบีย, พรินซ์ตัน, บราวน์, คอร์เนลล์ และนอร์ทเวสเทิร์น ท่ามกลางความตึงเครียดในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการประท้วงในวิทยาเขต
(1 ดอลลาร์สหรัฐ = 33.31 บาท)
ที่มา: รอยเตอร์