โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ซื้อหนี้ประชาชนจากแบงก์” กระทบหุ้นอะไรบ้าง? ส่องความเป็นไปได้ธนาคารไหนรับประโยชน์สุด

Thairath Money

อัพเดต 19 มี.ค. 2568 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568 เวลา 05.42 น.
ภาพไฮไลต์

ประเด็นร้อนที่นักลงทุนต้องจับตา เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” ผุดแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเสนอแนวคิดการซื้อหนี้จากธนาคารพาณิชย์ออกมาเพื่อให้ประชาชนสามารถทยอยผ่อนชำระได้ง่ายขึ้นนั้น

กระทรวงการคลัง ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างพิจารณาและศึกษาวิธีการดำเนินโครงการดังกล่าว ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างมองว่า หากดำเนินการจริง จะส่งผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ในแง่ของรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง แต่คุณภาพสินทรัพย์จะดีขึ้น พร้อมเปิดความเป็นไปได้ในการ “ซื้อหนี้” ของรัฐบาลครั้งนี้

จับตาซื้อ “หนี้เสีย” หรือ “หนี้ดี”

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ปัจจุบันหนี้เสีย หรือ NPLs อยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ขณะที่หนี้เพื่อการบริโภคและบัตรเครดิตมีมูลค่ารวม 5.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 30.7% ของหนี้ธนาคารพาณิชย์รวม 18.1 ล้านล้านบาท

หากดำเนินโครงการจริง คาดว่าการซื้อหนี้จะเน้นไปที่หนี้ปกติ (หนี้ดี) มากกว่าหนี้เสีย ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ และส่งผลต่อหุ้นกลุ่มที่ปล่อยสินเชื่อรายย่อยด้วย

ด้านฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ความสำเร็จของนโยบายนี้อยู่ที่การจัดหาแหล่งเงินทุน ขณะที่การบริหารหนี้รายย่อยซึ่งมีจำนวนมาก เป็นจุดแตกต่างกับการแก้ปัญหาสินเชื่อธุรกิจ ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์มีการบริหารหนี้เสียผ่านการขายให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) อยู่แล้ว

กรณีที่มีมาตรการเกิดขึ้น ในระยะสั้นแม้การซื้อหนี้เสีย และ STAGE 2 จะกระทบรายได้ของธนาคารพาณิชย์ตามสินเชื่อที่ลดลง แต่จะได้ประโยชน์ฝั่งคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น และทำให้ทิศทางต้นทุนสำรองหนี้เสียลดลง (Credit Cost) ลดลง เข้ามาชดเชยรายได้

สินเชื่อกลุ่มไหนเป็นเป้าหมายของการซื้อหนี้?

บล.เอเซีย พลัส ชี้ให้เห็นว่า การซื้อหนี้ครั้งนี้ อาจเน้นไปที่สินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ภาคเอกชนสนใจ เนื่องจากมีสินทรัพย์ค้ำประกัน ส่วนธนาคารพาณิชย์เองก็น่าจะต้องการขายสินเชื่อประเภทนี้หากได้ราคาที่เหมาะสม เพราะโดยทั่วไปแล้ว สินเชื่อบ้านมีสภาพคล่องต่ำ เมื่อเทียบกับสินเชื่อรถยนต์หรือบัตรเครดิตที่สามารถ Write-off หรือขายออกได้รวดเร็ว

ส่วนระยะยาวระดับหนี้เสียที่ลดลงในงบดุลของธนาคาร จะช่วยสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อของธนาคารระยะถัดไป รวมถึงหนุนต่อระดับเงินกองทุน เอื้อให้เกิดการบริหารโครงสร้างเงินทุนในลำดับถัดไป ทั้งการเพิ่มนโยบายปันผลและซื้อหุ้นคืน โดยธนาคารที่มีสัดส่วนสินเชื่อบ้านสูง นำโดย SCB TTB และ KTB

ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูลทีมกลยุทธ์ พบว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทย สิ้นสุดไตรมาส 3/67 อยู่ที่ 16.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 89% ของเศรษฐกิจไทย (GDP) สินเชื่อหลักๆ ได้แก่

  • สินเชื่อที่อยู่อาศัย 5.6 ล้านล้านบาท
  • สินเชื่อส่วนบุคคล 3.3 ล้านล้านบาท
  • สินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจ 2.9 ล้านล้านบาท
  • สินเชื่อเช่าซื้อรถ 1.7 ล้านล้านบาท

ขณะที่เป็นสินเชื่อที่เป็นหนี้เสียปัจจุบันสูง 1.2 ล้านล้านบาท (8.8% ของสินเชื่อรวม) โดยกลุ่มที่มีหนี้เสียสูงหลักๆ คือ สินเชื่ออื่นๆ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ ดังนั้น ประเมินความคืบหน้าดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น คาดสร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศต่อเนื่อง โดยเฉพาะแนวทางการซื้อหนี้เฉพาะกลุ่มหนี้เสีย ซึ่งธนาคารมักขายกลุ่มที่มีโอกาสเรียกชำระคืนยาก คือ ตั้งสำรองไปแล้วทั้งหมด

ทำให้การขายจะเป็นบวกต่อธนาคาร นอกจากนี้ จะเป็นบวกเช่าซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มติดตามหนี้ ที่มีโอกาสเห็นอัพไซด์จากการรับจ้างตามหนี้ รวมถึงค้าปลีกอื่นๆ ในด้านกำลังซื้อภายในประเทศที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ผลบวกจะมากหรือน้อย ในท้ายที่สุดขึ้นอยู่แนวทางธนาคารต่างๆ หลังขายหนี้ ว่าจะกลับมาปล่อยสินเชื่อตามปกติหรือไม่

อ่านข่าวหุ้นและการลงทุนกับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ซื้อหนี้ประชาชนจากแบงก์” กระทบหุ้นอะไรบ้าง? ส่องความเป็นไปได้ธนาคารไหนรับประโยชน์สุด

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...