โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ข้าวทองระย้า” ข้าวที่ว่ากันว่ารัชกาลที่ 5 โปรด ถึงขั้นทรงหุงเสวยเอง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 07.08 น.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประกอบอาหาร

ปัจจุบัน “ข้าว” มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวเสาไห้ ข้าวสังห์หยด ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะมีรสชาติ รสสัมผัส คุณประโยชน์ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่าชื่นชอบชนิดไหน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก็ทรงมีพันธุ์ข้าวที่โปรดเสวย ซึ่งหลายคนคาดว่าคือ “ข้าวทองระย้า”

ข้าวทองระย้า คืออะไร?

ข้าวพันธุ์นี้เป็นข้าวพันธุ์ดีในท้องถิ่นของมณฑลนครไชยศรี เนื้อสัมผัสร่วน มักนำไปหุงข้าวด้วยน้ำไม่เยอะ จะออกร่วนฟู กินกับแกงอร่อย หรือจะทำข้าวผัด ใส่เป็นส่วนประกอบของขนมครกก็เข้ากันไปเสียหมด

ด้วยเอกลักษณ์นี้ทำให้รัชกาลที่ 5 ทรงชื่นชอบ ถึงกับทรงเขียนถึงไว้ในพระราชหัตถเลขาที่ทรงโต้ตอบไปมากับ “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส”พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 และสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ว่า

“กราบทูล กรมหมื่นวชิรญาณ

ด้วยได้รับหนังสือประทานมาเรื่องเข้าใหม่ (ข้าวใหม่) มีความยินดีเปนอันมากที่ทราบว่าเสวยได้ เพราะบางคนกินไม่ได้ว่าเหมือนเข้าเหนียวแลไม่อร่อยอย่างไรซึ่งหม่อมฉันแลไม่เห็น ส่วนตัวหม่อมฉันเองเห็นว่าเปนการมีคุณอย่างยิ่ง ดังเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้

เดิมกินข้าวไม่ได้ โกรธว่ากับข้าวไม่อร่อยบ่อยๆจนครั้งหนึ่งวานให้กรมหมื่นปราบซื้อข้าวแกงมาให้กิน เผอิญไปถูกข้าวอย่างนี้เข้า กินได้ติดใจจึงได้วานให้กรมปราบจัดซื้อ และชักชวนให้ลูกเมียกินก็พากันชอบเว้นไว้แต่แม่กลาง(สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) กินไม่ได้มาจนทุกวันนี้(พ.ศ. 2442) ว่าเลี่ยนคลื่นไส้

แต่นั้นมาก็กินข้าวได้อ้วนขึ้น เป็นเชื่อว่าอ้วนขึ้นเพราะข้าวนี้ แต่นั้นมาจะนับว่าเป็นโทษเกิดขึ้นอย่างหนึ่งก็ได้ คือกินข้าวอื่นไม่ได้ ให้รู้สึกว่าแข็งหยาบ ไม่มีรสอร่อยในนั้นเหมือนกินข้าวตอก ต่อเมื่อใดหิวๆ แลไปแปลกถิ่นจึงต้องกิน แต่อย่างไรๆ รู้สึกไม่อิ่มเลย

การที่ติดข้าวพรรณนี้ไม่ใช่ติดแต่ตัวหม่อมฉัน เป็นติดทั้งครัว จึงต้องให้เงินกรมหมื่นปราบปีละ 30 ชั่งสำหรับซื้อข้าวพรรณนี้ส่งไปในบรรดาผู้ที่ติด การที่โปรดเสวยมีใจเชื่ออยู่ว่าบางทีจะทำให้อ้วนได้ การที่จะติดนั้นไม่ต้องกลัวจะขอส่งถวายให้เสวยพอตลอดปี

แต่การหุงนั้นอยู่ข้างเป็นการใหญ่ ถ้าหุงอยู่ส่งข้าวธรรมดาเปียกแฉะไปต้องมีวิธีฝึกหัด หม่อมฉันเคยหุงเองดีกว่าคนห้องเครื่องแลต้องเอาเมียกรมปราบมาหุงอยู่เป็นนาน เดี๋ยวนี้ห้องเครื่องหุงได้ดี แต่กินมาประมาณ 17-18 ปีแล้ว

ในชั้นต้นนี้จะให้ห้องเครื่องหุงส่งไปถวายก่อน แล้วจะให้ทูลหารือกรมหลวงวรเสรฐ ท่านจะจัดการอย่างไรให้ฝึกหัดหุงได้จะได้เรียกหาได้สะดวก เพราะจะให้ห้องเครื่องหุงส่งตลอดไป จะมีพนักงานไปส่ง ถ้าเจ้าพนักงานเขาไปเหลวๆ ไหลๆ เสีย จะทรงฟ้องร้องก็ไม่ได้ เป็นอันป่วยการไม่สำเร็จประโยชน์อันใดได้”

จากพระราชหัตถเลขานี้ ทำให้ทราบว่ามีข้าวอยู่หนึ่งชนิดที่พระองค์โปรดมาก ถึงขั้นทรงหุงเอง โดยข้าวที่ว่า นักประวัติศาสตร์คาดว่าคือ “ข้าวทองระย้า”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ส. พลายน้อย. กระยานิยาย เรื่องน่ารู้สารพัดรสจากรอบๆ สำรับ. กรุงเทพฯ: มติชน, 2548.

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระฯ, 2396-2453 และ วชิรญาณวโรรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา, 2403-2464. พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีไปมากับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. [ม.ป.ท.]:โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2472. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:48083.

https://www.finearts.go.th/promotion/view/20407-สมเด็จพระมหาสมณเจ้า-กรมพระยาวชิรญาณวโรรส-ผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา

https://sathai.org/?p=691

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ข้าวทองระย้า” ข้าวที่ว่ากันว่ารัชกาลที่ 5 โปรด ถึงขั้นทรงหุงเสวยเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...