โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"แม่นักโทษ" เรือนจำเขาบิน บุก DSI ร้องตรวจสอบ ปมลูกชายถูกผู้คุมทำร้าย หวั่นซ้ำรอย "ผู้กำกับโจ้"

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 04.34 น.

"แม่นักโทษ" เรือนจำเขาบิน บุก DSI ร้องตรวจสอบ ปมลูกชายถูกผู้คุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยมีใจความในจดมายปรากฏว่า "ตอนนี้เจ้าหน้าที่จ้องเล่นงานผมทุกทาง ตอนนี้ผมและพยานทุกคนโดนบีบทุกทางทั้งตัดห้ามเยี่ยมญาติ เขาขอเคลียร์ แต่ผมไม่ยอม" ทั้งนี้ผู้เป็นแม่หวั่นจะเกิดเหตุซ้ำรอย กรณีของ "ผู้กำกับโจ้"

วันที่ 12 มี.ค.2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยแม่ของนักโทษในเรือนจำ พร้อมด้วยลูกสาวเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีลูกชาย ซึ่งเป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำ ถูกผู้คุม 6 คน รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
.
นายรณณรงค์ กล่าวว่า วันนี้มีกรณีการร้องเรียนที่ผู้คุมเรือนจำทำร้ายผู้ต้องขัง โดยทางผู้ต้องขังได้ติดต่อให้ทางญาติดำเนินการเอาเรื่องตามกฎหมาย ก่อน
หน้านี้ทางญาติพยายามร้องเรียนไปทางเรือนจำแล้วแต่ไม่มีความชัดเจนและไม่คืบหน้า เมื่อเห็นข่าวผู้กำกับโจ้เสียชีวิตในเรือนจำโดยลูกชายของครอบครัวที่มาร้องในวันนี้ก็ถูกแยกขังเดี่ยวเช่นกัน และมีจดหมายน้อยที่ข้อความช่วยเหลือมาถึงญาติ จึงอยากให้กรมสอบสวนคดีพิเศษช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย หากดีเอสไอจะรับสอบสวนคดีของผู้กำกับโจ้ จึงอยากให้ปฏิบัติกับนักโทษที่ญาติมาติดต่อร้องเรียนเหมือนกันด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีความผิด แต่เมื่อมีการร้องเรียน ต้องมีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความกระจ่าง จะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถไปตรวจสอบและมีคำอธิบายกับญาติได้ หากมีคนถูกกระทำภายในหน่วยงานจะต้องให้หน่วยงานภายนอกเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเห็นทางดีเอสไอรับสืบสวนคดีของผู้กำกับโจ้ จึงอยากให้ช่วยตรวจสอบอีกเรือนจำหนึ่งด้วย
.
แม่ของนักโทษ เล่ารายละเอียดว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ตนเองได้เดินทางไปเยี่ยมน้องชายที่เรือนจำตามปกติ แต่เมื่อได้เจอกันน้องชายกลับร้องไห้ และบอกว่า ตนเองและเพื่อนอีก 10 คน ถูกผู้คุม 6 คนใช้เคเบิลไทร์มัดมือไพล่หลัง ก่อนจะบังคับให้นอนคว่ำหน้าหน้า ใช้กระบองทุบตี และใช้รองเท้าคอมแบตกระทืบช้ำ จนหลายคนได้รับบาดเจ็บ บางรายถึงขั้นแขนหัก โดยไม่มีการนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล มีเพียงการจ่ายยาแก้ปวดให้เท่านั้น
.
ส่วนสาเหตุของการทำร้ายร่างกายครั้งนี้ ตนเองเล่าว่า มาจากเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักโทษต่างภาค ซึ่งผู้คุมได้เข้าระงับเหตุและแยกนักโทษไปอีกแดน ก่อนจะลงมือทำร้ายตนและเพื่อน
.
ต่อมา หลังทราบเรื่องตนเองได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกรมราชทัณฑ์, สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด แต่เรื่องกลับเงียบหาย กระทั่งได้รับแจ้งจากน้องชายในวันเข้าเยี่ยมอีกครั้งว่า เพื่อนนักโทษที่ถูกทำร้ายด้วยกันจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 และขอให้ตนเองไปรอรับเพื่อพาไปแจ้งความ
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันนัด ตนเองกลับไม่พบตัวเพื่อนของน้องชาย โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำอ้างว่ามีญาติมารับตัวไปแล้ว แต่วันต่อมาเพื่อนของน้องชายได้ติดต่อกลับมาหาและเล่าว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มีญาติมารับ และอาสาจะพาไปส่งที่ท่ารถเอง ทั้ง ๆ ที่ตนเองมารอรับอยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว
.
หลังจากนั้น ตนเองจึงได้พาเพื่อนของน้องชายไปแจ้งความที่ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อดำเนินคดีกับผู้คุมที่ก่อเหตุ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมทั้งส่งตัวเพื่อนของน้องชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ขณะเดียวกัน เพื่อนของน้องชายก็ได้ส่งจดหมายน้อยที่น้องชายแอบเขียนแล้วฝากออกมาให้
.
โดยเนื้อความที่ปรากฏในจดหมาย ระบุว่า "ตอนนี้เจ้าหน้าที่จ้องเล่นงานผมทุกทาง โดยให้นักโทษที่มีโทษน้อยมาคอยหาเรื่องให้ผมสวน จะได้ตั้งเรื่องทะเลาะวิวาทและลงโทษทางวินัยได้ ตอนนี้ผมและพยานทุกคนโดนบีบทุกทางทั้งตัดห้ามเยี่ยมญาติ เขาขอเคลียร์ แต่ผมไม่ยอม"
.
ในขณะที่ทาง ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเรื่องนี้ว่า ยังมีอีกกรณีหนึ่งที่ญาติติดใจ สาเหตุการเสียชีวิตภายในเรือนจำ ถึงแม้ทางราชทัณฑ์กับ ผอ.เรือนจำ เคยออกมาให้ข่าวชี้แจงกรณีนี้แล้ว แต่จะให้ทางญาติเข้าให้ข้อมูลกับทางดีเอสไอเพื่อให้ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความกระจ่างว่าภายในเรือนจำไม่มีการซ้อมทรมาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...