ทักษิณ-เพื่อไทย โต้ 8 ข้อปมปลด "พัลลภ" จ่อฟ้องกลับคนร้องยุบพรรค
หมอชลน่าน โต้ปมยุบพรรค ระบุ ทักษิณ คือ Brand Ambassador พรรคเพื่อไทย
วันที่ 4 มกราคม 2565 จากกรณีที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ออกมาระบุว่าถูกปลดออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยระบุเมื่อวันที่ 3 มกราคม ว่า ตนถูกปลดออกจากพรรคเพื่อไทย โดยไม่ได้รับแจ้งเหตุผลว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่เชื่อว่าไม่ใช่เหตุผลเรื่องการปรับปรุงพรรค เพราะเป็นการปลดตนเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามไม่มีการแจ้งล่วงหน้ามาก่อน ทราบเมื่อตอนที่พรรคเพื่อไทยจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตนก็จะไปร่วมงาน
แต่ลูกน้องโทรศัพท์มาบอกว่าเขาลบชื่อนายออกแล้ว ทำให้ทราบมาตั้งแต่ตอนนั้น จึงได้โทรศัพท์สอบถามจาก นายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้รับทราบว่า นายทักษิณ ชินวัตร ให้ปลด ซึ่งตนก็งงมาก เพราะไม่ได้ไปทำอะไรให้
“ผมก็โทรศัพท์ไปหาหมอชลน่านในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าพรรค และเคยมีบุญคุณกันมา ผมเคยช่วยชีวิตเขาจากพวกผู้มีอิทธิพลในจังหวัดน่านจะเก็บเขา ผมก็ชวนลูกน้อง 3-4 คนไปช่วย ไปเคลียร์ให้จนจบ หลังจากนั้นเขาก็ได้เป็น ส.ส.ยกทีม ทำให้ตอนแรกถามเหตุผลเรื่องปลดเขาก็อึกอัก ไม่ยอมบอก แต่ตอนหลังก็คาดคั้นไป เขาถึงบอกว่าทักษิณให้ปลดออก แต่ถามว่าผมทำผิดเรื่องอะไรเขาก็ไม่ตอบ“
ส่วนจะต้องต่อสายตรงถึงนายทักษิณหรือไม่ พล.อ.พัลลภกล่าวว่า “ผมไม่ต่อสายคุยกับเขาหรอกครับ เพราะผมเช็กแล้วพบว่าเขาเป็นคนสั่งปลด ไปพูดก็ไม่มีประโยชน์ เนื่องจากเขาทำไปแล้ว ผมไม่อยากวิจารณ์อะไรมาก เมื่อปลดแล้วคือเขาไม่อยากได้เราก็แค่นั้น เขาเป็นเจ้าของพรรค แต่ก็ยังสงสัยว่าผมไปทำอะไร หากมันปรับทั้งหมดผมก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่เอาออกคนเดียว ยังงงอยู่ว่า ผมไปทำอะไร และไม่มีเหตุผลชี้แจง ถาม นพ.ชลน่านก็บอกว่าคนนู้นเขาเป็นคนปรับออก หากปรับหลายคนก็เข้าใจว่าเป็นปรับทัพใหม่ เพื่อเอาเด็กเข้ามา นี่ปรับผมออกคนเดียว”
นอกจากนี้ พล.อ.พัลลภยังกล่าวว่า ได้ข่าวว่ามีการไปบอกให้สื่ออย่านำเสนอข่าว อาจเกรงว่าจะมีผลกระทบ หรือถูกยุบพรรค เพราะถ้าเข้าข่ายเป็นการแทรกแซงก็จะถูกยุบพรรค
ส่วนเหตุผลที่นำไปสู่การถูกปลดนั้น พล.อ.พัลลภกล่าวว่า ตอบยากจริง ๆ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุผลในอดีต ที่เขาไปทำความชั่วไว้ในเรื่องหนึ่งช่วงที่เป็นนายกฯ เป็นเรื่องที่ตนต้องรับผิดชอบ จึงได้รับคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ซึ่งเล่าไม่ได้ ตั้งแต่นั้นก็เลยขัดใจกัน เพราะไม่รู้เขาไปรู้เรื่องมาจากไหน แต่ก็งงว่าทำไมมาปลดตอนนี้
“เป็นคำสั่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมก็พยายามหลบเลี่ยงสุด ๆ จริง ๆ มันง่ายมากสำหรับผมถ้าจะทำตามคำสั่งนั้น เพราะผมก็เป็นหัวหน้าชุด killing team ทีมล่าสังหารกองทัพบก รบในโฮจิมินห์ประเทศเวียดนาม ถ้าทำตอนนั้นก็จบไปแล้ว เขาคงไม่มีชีวิตอยู่จนวันนี้ จนไปอยู่ต่างประเทศ“ พล.อ.พัลลภกล่าว
ทักษิณ โวยไม่เคยโทร.คุย พล.อ.พัลลภ
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ The Room 44 ถึงกรณีดังกล่าวจะทำให้พรรคเพื่อไทยสุ่มเสี่ยงถูกยุบพรรคว่า มีบางคนได้ประโยชน์ ถ้าพรรคเพื่อไทยถูกยุบ มีพรรคได้ประโยชน์อยู่ อย่างกรณี พล.อ.พัลลภ ที่ออกมาระบุเรื่องถูกขับออกจากพรรค ตนไม่รู้เรื่อง ไม่ได้โทรศัพท์คุยกับ พล.อ.พัลลภมาหลายปีแล้ว
เรื่องที่เกิดขึ้นก็สงสัยทำไมมาโวยเช่นนี้ ตนไม่ทราบเลย งานประชุมพรรคที่ จ.ขอนแก่น เป็นงานประชุมสมาชิกพรรค ไม่ใช่การประชุมกรรมการบริหารพรรค หลังมีข่าวดังกล่าวออกมาตนไม่ได้โทรศัพท์คุยกับ พล.อ.พัลลภ
ปัดครอบงำเพื่อไทย
“คนกล่าวหาก็กล่าวหาได้ทั้งนั้น ถามว่าผมทำจริงหรือไม่ ไม่มี ผมไม่รู้เรื่องเลย และพรรคการเมืองใหญ่เช่นนี้การยุบเป็นเรื่องใหญ่ เขาไม่ยุบง่าย ๆ ถ้าไม่ทำอะไรกระทบความมั่นคง ยืนยันที่ผ่านมาผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำกิจกรรมของพรรคเพื่อไทย เพียงแต่พูดคุยกันในฐานะคุ้นเคยรู้จักในเรื่องทั่ว ๆ ไป” นายทักษิณกล่าว
เรืองไกร-ศรีสุวรรณร้องยุบพรรค
วันที่ 4 มกราคม 2565 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงที่ พล.อ.พัลลภ ได้กล่าวอ้างและพาดพิงนายชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และยังกล่าวอ้างว่า นายทักษิณ เป็นเจ้าของพรรคด้วย
“กรณีนี้จึงมีเหตุต้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวจากนายชลน่าน ดังต่อไปนี้ 1.พล.อ.พัลลถ ได้โทรศัพท์หานายชลน่าน จริงหรือไม่ เบอร์โทร.อะไร วัน เวลาใด
2.พล.อ.พัลลภ ถูกนายทักษิณ ปลดออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย จริงหรือไม่ 3.พล.อ.พัลลภ ถูกลบชื่อออกจากการประชุมใหญ่ประจำปีที่ จ.ขอนแก่น จริงหรือไม่ 4.นายชลน่าน ทราบเรื่องที่นายทักษิณให้ปลด พล.อ.พัลลภ จริงหรือไม่
5.การกล่าวอ้างของ พล.อ.พัลลภ ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหายหรือไม่ และพรรคเพื่อไทยจะฟ้องร้องดำเนินคดีกรณีนี้อย่างไร หรือไม่” นายเรืองไกรกล่าว
นายเรืองไกรกล่าวตามมาว่า นอกจากนี้ ยังขอให้ กกต. สอบ พล.อ.พัลลภ ที่กล่าวอ้างว่า “…เขาเป็นเจ้าของพรรค…” นั้น พล.อ.พัลลภ หมายถึงนายทักษิณเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย ใช่หรือไม่ และมีหลักฐานใด หรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ขอให้ กกต.ตรวจสอบนั้น ขอให้พิจารณาด้วยว่า จะเข้าข่ายฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 28 หรือไม่
ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันที่ 6 มกราคม ตนจะเดินทางไปยัง กกต. เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม กรณีนายทักษิณวิดีโอคอลหานายเกรียง กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย
และในวันเดียวกันนั้น จะได้ยื่นต่อ กกต. ขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย กรณีที่ พล.อ.พัลลภ ออกมาเปิดเผยด้วย โดยมีหลักฐานคือ คำพูดของ พล.อ.พัลลภ ที่ยืนยันว่า โดนคนแดนไกลคัดชื่อออกจากคณะบริหารของพรรค ซึ่งถือว่าเขายังมีอิทธิพลต่อพรรคเพื่อไทยอยู่
“กรณีนี้ถือว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ภายใต้การชี้นำ ครอบงำของนายทักษิณ เข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 28”
เพื่อไทย แถลงโต้ด่วน
ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงชี้แจง 8 ข้อ ดังนี้
1.กรณีพล.อ.พัลลภ อ้างว่าไม่ได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีพรรคเพื่อไทย ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 เนื่องจากถูกลบชื่อออกไม่ให้เข้าร่วมนั้น ข้อเท็จจริงคือการประชุมใหญ่ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดของการแพร่ระบาดของโควิด-19
ซึ่งถูกเลื่อนการจัดงานมาและไม่สามารถจัดประชุมในพื้นที่สีแดงเข้มได้ จึงมีจัดประชุมที่จังหวัดขอนแก่น ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ รวมทั้งเชิญสมาชิกพรรคไปร่วมประชุมก็ต้องไปเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค ทำให้สามารถเชิญผู้เข้าร่วมประชุมได้เพียง 509 คนเท่านั้น
ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็น ส.ส. 122 คน และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 272 คน กรรมการบริหารพรรค 20 คน ขณะที่มีตัวแทนสมาชิกเข้าร่วมประชุมจำนวนน้อยมาก 91 คน แล้วเลือกสมาชิกที่เดินทางได้สะดวกและไม่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้ผู้อาวุโสหลายท่านไม่ได้ถูกเชิญ อาทิ นายเสนาะ เทียนทอง นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์
ดังนั้นการที่ พล.อ.พัลลภ ระบุว่า ได้ให้ตัวแทนไปตรวจดูแล้วพบว่าถูกลบชื่อออกจากที่ประชุมนั้นจึงไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะพรรคได้พิจารณาเชิญเฉพาะผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมประชุมได้จริง ๆ ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ
2. สิ่งที่ พล.อ.พัลลภ กล่าวอ้างว่า ถูกปลดออกจากการสมาชิกพรรคเพื่อไทย สามารถยืนยันได้ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะ พล.อ.พัลลภ ยังคงเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หมายเลข P103820442 และเป็นสมาชิกแบบตลอดชีพ เพราะได้ชำระค่าบำรุงสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 จำนวน 2,000 บาทเรียบร้อยแล้ว
“ดังนั้นการบอกว่าถูกปลดจากการเป็นสมาชิกพรรค จึงน่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของบุคคลที่ พล.อ.พัลลภสั่งให้มาดูและได้ไปรายงานท่าน” นพ.ชลน่าน กล่าว
3. ตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่มีใครสามารถปลดใครออกจากการเป็นสมาชิกได้ เหตุสิ้นสุดสมาชิกมีแค่ ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติตามกฎหมายพรรคการเมือง ไม่จ่ายค่าบำรุงสมาชิกติดต่อกัน 2 ปี ถ้าเป็นรายปี กระทำผิดร้ายแรง กรณีเป็น ส.ส.ต้องถูกขับโดยมติพรรค พรรคการเมืองถูกยุบ อย่าว่าแต่คนภายใน และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่บุคคลภายนอกจะมาสั่งการให้ปลดใครออกจากการเป็นสมาชิกพรรคได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่เป็นความจริง
4.พรรคเพื่อไทยเห็นความสำคัญของ พล.อ.พัลลภมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ตั้งใจที่จะไปกราบ พล.อ.พัลลภด้วยตัวเอง แต่เมื่อปรากฎข่าวออกมาเช่นนี้ก็คิดว่าจะต้องยิ่งไปกราบเพื่อขอให้ พล.อ.พัลลภเข้ามามีบทบาทต่อพรรค และเพื่อชี้แจงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจที่พลาดเคลื่อนจากผู้ที่ไปรายงานท่านมากกว่า
5.การกล่าวอ้างว่ามีการพูดคุยทางโทรศัพท์กับผม และกล่าวอ้างไปถึงบุคคลภายนอกมาสั่งการให้ปลดจากการเป็นสมาชิกพรรคนั้น ผมในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง ผมระมัดระวังเรื่องนี้มาก เพราะพรรคเพื่อไทยถูกจ้อง มีการร้องเรียนจากบุคคลภายนอกตลอดเวลา ดังนั้น ผมเรียนว่า การที่พูดคุยทางโทรศัพท์ว่าคนแดนไกล หรือบุคคลภายนอกสั่งปลด ดูจากข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมันไม่มีการปลดกัน
ขู่ฟ้องคนร้องเท็จ
6.พล.อ.พัลลภ อ้างว่า ได้ช่วยเหลือดูแลผมมาตลอดนั้นยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะในการเลือกตั้ง ปี 2562 เป็นช่วงวิกฤตมาก ก็ได้รับความเมตตาจากท่าน
7.สำหรับกรณีที่มีผู้ไปร้องต่อ กกต. ด้วยการนำเรื่องทั้งหมดไปอ้างว่าอาจเข้าข่ายการยุบพรรคหรือไม่นั้นก็ต้องฝากไปถึงผู้ร้องที่มีเจตนาที่จะร้องยุบพรรคเพื่อไทยด้วยว่า กฎหมายพรรคการเมืองหากเกิดกรณีที่มีการร้องเท็จ พรรคเพื่อไทยก็จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
เพราะเรื่องนี้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการอ้างถึงการชี้นำจากบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นเจตนาที่จะร้องเท็จ เนื่องจากคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคเพื่อไทย ไม่เคยยินยอมให้บุคคลภายนอกมาสั่งการ และสามารถตรวจสอบได้ว่า กก.บห. พรรคและสมาชิกทำงานอย่างอิสระมาโดยตลอด และเมื่อไม่มีการปลดจากการเป็นสมาชิกพรรค ไม่มีการกระทำใด ๆ เกิดขึ้น การจะไปร้องว่ามีการสั่งการให้มีการยุบพรรคจึงเป็นไปไม่ได้
ต่อสายเคลียร์ พล.อ.พัลลภ
8.ตนยังรักและเคารพ พล.อ.พัลลภอย่างสูง และตั้งใจที่จะไปกราบพร้อมชี้แจงทำความเข้าใจกับท่านด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อวานได้โทรศัพท์ต่อสายกับท่านเป็นครั้งแรก นับจากวันที่ 15 พฤศจิกายนเป็นต้นมา จึงได้เรียนชี้แจง พร้อมพูดคุยถึงความสำคัญของ พล.อ.พัลลภต่อพรรค และจะไปกราบขอให้ท่านเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรค แต่ขณะนี้ท่านได้เรียนแจ้งว่ายังติดเงื่อนไขเรื่องการระบาดของโควิด ที่ยังต้องเว้นระยะห่างและจำกัดการพบปะกับบุคคลต่าง ๆ
“จากการที่ผมชี้แจง ท่านเข้าใจว่าเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ยังไม่ได้มีการปลดออกจากเป็นสมาชิกพรรค แต่ผมไม่ได้สอบถามว่าทำไมท่านถึงพูดอย่างนั้น เพราะเกรงว่าจะเป็นการละลาบละล้วงผู้ใหญ่ เพียงแต่ท่านเล่าให้ฟังว่าได้ให้สัมภาษณ์ตามที่ข่าวออกจริง มูลเหตุอาจจะเกิดจากที่ท่านเห็นว่า เมื่อมีผู้รายงานว่าถูกลบชื่อออกจากที่ประชุม ท่านจึงเข้าใจผิดได้ แต่ข้อเท็จจริงท่านยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่”
ทักษิณ Brand Ambassador เพื่อไทย
นพ.ชลน่านกล่าวว่า การที่นักร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทย มีการกล่าวถึงบุคคลภายนอก ซึ่งทุกคนรู้ว่าท่านเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ท่านต้องไปอยู่ต่างประเทศ การแสดงออกของท่านเป็นเหมือน Brand Ambassador เป็นเชิงสัญลักษณ์ ตัวแทนของสินค้า แต่นายทักษิณไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการ แต่ย่อมพูดถึงพรรคเพื่อไทยได้ เมื่อพูดแล้วคนก็เอาไปตีความว่าชี้นำ ครอบงำ ทั้งที่ต้องดูองค์ประกอบว่ากรรมการบริหารพรรคยินยอมให้มีการกระทำหรือไม่ เขาไม่สนแค่ได้ยินคำพูดก็เอาไปร้องยุบพรรคแล้ว
เช่น กรณี นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยิ่งพูดอย่างนี้โอกาสเข้าพรรคเพื่อไทยเป็นศูนย์ ไม่ยอมให้เข้าองค์ประกอบแน่นอน ถ้ารับเข้าพรรคอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 29 ก็ครบองค์ประกอบ ดังนั้น โอกาสเข้าพรรคเป็นศูนย์ สำหรับนายวิฑูรย์ ตนไม่ยอม
“การกล่าวอ้างอย่างนี้ไม่ว่ากัน เป็นสิทธิ์ แต่มาละเมิดสิทธิ์ของพรรคเราด้วย ใครจะพูดถึงบุคคลแดนไกลอย่างไร พูดได้เต็มที่ เพราะท่านเป็นสัญลักษณ์พรรคไทยรักไทย เป็นเหมือนปูชนียบุคคลของพรรคเพื่อไทย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ ชี้นำ ต้องเอานู่นเอานี่ ผมเป็นหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ทำงานอย่างเป็นอิสระ พิสูจน์ได้ และพร้อมจะไปชี้แจงจาก กกต.ถ้ามีหนังสือเชิญ ฝ่ายกฎหมายเตรียมพร้อม” นพ.ชลน่าน กล่าว