โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแผนที่ค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เจาะลึก 8 เส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจแสนล้าน ค้าขายอะไรกันบ้าง หากปิดด่านใครได้-ใครเสีย?

THE STANDARD

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 00.28 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 00.28 น. • thestandard.co
เปิดแผนที่ค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เจาะลึก 8 เส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจแสนล้าน ค้าขายอะไรกันบ้าง หากปิดด่านใครได้-ใครเสีย?

เมื่อพูดถึง ‘การค้าชายแดน’ เรียกได้ว่า เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย

โดยเฉพาะชายขอบเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว, เมียนมา, มาเลเซีย และกัมพูชา ไม่เพียงแต่เชื่อมการค้า ยังเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมและสังคมระหว่างประชาชนสองฝั่งชายแดนอีกด้วย

ทว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาในพื้นที่ ‘บริเวณช่องบก’ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นเขตชายแดนที่ยังมีข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดน อาจนำมาสู่ข้อกังวลการ ‘ปิดด่านชายแดน’

ถามว่า การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา สำคัญแค่ไหน?

ปัจจุบันมีทั้งหมด 7 ด่าน และมี 1 ด่านเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว 1 เขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ

ข้อมูลจากกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ปี 2024 การค้าระหว่างไทยและกัมพูชา มีมูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 300,000 ล้านบาท

โดยส่วนใหญ่ไทยส่งออกไปกัมพูชาประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 90% ส่วนอีก 10% เป็นการนำเข้าจากกัมพูชา และไทยเกินดุลการค้ากัมพูชาประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์

ฉะนั้นการ ‘ปิดด่านชายแดน’ อาจเป็นหนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลจะพิจารณา หากสถานการณ์บริเวณชายแดนตึงเครียดมากขึ้น และต้องเฝ้าติดตามเวทีเจรจา JBC (คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา) ในวันที่ 14 มิถุนายนที่จะถึงนี้

แม้ล่าสุด ‘รัฐบาลยืนยัน’ ไม่ปิดด่าน แต่หากอนาคตมีการปิดด่านจริง อาจส่งผลกระทบกับประชาชนและการค้าของ 2 ประเทศ ซึ่งแน่นอนไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์ และมีกระแสข่าว เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ว่าบางด่านเริ่มปรับลดเวลาเข้าออกระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม ปี 2025 มีการคาดการณ์ว่า การค้าไทย-กัมพูชา จะเติบโต 8-9% ช่วงที่เหลือของปีนี้ก็มีโอกาสที่จะเติบโต 8-10% หากการเจรจาเป็นผลบวก

การค้าชายแดน 4 ประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมโยงกับการค้า ‘ผ่านแดนสู่ประเทศที่ 3’

โดยเดือนเมษายน 2025 มีมูลค่าการค้ารวม 81,062 ล้านบาท (+6.3%) เป็นการส่งออก 49,149 ล้านบาท (+3.8%) การนำเข้า 31,913 ล้านบาท (+10.4%) และไทยได้ดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 17,236 ล้านบาท

  • มาเลเซีย มีมูลค่าสูงสุด 25,123 ล้านบาท (+8.7%)
  • สปป.ลาว 24,402 ล้านบาท
  • เมียนมา 16,231 ล้านบาท (+3.0%)
  • กัมพูชา 15,307 ล้านบาท (+16.5%)

ขณะที่ด้าน ‘การค้าผ่านแดนไปประเทศที่ 3’ เดือนเมษายน 2025 มีมูลค่าการค้ารวม 84,493 ล้านบาท (+11.1%) เป็นการส่งออก 47,705 ล้านบาท (+5.6%) และการนำเข้า 36,788 ล้านบาท (+19.2%)

  • จีน มีมูลค่าสูงที่สุด 52,995 ล้านบาท (+4.5%)
  • สิงคโปร์
  • เวียดนาม มีมูลค่า 10,919 ล้านบาท (+24.3%)

เอกชนจับตาท่าทีรัฐบาล ‘เชื่อไม่บานปลาย กระทบเศรษฐกิจ’

ภาคเอกชน โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่า ณ เวลานี้ยังไม่เห็นผลกระทบภาคเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่ายังอยู่ในสถานการณ์ที่รัฐบาลควบคุมได้ ทั้งการเจรจาระดับกระทรวงการต่างประเทศ ระดับรัฐบาล รวมถึงระดับทหาร

“กกร. ขอให้รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความตระหนักได้ดีว่าจะต้องรักษาสถานการณ์อย่างไรให้ไม่บานปลาย” ผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย กล่าว

ด้าน เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า เรื่องการกระทบกระทั่งในบริเวณชายแดนเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เฉพาะที่กัมพูชาเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังเป็นแค่จุดปะทะเล็กๆ

“ส่วนตัวมองว่าเป็นแค่ปัญหาเชิงการเมือง และเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลที่ต้องดูแลด้านความมั่นคงของประเทศ และจะต้องไปเจรจากับกัมพูชาอย่างรวดเร็ว จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ”

อย่างไรก็ตาม THE STANDARD WEALTH สรุปข้อมูลการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจแสนล้าน ปัจจุบันเราค้าขายอะไรกันบ้าง หากปิดด่านในอนาคตกระทบสินค้าของ 2 ประเทศแค่ไหน ใครได้ ใครเสีย?

แผนที่แสดงเส้นทางการค้าชายแดนและผ่านแดนในภูมิภาค
แผนที่แสดงเส้นทางการค้าชายแดนและผ่านแดนในภูมิภาค
แผนที่แสดงเส้นทางการค้าชายแดนและผ่านแดนในภูมิภาค
แผนที่แสดงเส้นทางการค้าชายแดนและผ่านแดนในภูมิภาค
แผนที่แสดงเส้นทางการค้าชายแดนและผ่านแดนในภูมิภาค

อ้างอิง: กองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...