โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“พาณิชย์” ยันไม่มีดีลตั้งฐานทัพ แลกลดภาษีทรัมป์ เน้นเจรจาการค้า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.16 น.

นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวสหรัฐฯ ยื่นเงื่อนไขขอใช้พื้นที่ฐานทัพเรือพังงาเป็นฐานทัพปฏิบัติการทางเรือ เพื่อหวังแลกดีลเจรจาลดภาษีตอบโต้ให้ต่ำกว่า 36% ว่า จากการหารือกับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 ก.ค.68ยืนยันว่า การเจรจาภาษีทรัมป์จะเป็นการเจรจาเฉพาะประเด็นการค้าอย่างเดียว ไม่มีเรื่องของความมั่นคงมาเกี่ยวข้อง ดังนั้น เงื่อนไขที่สหรัฐฯจะมาตั้งฐานทัพที่ไทยไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้เตรียมพร้อมของข้อมูลให้กับทีมไทย 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.ข้อมูลสินค้า และการเปิดตลาดต่างๆ 2.การกำหนดกลยุทธ์ในการเจรจา และ3.มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับเรื่องแก้ปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้า ที่ไทยต้องเข้มงวดการใช้สัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ (Local Content) และสหรัฐฯให้ความสำคัญมากนั้น กระทรวงพาณิชย์จะเร่งจัดทำมาตรการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเข้มข้น เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลการใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบในประเทศที่ถูกต้อง ชัดเจน น่าเชื่อถือได้ เพื่อใช้ประกอบการเจรจากับสหรัฐฯ โดยขณะนี้ ได้ขอข้อมูลสัดส่วนการใช้ Local content จากภาคอุตสาหกรรมมาแล้ว และพบว่า มี 10-15 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง เพราะใช้วัตถุดิบในประเทศน้อยกว่าจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ สหรัฐฯได้กำหนดการใช้ Local content สำหรับสินค้าที่จะส่งออกไปสหรัฐฯ เป็น 3 กลุ่ม คือ 1.วัตถุดิบของไทย, วัตถุดิบที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐฯมาผลิตเป็นสินค้าส่งออก และวัตถุดิบจากประเทศพันธมิตร ที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้ต่ำกว่าไทย ภายใต้หลักเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศ/ภูมิภาค (Regional Value Content : RVC) 2.วัตถุดิบจากจีน และ3.วัตถุดิบจากประเทศอื่น ที่ไม่อยู่ใน 2 กลุ่มแรก ซึ่งไทยต้องพิจารณาการใช้สัดส่วนวัตถุดิบอย่างละเอียด รอบคอบ เพราะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก

“อยากให้คนไทยอย่ากังวลกับการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะมีทิศทางที่จะเจรจาได้ และเป็นประโยชน์กับประเทศแน่นอน แม้ว่าหลายอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบ แต่รัฐบาลจะยึดหลักประโยชน์ของประเทศและหลักควาสมดุลของการค้ากับทุกกลุ่มประเทศที่ไทยทำการค้าด้วย โดยไม่เอียงไปประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะการค้ากับจีน ไทยจะไม่ผลักจีนออกจากการเป็นห่วงโซ่อุปทาน เพราะไทยกับจีนมีความสัมพันธ์การค้ามายาวนานเช่นเดียวกับสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าอื่นๆ ด้วย ซึ่งไทยก็ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับจีน และประเทศคู่ค้าอื่นๆ ให้เข้าใจ”

ส่วนกรณีที่ไทยยื่นข้อเสนอลดภาษีนำเข้าให้สหรัฐฯเป็น 0% นั้น ไทยได้เสนอไป 90% ของรายการสินค้า หรือกว่า 10,000 พิกัดรายการ โดยเป็นสินค้าที่ขายกันทั่วโลก และเป็นสินค้าสินค้าที่ไทยเปิดเสรีกับประเทศอื่นอยู่แล้ว ส่วนอีก 10% เป็นสินค้าอ่อนไหว ซึ่งรัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเสี่ยง แต่จะพิจารณาให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...