โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นับถอยหลังสหรัฐฯ ถอนตัวจากเกมลดโลกร้อน ไทยต้องเร่งปรับ Net Zero

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 00.30 น.

การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะถอนตัวจากความตกลงปารีสอย่างสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2569 ได้ส่งคลื่นกระแทกต่อเป้าหมายการบรรลุ Net Zero ของโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าตามแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐจึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับไทยในการปรับตัวและเสริมสร้างความเข้มแข็งในเส้นทางสู่ Net Zero ผ่านการหาพันธมิตรใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แม้สหรัฐจะออกจากความตกลงปารีส แต่ยังคงอยู่ในกรอบสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หมายความว่าอเมริกายังมีสิทธิในการสังเกตการณ์และเข้าร่วมการประชุมหารือเจรจาภายใต้ความตกลงปารีสได้

การถอนตัวของสหรัฐมีเหตุผลหลัก 3 ประการ ประการแรก คือไม่ต้องการรับภาระในการสนับสนุนทางการเงินแก่ประเทศต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ ประการที่สอง คือต้องการลดการสูญเสียดุลการค้าสำหรับเทคโนโลยีบางประเภท รวมถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และประการสุดท้าย หากนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกจะนำไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนของอเมริกา ก็จะดำเนินการต่อไป

ถ้าดูภาพรวม นโยบายของอเมริกาชัดเจนว่าจะเลือกเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์สำหรับสหรัฐอเมริกาเอง

ผลกระทบต่อทิศทางโลก

การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐจะส่งผลกระทบไม่น้อย เนื่องจากในปี 2566 สหรัฐปล่อยก๊าซเรือนกระจก 12.7% ของทั้งโลก เป็นอันดับ 2 รองจากจีน การที่อเมริกามีนโยบายที่อาจจะชะลอตัวลงในเรื่องการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะส่งผลกระทบในระยะสั้นต่อเนื่องไปถึงระยะกลาง

ทั้งนี้ ในปี 2567 สหรัฐมีสัดส่วนการลงทุนพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 17% ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนของไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานถ่านหิน โดยมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์กว่า 78,000 เมกะวัตต์

กระทบไทยทั้งการค้าและการลงทุน

เมื่อรัฐบาลทรัมป์กลับมาและต้องการกลับไปสู่พลังงานฟอสซิลมากขึ้น รวมถึงมีการกีดกันทางการค้าโดยใช้ภาษีสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนเทคโนโลยีพลังงานสีเขียว เช่น แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ หรือสินค้าอื่นๆ ที่สามารถผลิตและส่งจากประเทศไทยได้ จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยในส่วนของสินค้าที่ไทยส่งออกไปขายที่ตลาดสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น อเมริกายังมีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในปี 2030 อยู่ที่ 50-52% ซึ่งตามแผนปัจจุบันที่เดินหน้ามาตลอดน่าจะทำได้ถึง 46% ใกล้เคียงกับที่ตั้งเป้าหมายไว้ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่ อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่งให้กับสำนักเลขาธิการ UN เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จะลดก๊าซเรือนกระจกในปี 2035 ที่ 66%

แรงผลักดันจากภาคเอกชน

แม้นโยบายระดับรัฐบาลกลางจะเปลี่ยนแปลง แต่ยังมีแรงผลักดันจากหลายภาคส่วน ทั้งจากรัฐต่างๆ กว่า 20 รัฐ อย่างรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการควบคุมและจำกัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการค้าและการลงทุน

ภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่มีฐานการลงทุนทั้งในและนอกสหรัฐ ยังคงมีเป้าหมายชัดเจนที่จะไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นศูนย์ เช่น ฟอร์ดมอเตอร์ เป้าหมายปี 2054 อเมริกันแอร์ไลน์ เป้าหมายปี 2050 ไมโครซอฟท์ เป้าหมายปี 2030 รวมถึงกูเกิล แอปเปิ้ล และบริษัทอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมาย

ไทยต้องปรับกลยุทธ์

ดร.พิรุณชี้ว่า ในระยะสั้นแน่นอนจะกระทบกับโมเมนตัมหรือแรงผลักดันในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทอเมริกา และความร่วมมือทวิภาคีระหว่างประเทศที่อเมริกาจะเข้ามาช่วย จะลดลงหรือหายไป

สำหรับแผนรับมือของไทย ประเทศต้องดูเรื่องขีดความสามารถและทิศทางที่ตัวเองจะไป ในส่วนที่ยังส่งออกไปสหรัฐก็ต้องปรับวิธีการ แต่จะมีข้อจำกัดเพราะภาษีก็ต้องโดนสำหรับสินค้าที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสีเขียว

ไทยต้องกลับมาดูว่าในส่วนของตลาดในอาเซียน ตลาดในอียู ไทยจะเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างไร เพราะไทยไม่ได้ทำการค้ากับสหรัฐอเมริกาอย่างเดียว ยังมีทางยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอื่นๆ อีกที่ไทยมีความร่วมมือ ไทยอาจต้องทำให้ความร่วมมือเข้มแข็งมากขึ้น

เสริมแกร่งการลงทุนสีเขียว

หากย้อนไปดูการลงทุนของ BOI สำนักงานส่งเสริมการลงทุน 10 ปีที่ผ่านมาได้ให้การสนับสนุนการลงทุนสีเขียว 560,000 ล้านบาท ต่อไปจะต้องมีการตั้งเป้าที่ชัดเจนและทำให้การผลักดันการลงทุนของไทยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น

นอกจากพลังงานแล้ว อาจต้องมีเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอื่นที่ไม่ใช่แค่พลังงานอย่างเดียว เพราะการลดก๊าซเรือนกระจกต้องลดหลายภาคส่วน (Sector) และหลายสาขา เชื่อมโยงกัน

ในส่วนของการเจรจาการค้าเสรี FTA (Free Trade Agreement) ที่เริ่มมีการเจรจากับอียูและประเทศต่างๆ ไทยอาจต้องใส่โครงสร้างของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไว้ในส่วนของการเจรจาด้วย เพื่อใช้เป็นช่องทางเสริมสร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งทางการค้า

ในวิกฤตก็มีโอกาสที่จะแสวงหาและจะทำต่อไป คือพยายามหาวิธีการที่จะมารองรับความท้าทายที่เกิดขึ้น แล้วสร้างโอกาสพร้อมกันด้วย เพราะการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนจะไปต่อไม่ได้ หากไม่สามารถหยิบฉวยโอกาสใหม่มาทำให้ขีดความสามารถของประเทศในทิศทางนั้นเข้มแข็งมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...