โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว. คลังชง”คุณสู้เราช่วย”เฟส2เข้าครม.สัปดาห์นี้ ผุดแนวคิด “รถเก่าแลกรถใหม่” ได้ส่วนลดภาษี

Manager Online

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 12.36 น. • MGR Online

“พิชัย ชุณหวชิร “ รองนายกและรัฐมนตรีคลัง เร่งแก้หนี้ครัวเรือนต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อราย จำนวน 3 ล้านบัญชี มากกว่า 66 % ของหนี้ทั้งหมด ชงโครงการ”คุณสู้เราช่วย” เฟส 2 เข้าคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้( 24 มิ.ย) หากไม่ทันก็นำเข้าสัปดาห์หน้า เตรียมกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ สั่ง บสย.ค่ำประกันสินเชื่อรถยนต์ ผุดแนวคิด “รถเก่าแลกรถใหม่” เริ่มจากรถกะบะ นำรถเก่ามาแลกซื้อรถใหม่โดยให้ส่วนลดทางภาษี

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญการแก้ไขหนี้ ที่ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีหนี้อยู่ในระบบประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท โดยส่วนใหญ่ประมาณ 66 % มีมูลหนี้ที่ต่ำกว่า 1 แสนบาท หรือประมาณ 3 ล้านบัญชี ดังนั้นต้องเน้นแก้หนี้กลุ่มดังกล่าวให้ลดลงมากที่สุด จึงต้องมีมาตราการหรือปรับเกณฑ์แก้หนี้ครัวเรือนเพิ่มเติมโดยเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ภายในสัปดาห์นี้หรือไม่เกินสัปดาห์หน้า ขยายเกณฑ์ “คุณสู้เราช่วย” ให้ครบคลุมมากขึ้น เพื่อสามารถแก้หนี้ครัวเรือน ที่ยังติดค้างอยู่ได้มากขึ้น โดยจะขยายเกณฑ์เพื่อให้ลูกหนี้เข้าร่วมมาตรการได้มากขึ้น เช่น มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” จากเดิมที่กำหนดหนี้เสียไม่เกิน 5,000 บาท ปรับเป็น หนี้เสียแบบไม่มีหลักประกันภาระหนี้ไม่เกิน 10,000 บาท ต่อบัญชี

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างหาแนวทางที่ทำให้ลูกหนี้ที่หลุดจากการเป็นหนี้เสียแล้วหลุดจากประวัติของเครดิตบูโรด้วยเพื่อให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้ ขณะที่ยังอยู่ระหว่างหารือกับผู้ประกอบการ Non-Bank ที่ส่นใหญ่เป็นผู้ประกอบการบัตรเครดิต และ สินเชื่อรถยนต์ เพื่อให้ร่วมทำมาตรการแก้หนี้และลดหนี้ครัวเรือนด้วย โดยในส่วนของสินเชื่อรถยนต์มีแนวคิด จะทำมาตรการให้รถกระบะเก่าอายุ 20-25 ปี ปล่อยมลพิษเยอะ เข้ามาแลกรถกระบะใหม่ โดยได้รับส่วนลดทางภาษี เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในประเทศ โดยได้เริ่มหารือกับหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว จะใช้กลไกของ บสย.ในการเข้ามาค้ำประกันเงินกู้ใหม่

คลังมอบนโยบาย ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ครึ่งปีหลังอัดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 1.5 แสนล้านบาท

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ปล่อยสินเชื่อใหม่แล้ว 1 แสนล้านบาท ซึ่ง ธอส.ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 กว่า 1.5 แสนล้านบาท ทำให้ทั้งปีปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมาย 2.41 แสนล้านบาท เพื่อช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ขยายตัวดีขึ้น ส่งผลบวกต่อการจ้างงาน ทั้งนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน เน้นนำกำไรจากการทำธุรกิจจัดสรรไปกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชน ธอส.จึงจัด 4 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

(1)สินเชื่อบ้าน Premier Home สำหรับลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัยวงเงินให้กู้ตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.79% ต่อปี (2) สินเชื่อซ่อม-แต่ง และสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus สำหรับลูกค้ากู้เพิ่มเพื่อปรับปรุงต่อเติม ซ่อมแซมหรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย วงเงินกู้สูงสุด 3 แสนบาท โดยวงเงิน 1 แสนบาทแรก อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1% ผ่านสินเชื่อซ่อม-แต่ง อัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี ในวงเงิน 2 แสนบาทถัดมา ผ่านสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus และ (3) สินเชื่อ Pre Finance Premium สำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์คุณสมบัติตามที่ธนาคารกำหนด ในพื้นที่ทำเลที่มีศักยภาพ 27 จังหวัด อัตราดอกเบี้ยปีแรก 3.9% ต่อปี

4) มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ (DC3) กรอบวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท สำหรับลูกค้ากลุ่มเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ได้รับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเงินงวด นานสูงสุด 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เพียง 0% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาทต่อเดือน มีลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 4,000 บัญชี เป็นวงเงินต้นคงเหลือกว่า 5,000 ล้านบาท

สำหรับโครงการคุณสู้ เราช่วย ปัจจุบันได้ช่วยเหลือลูกค้าตามนโยบายกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย มีลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 80,939 บัญชี อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ธอส.ก็มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเฝ้าระวังพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้รวมกว่า 3.73 แสนบัญชี โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ธอส.ช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มดังกล่าวให้กลับมามีสถานะปกติแล้ว 1.35 แสนบัญชี จากมาตรการช่วยเหลือผลกระทบทางเศรษฐกิจ (DC-DC2)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...