โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดข้อ วิเคราะห์จัด F1 ในไทย รัฐทุ่นงบ 4.1 หมื่นล้าน จะเสี่ยงกระทบการคลังหรือไม่?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.11 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
เปิดข้อ วิเคราะห์จัด F1 ในไทย รัฐทุ่นงบ 4.1 หมื่นล้าน จะเสี่ยงกระทบการคลังหรือไม่?

เปิดข้อ วิเคราะห์จัด F1 ในไทย รัฐทุ่นงบ 4.1 หมื่นล้าน จะเสี่ยงกระทบการคลังหรือไม่?

หลังจากมีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อเร็วๆนี้ให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโครงการจัดการแข่งขันรถยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ FIA FORMULA ONE WORLD CHAMPIONSHIP หรือการจัดการแข่งขันรถยนต์ "Formula One" หรือ “F1” ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมเป็นระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งตั้งแต่ปี 2571-2575 ภายใต้กรอบวงเงินกว่า 41,379 ล้านบาท

แม้ว่าจะมีการคาดหวังผลดีที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้จำนวนมากทั้งจากการดึงดูดการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การจ้างงาน ที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการจัดมหกรรมนี้ขึ้น แต่เนื่องจากวงเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาทถือว่าเป็นวงเงินที่สูงมากโดยเฉพาะเป็นการลงทุนจากรัฐบาลทำให้มีประเด็นเรื่องความเสี่ยงทางด้านการคลังเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดแข่งขัน F1 ในประเทศไทยว่า ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับวงเงินที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอขอมายังที่ประชุมครม.นั้น หลายหน่วยงานให้ความเห็นว่าเป็นวงเงินที่ค่อนข้างสูง

โดยการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถยนต์ F1 ในประเทศไทย ภายในกรอบวงเงิน 41,379 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอในครั้งนี้ ใช้รูปแบบการลงทุนโดยภาครัฐทั้งหมด

โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมสิทธิในการจัดการแข่งขัน และการบริหารจัดการตลอดระยะเวลาของการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดังกล่าวถือเป็นวงเงินที่ค่อนข้างสูง และอาจส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินการคลังของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะในบริบทที่ภาครัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและภาระทางการคลังจากภารกิจจำเป็นอื่น ๆ ที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป

ชี้ข้อดีการลงทุนโดยรัฐ
โดยจากผลการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้แสดงให้เห็นว่า แม้การลงทุนโดยภาครัฐทั้งหมดจะมีข้อดีบางประการ เช่น การควบคุมทิศทางของโครงการได้อย่างเต็มที่ และการรักษาผลประโยชน์สาธารณะในภาพรวมของประเทศ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อเจ้าของสิทธิในระดับนานาชาติได้

แต่ก็มีข้อเสียที่สำคัญ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านการขาดทุนที่ตกอยู่กับภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งหากการเป็นเจ้าภาพ ดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย อาจก่อให้เกิดภาระทางการคลังอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้จากการวิเคราะห์ความคุ้มค่ากรณีวัดผลประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดงานในรูปรายได้ จากการจัดงาน (ไม่รวมการพิจารณาความคุ้มค่าจากปัจจัยด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ) ปรากฏว่า ในการวิเคราะห์รายได้ค่าใช้จ่ายของโครงการทั้งกรณีฐาน กรณีที่ดีกว่าคาดการณ์ และกรณีที่แย่กว่าคาดการณ์ ของการเสนอขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถยนต์ F1 ทั้ง 3 กรณี จะไม่สามารถสร้างรายได้จากการจัดงานรวมมากกว่างบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดงานและลงทุนไป ทำให้มีมูลค่ากำไรสุทธิติดลบทั้ง 3 กรณี ดังนี้

1.กรณีฐานมูลค่ากำไรสุทธิจะติดลบ 9,788 ล้านบาท

2.กรณีที่ดีกว่าคาดการณ์มูลค่ากำไรสุทธิจะติดลบ 6,824 ล้านบาท

และ 3.กรณีที่แย่กว่าคาดการณ์มูลค่ากำไรสุทธิจะติดลบ 10,752 ล้านบาท

ทั้งนี้ สลค.ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าในเรื่องการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถยนต์ F1 เป็นเรื่องในเชิงนโยบายที่คณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาได้ เนื่องจากเป็นการดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านซอฟต์พาวเวอร์ และสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้เติบโตในระยะยาว

แนะ 5 ข้อจัดแข่งอย่างรอบคอบ
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความรอบคอบ และไม่เป็นภาระต่องบประมาณมากเกินความจำเป็นเห็นสมควรที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพิจารณาแนวทางการดำเนินการในเรื่องนี้ในแนวทางต่างๆดังต่อไปนี้

1.ในการจัดแข่ง F1 ในไทยขอให้พิจารณาให้ครบถ้วนและครอบคลุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะแนวทางในการเพิ่มรายได้และลดภาระงบประมาณภาครัฐเพิ่มเติม เช่น การออกแบบกลไกการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น

2.ควรดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งบัญญัติให้การดำเนินการใด ๆ ของรัฐที่มีผลผูกพันทรัพย์สินหรือก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังแก่รัฐ ต้องพิจารณาความคุ้มค่า ต้นทุน และผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และความยั่งยืนทางการคลังของรัฐด้วย

3.ให้ความสำคัญกับการศึกษาข้อจำกัดและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ข้อจำกัดตามผังเมือง การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการจราจร และความพร้อมของเมืองเจ้าภาพ และจากประเด็นความท้าทายทางสังคมที่อาจจะต้องทำให้เกิดการรบกวนชุมชน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการเดินทาง รวมถึงประชาชนในพื้นที่ถูกบังคับให้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน

4.ควรรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเปิดเผยและโปร่งใส เพื่อให้การดำเนินการเป็นเจ้าภาพอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้านและลดความเสี่ยงในการเกิดข้อขัดแย้งในระยะยาว และขอให้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ และมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดด้วย

5.พิจารณาการขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ หากไม่เพียงพอสามารถตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามความจำเป็น และเหมาะสม ทั้งนี้ หากได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและมีเงินคงเหลือ ให้นำส่งและคืนเงิน ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับเรื่องนี้เป็นมติ ครม.เดิมตั้งแต่ 23 เมษายน ปี 2567 ที่มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ไปศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวงคมนาคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน

ส่วนระยะเวลา วันนี้ (17 มิ.ย. 68) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแข่งขันกันทั้งหมด 3 วันต่อปี เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2571 ไปจนถึงปี 2575 เพราะฉะนั้นใครที่เป็นแฟนคลับการแข่งขันรถสูตร 1 หรือ F1 ให้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ปี 2571 จะเริ่มการแข่งขัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...