ปชป.งานเข้า “พี่ศรี” รุดยื่น กกต. สอบ ปมที่ประชุมกก.บห.พรรค ชงชื่อ “เดชอิศม์-ชัยชนะ” ขึ้นคั่วรมต.
ปชป.งานเข้า “พี่ศรี” รุดยื่น กกต. สอบ ปมที่ประชุมกก.บห.พรรค ชงชื่อ “เดชอิศม์-ชัยชนะ” ขึ้นคั่วรมต. ขัด ระเบียบข้อบังคับพรรค น้ำหากผิดจริง กก.บห.อาจถูกปรับ คนละ5หมื่นพ่วงถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี เสี่ยงถูกสั่งยุบพรรคสถาบัน
วันที่ 7 ก.ค. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องชี้เบาะแสให้นายทะเบียนพรรคการเมือง สอบการใช้อำนาจของคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคประชาธิปัตย์ ในการเสนอชื่อนายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช ขึ้นเป็นรัฐมนตรี เป็นไปตามข้อ 96(2) ของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ตามประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง ฉบับ 27 มิ.ย.67 หรือไม่
โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์ของนาย นิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า พรรคประชาธิปัตย์มีข้อบังคับกำหนดไว้ชัดเจนในการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง การเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องผ่านการพิจารณาของ กก.บห.แล้วจึงนำรายชื่อที่ผ่านคณะกก.บห.เข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันของคณะกก.บห.กับสส.ของพรรค แต่การเสนอชื่อครั้งล่าสุด กลับไม่มีขั้นตอนใดที่เป็นไปตามกติกาที่กำหนดในข้อบังคับพรรค โดยเฉพาะในข้อ 96 (2) แต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อความปรากฎเยี่ยงนี้ จึงเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งก็คือเลขาธิการ กกต. จะต้องดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการเสนอชื่อรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ 2 คนในคณะรัฐมนตรีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร 1/2 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์ ข้อ 96 (2) และข้อ 95 (3) โดยเฉพาะนายชัยชนะ ถือได้ว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือผู้ที่คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก
นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะ กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์ข้างต้นแล้ว หากไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรค ก็อาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ข้อ 24 ว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรมของคณะ กก.บห.พรรคและสมาชิกพรรคอีกด้วย ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 15 (13) มาตรา 21 วรรคแรก และวรรคสาม มาตรา 22 วรรคแรกและวรรคสี่ ประกอบมาตรา 104 และมาตรา 92 (2) ซึ่งคณะ กก.บห.พรรคทั้งหมดอาจต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนด 5 ปี ซึ่งกรณีนี้ หาก กกต.วินิจฉัยว่า เป็นกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็อาจต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้ต่อไป