โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ฟ็อกซ์คอนน์’ หารือ ‘นิสสัน’ เล็งร่วมมือผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 11.00 น.

สำนักข่าวนิกเกอิเอเชีย รายงานว่า บริษัทนิสสัน มอเตอร์ กำลังเจรจากับยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวันอย่างบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ เพื่อเปิดให้ฟ็อกซ์คอนน์ได้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในโรงงานของนิสสันในญี่ปุ่นที่มีความเสี่ยงถูกปิดตัวลงจากแผนปรับโครงสร้างองค์กรของนิสสัน

แหล่งข่าวจากนิสสันบอกนิกเกอิเอเชียว่า ความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโรงงานโอปปามะของนิสสันในเมืองโยโคสุกะ จังหวัดคานากาวะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น

โรงงานแห่งนี้มีพนักงานประมาณ 3,900 คน ณ สิ้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลท้องถิ่นซึ่งรวมไปถึงรัฐบาลจังหวัดคานากาวะได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของโรงงานแห่งนี้ซึ่งมีความเสี่ยงถูกปิดตัวลงจากแผนปรับโครงสร้างองค์กรของนิสสัน

อย่างไรก็ดี การร่วมมือกับฟ็อกซ์คอนน์จะทำให้นิสสันสามารถปกป้องทั้งโรงงานและพนักงาน พร้อมลดค่าใช้จ่ายไปในเวลาเดียวกัน

ฟ็อกซ์คอนน์ ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี ต้องการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองที่โอปปามะ ในขณะที่นิสสันจะสามารถกระตุ้นอัตราการใช้งานโรงงานแห่งนี้ได้โดยการส่งสายการผลิตส่วนเกินไปให้ผู้ผลิตไอโฟน

ฟ็อกซ์คอนน์ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่การผลิตที่เกี่ยวข้องรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วผ่านการร่วมทุนในต่างประเทศ โดยในปี 2024 บริษัทได้ลงทุนซื้อหุ้นกว่า 50% จากธุรกิจที่ผลิตแชสซีส์ในเครือ ZF บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านชิ้นส่วนยานยนต์ของเยอรมนี

นอกจากนี้ยังมีการเจรจาขอใช้โรงงานโอปปามะกับนิสสันที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย

นิสสันได้ประกาศแผนลดจำนวนโรงงานประกอบทั่วโลกจาก 17 แห่งเหลือ 10 แห่งในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยแหล่งข่าวเผยว่าในจำนวนโรงงานทั้ง 5 แห่งในญี่ปุ่น โรงงานโอปปามะและโรงงานในเครืออีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดคานากาวะก็เป็นหนึ่งในโรงงานที่ได้รับการพิจารณาให้ปิดตัวลง

โรงงานโอปปามะ เริ่มดำเนินการในปี 1961 และเป็นหนึ่งในโรงงานหลักของนิสสัน โรงงานนี้มีกำลังการผลิตประจำปีอยู่ที่ 240,000 คัน แต่อัตราการใช้กำลังการผลิตยังคงตกต่ำเนื่องจากยอดขายของนิสสันที่ซบเซาลง โดยบริษัทวิจัย MarkLines รายงานว่าอัตราการใช้งานโรงงานเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 40% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนที่ 80% อย่างมาก

แต่การปิดตัวโรงงานลงเลยจะทำให้นิสสันจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานมากมาย ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย นอกจากนี้ ซัพพลายเออร์ในเครือของนิสสันหลายรายยังตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆ โรงงาน ดังนั้น การเปิดโรงงานต่อไปช่วยรักษาห่วงโซ่อุปทานของบริษัทได้อีกด้วย

โรงงานโอปปามะมีขนาดประมาณ 1,062 ไร่ และประกอบด้วยสถานที่ทดสอบที่สำคัญและสนามทดสอบการชน นอกจากนี้ยังมีศูนย์วิจัยและท่าเทียบเรือที่เรือบรรทุกรถสามารถจอดเทียบได้ หากปิดตัวโรงงานลง นิสสันก็จะจำเป็นต้องสร้างสนามทดสอบและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ใหม่ที่อื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นปัจจัยจำเป็นต่อการเพิ่มยอดขาย

ด้านฟ็อกซ์คอนน์ได้ประกาศเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2019 ด้วยธุรกิจที่เน้นการออกแบบและผลิตรถยนต์ตามสัญญา และได้มองหาฐานการผลิตในญี่ปุ่น

ในเดือนพ.ค. ฟ็อกซ์คอนน์ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อจัดหารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และกำลังเตรียมจัดหารถโดยสารไฟฟ้าให้กับ Mitsubishi Fuso Truck and Bus อีกด้วย การใช้โรงงานโอปปามะเป็นฐานการผลิตอาจช่วยให้ฟ็อกซ์คอนน์พัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นได้

ฟ็อกซ์คอนน์ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับนิสสันในงานเบื้องหลัง และฟ็อกซ์คอนน์ยังเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฮอนด้า มอเตอร์และนิสสันเข้าสู่การเจรจาควบรวมกิจการในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา

ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นยังคงไม่ไว้ใจที่จะให้ฟ็อกซ์คอนน์เข้ามาเกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารของนิสสัน แต่หากความร่วมมือนี้ช่วยรักษาการจ้างงานได้จะทำให้รัฐบาลสามารถเข้าใจการร่วมธุรกิจได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

ท่ามกลางยอดขายที่ซบเซา นิสสันยังต้องเผชิญกับภาษีนำเข้ารถยนต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะทำให้กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในปีงบประมาณนี้ลดลงมากถึง 450,000 ล้านเยน (กว่า 1 แสนล้านบาท)

อ้างอิง: Nikkei Asia

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...