โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 50 มหาเศรษฐีไทย ‘เฉลิม อยู่วิทยา’ รั้งอันดับ 1- ‘ประยุทธ มหากิจศิริ’ หล่นไปอยู่อันดับ 18

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 03.16 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 03.16 น. • The Bangkok Insight

ฟอร์บส์ เปิดเผยผลจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ปี 2568 "เฉลิม อยู่วิทยา" ยังรั้งอันดับ 1 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตามด้วยพี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ และ "สารัชถ์ รัตนาวะดี" ขณะ "เจ้าพ่อกาแฟ" ประยุทธ มหากิจศิริ ที่เพิ่งมีคดีความฟ้องร้องกับ "เนสท์เล่" หล่นไปอยู่อันดับ 18

นิตยสาร์ฟอร์บส์ ของสหรัฐ เปิดเผยผลการจัดอันดับ "50 มหาเศรษฐีไทย" ประจำปี 2568 โดยระบุว่า แม้ "เศรษฐกิจไทย" จะเติบโตต่ำกว่าคาด ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ได้ช่วยชดเชยการลดลงของดัชนีตลาดหุ้นมากถึง 14% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

เฉลิม อยู่วิทยา

แต่ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของมหาเศรษฐีไทย 3 อันดับแรก ในการจัดอันดับครั้งนี้ ช่วยหนุนให้ความมั่งคั่งโดยรวมของ 50 มหาเศรษฐีที่ติดการจัดอันดับ เพิ่มขึ้นกว่า 11% ทำให้มียอดรวมสินทรัพย์ทั้งหมดอยู่ที่ 170,500 ล้านดอลลาร์

ในการจัดอันดับครั้งล่าสุดนี้ เฉลิม อยู่วิทยา มหาเศรษฐีกระทิงแดง และครอบครัว ยังคงครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 มูลค่าทรัพย์สินของพวกเขาพุ่งสูงแตะ 44,500 ล้านดอลลาร อานิสงส์จากรายได้ของบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังที่เพิ่มขึ้นเป็น 12,900 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 โดยมียอดขายทั่วโลกกว่า 13,000 ล้านกระป๋อง

เช่นเดียวกับพี่น้องเจียรวนนท์ จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ยังคงรักษาตำแหน่งมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งเป็นอันดับ 2 ของไทย โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของพวกเขาเพิ่มขึ้น 23% เป็น 35,700 ล้านดอลลาร์

เครือซีพีกำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างหนัก โดยได้ร่วมลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ กับแบล็กร็อก เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วนธุรกิจฟินเทค Ascend Money ของพวกเขาเพิ่งได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งธนาคารดิจิทัลเมื่อเร็ว ๆ นี้

ส่วน สารัชถ์ รัตนาวะดี นักธุรกิจใหญ่ด้านพลังงาน และโทรคมนาคม ผงาดอันดับ 3 เป็นครั้งแรก โดยมีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 12,000 ล้านดอลลาร์

การควบรวมกิจการระหว่าง Gulf Energy Development กับ Intouch Holdings ที่เสร็จสิ้นลง และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนเมษายน ภายใต้ชื่อ Gulf Development เป็นปัจจัยสำคัญที่ดันให้ความมั่งคั่งของเขาขยับขึ้นมา 2 อันดับจากปีที่ผ่านมา

ในส่วนของ วานิช ไชยวรรณ อดีตประธานกรรมการ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่เพิ่งเสียชีวิตไปในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ฟอร์บส์ ตัดสินใจจัดอันดับทรัพย์สินของเขาในนามของครอบครัวไชยวรรณแทน ซึ่งครอบครองอันดับ 6 ในปีนี้

10 อันดับมหาเศรษฐีไทยมั่งคั่งที่สุด ประจำปี 2568

เฉลิม อยู่วิทยา

อันดับ 1 เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 44,500 ล้านดอลลาร์ / 1.44 ล้านล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: อาหารและเครื่องดื่ม

เฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของร่วมเรด บูล (Red Bull) เครื่องดื่มชูกำลังอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งขายได้มากกว่า 13,000 ล้านกระป๋องทั่วโลกในปี 2567 โดยครอบครัวอยู่วิทยาถือหุ้นอยู่ 51% ซึ่งในจำนวนนี้มีหุ้นจำนวนเล็กน้อยที่เป็นของเฉลิม ลูกชายคนโตของผู้ร่วมก่อตั้งกระทิงแดงผู้ล่วงลับไปแล้วอย่าง "เฉลียว อยู่วิทยา"

นับตั้งแต่ปี 2559 Red Bull Thailand ต้องเผชิญกับคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าหลายคดี โดยเฉพาะกรณีพิพาทกับ Red Bull China อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 Red Bull Thailand ชนะการต่อสู้เครื่องหมายการค้าซึ่งเกี่ยวข้องกับ Red Bull ในประเทศจีนมาหลายปีแล้ว

ขณะที่มหาเศรษฐีชาวออสเตรีย ดีทริช เมเทสซิทซ์ ผู้ซึ่งร่วมกับพ่อของเฉลิม เป็นผู้สร้างสรรค์ Red Bull เครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์นี้ เสียชีวิตในเดือนตุลาคม 2565 ขณะอายุ 78 ปี

ธนินท์ เจียรวนนท์

อันดับ 2 พี่น้องเจียรวนนท์

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 35,700 ล้านดอลลาร์ / 1.16 ล้านล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: อาหารและเครื่องดื่ม

สามพี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ และครอบครัวของมลตรี เจียรวนนท์ ผู้ล่วงลับ ยังคงสืบทอดความมั่งคั่งจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) หนึ่งในผู้ผลิตอาหารสัตว์และปศุสัตว์รายใหญ่ที่สุดของโลก

อาณาจักรธุรกิจนี้มีจุดเริ่มต้นจาก เจีย เอ็ก ชอ บิดาของพวกเขา ซึ่งร่วมกับ ชลเจริญ เจียรวนนท์ พี่ชาย ได้เปิดร้านขายเมล็ดพันธุ์นำเข้าจากจีนให้เกษตรกรไทยมาตั้งแต่ปี 2464

ธนินท์ เจียรวนนท์ น้องคนสุดท้อง เคยดำรงตำแหน่งประธาน และซีอีโอของซีพีนานถึง 48 ปี ก่อนจะก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2560 แต่ยังคงดำรงตำแหน่งประธานอาวุโสของเครือ ขณะที่ ศุภกิจ บุตรชายคนโต และ ศุภชัย บุตรชายคนเล็ก ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นประธานและซีอีโอของกลุ่มตามลำดับ

ล่าสุดในปี 2568 หน่วยธุรกิจโทรคมนาคมของเครือซีพี ในนามทรู คว้าใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารเสมือนจริง หนึ่งในสามใบที่รัฐบาลออกให้ พร้อมจับมือกับเบล็กร็อก ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนระดับโลก เพื่อร่วมลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์ ในโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Centre) เสริมศักยภาพธุรกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

สารัชถ์ รัตนาวะดี

อันดับ 3 สารัชถ์ รัตนาวะดี

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 12,000 ล้านดอลลาร์ / 390,000 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: พลังงาน

สารัชถ์ รัตนาวะดี ดำรงตำแหน่งซีอีโอของกัลฟ์ ดิเวลอปเมนท์ หนึ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดของไทย ที่มีการลงทุนหลากหลาย ตั้งแต่พลังงาน โทรคมนาคม ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

กัลฟ์ ดิเวลอปเมนท์ เพิ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2568 จากการควบรวมกิจการระหว่าง กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ และอินทัช โฮลดิ้งส์ ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคม ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส (AIS)

ก่อนหน้านี้ในปี 22567 กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ได้ร่วมทุนกับ ไบแนนศ์ ยักษ์ใหญ่คริปโตเคอร์เรนซีของโลก เปิดตัวแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในประเทศไทย

ในเดือนพฤษภาคม 2568 กัลฟ์ได้เข้าซื้อหุ้นในธนาคารกสิกรไทย จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4 ของธนาคารที่มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ

ขณะเดียวกัน โครงการร่วมทุนระหว่าง กัลฟ์ สิงเทล และ AIS เพื่อจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในไทย ก็เตรียมเปิดดำเนินการภายในปี 2568 เช่นกัน ตอกย้ำกลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครบวงจร

เจริญ สิริวัฒนภักดี

อันดับ 4 เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 10,500 ล้านดอลลาร์/ 341,000 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: อาหารและเครื่องดื่ม

จากอดีตลูกพ่อค้าริมถนนในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน เจริญ สิริวัฒนภักดี บริหารบริษัทไทย เบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีรายได้หลักมาจากเบียร์ช้าง และสินทรัพย์ขนาดใหญ่อื่น ๆ ได้แก่ เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องดื่มและอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์

นอกจากนี้ อาณาจักรค้าปลีกของเจริญยังรวมถึงเครือไฮเปอร์มาร์เก็ตบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่เข้าซื้อกิจการในปี 2559 เป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์

เจริญได้จดทะเบียนในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัวของเขา ภายใต้ชื่อ แอสเซท เวิลด์ ในเดือนตุลาคม 2562 และยังคงถือหุ้นส่วนใหญ่อยู่ โดยมีโรงแรมในจุดท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ และพัทยา

ในปี 2568 นี้ เจริญได้โอนหุ้นในบริษัทสำคัญ ๆ ให้แก่ลูกทั้ง 5 คนแล้วด้วย

เฉลิม อยู่วิทยา

อันดับ 5 ครอบครัวจิราธิวัฒน์

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 8,600 ล้านดอลลาร์ / 279,000 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ศูนย์การค้า

ตระกูลจิราธิวัฒน์ที่ขับเคลื่อนอาณาจักรกลุ่มเซ็นทรัล ถือเป็นผู้พัฒนาศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในแง่ของพื้นที่ให้เช่าสุทธิ

ในปี 2564 ครอบครัวได้นำ เซ็นทรัล รีเทล ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกส่วนตัวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยระดมทุนได้ 2,500 ล้านดอลลาร์ ในการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (ไอพีโอ) ครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

ถัดมาในเดือนเมษายน 2567 กลุ่มเซ็นทรัล ได้เข้าซื้ออาคารห้างสรรพสินค้า KaDeWe อันโด่งดังจากซิกนา บริษัทสัญชาติออสเตรียที่ล้มละลายด้วยมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์

ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน พับลิค อินเวสต์เมนท์ ฟันด์ ของซาอุดีอาระเบียได้เข้าซื้อหุ้น 40% ในกลุ่มเซลฟริดเจส อันโด่งดังของสหราชอาณาจักรจากซิกนา ในขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลยังคงถือหุ้นมากสุดถึง 60%

อันดับ 6 ครอบครัวไชยวรรณ

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 4,200 ล้านดอลลาร์ / 136,000 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: การเงินและการลงทุน

ครอบครัวไชยวรรณ ประกอบด้วยทายาทของวานิช ไชยวรรณ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของไทยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยตามรายได้จากเบี้ยประกันภัยรวม ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในเดือนมิถุนายน 2568 ด้วยวัย 93 ปี

บริษัทนี้บริหารโดย ไชย บุตรชายของวานิช ซึ่งเป็นประธาน และซีอีโอของไทยประกันชีวิต วรัง ลูกสาวของวานิช และวินยู บุตรชายของวานิช เป็นรองประธานซีอีโอ และเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหาร

ไทยประกันชีวิตขายผ่านตัวแทนเป็นส่วนใหญ่ และเป็นที่รู้จักจากโฆษณาทางทีวีที่กระตุ้นอารมณ์ให้คนดูต่างจดจำได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ บริษัทเมจิ ยาสุดะ ไลฟ์ ของญี่ปุ่น ได้ถือหุ้น 17% ในไทยประกันชีวิต ซึ่งจดทะเบียนในปี 2565 และระดมทุนได้มากถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งครอบครัวไชยวรรณยังถือหุ้นส่วนใหญ่ในธนาคารไทยเครดิต จำกัด มหาชน ซึ่งจดทะเบียนในปี 2567

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

อันดับ 7 อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 3,500 ล้านดอลลาร์/ 114,000 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: แฟชั่น และค้าปลีก

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา บุตรชายของวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งคิง เพาเวอร์ ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินชั้นนำของประเทศไทย อัยยวัฒน์ เป็นประธานบริหารของคิงเพาเวอร์ และแบ่งปันทรัพย์สินกับ เอมอร มารดาของเขา (ซึ่งเป็นประธานอาวุโสของบริษัท) และพี่น้องอีก 3 คน

นอกจากนี้ อัยยวัฒน์ยังเป็นประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลอังกฤษ ที่ครอบครัวของเขาซื้อกิจการ รวมถึงครอบครัวของเขายังเป็นเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ในโครงการมหานคร ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

อันดับ 8 ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 3,400 ล้านดอลลาร์/ 110,000 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: ดูแลสุขภาพ (เฮลธ์แคร์)

ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ อดีตศัลยแพทย์ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ขึ้นในปี 2515 ซึ่งได้เติบโตมาเป็นผู้ให้บริการโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในไทย ครอบครองโมเวนพิค รีสอร์ตศูนย์รวมบริการสุขภาพหรูมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทในกรุงเทพฯ โดยมีจำนวนห้องมากถึง 211 ห้อง

นอกจากนี้ ยังมีโรงพยาบาลในเครือรวม 58 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลด้านมะเร็งโดยเฉพาะที่เพิ่งเปิดไปเมื่อปี 2566

นอกจากนี้ ปราเสริฐ ยังเป็นเจ้าของ และดำเนินกิจการสายการบินระดับภูมิภาคอย่างบางกอกแอร์เวย์ส ที่เปิดตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2557

ปัจจุบัน บุตรสาวของเขา ปรมาภรณ์ ดำรงตำแหน่งประธามกรรมการบริหาร กรุงเทพดุสิตเวชการ ส่วนบุตรชาย พุฒิพงศ์ ก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท

เสถียร เสถียรธรรมะ

อันดับ 9 เสถียร เสถียรธรรมะ

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 2,600 ล้านดอลลาร์/ 84,400 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: อาหารและเครื่องดื่ม

เสถียร เสถียรธรรมะ หรือชื่อเดิมคือ เสถียร เศรษฐสิทธิ์ รองประธานกรรมการ คาราบาวกรุ๊ป ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยอดนิยมในไทย อย่าง คาราบาวแดง

เขาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 2545 ร่วมกับ แอ๊ด คาราบาว นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง ก่อนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2557

เสถียร ยังก้าวเข้าสู่ธุรกิจเบียร์ ที่มีผู้เล่นรายใหญ่ครองตลาดอย่างไม่หวาดหวั่น ด้วยการลงทุนในโรงงานผลิตเบียร์สูงถึง 4,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ คาราบาวกรุ๊ปยังมีบริษัทย่อยที่ผลิตบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะ และมีการร่วมทุนกับคู่ค้าจากญี่ปุ่นในการผลิตกระป๋อง

ร่มธรรม ลูกชายคนเล็กของเสถียร ดำรงตำแหน่งกรรมการ ที่เป็นผู้บริหารของคาราบาวกรุ๊ป ในขณะที่ วีรธรรม ลูกชายคนโต ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจค้าปลีก ซีเจ เอ็กซ์เพรส

พรเทพ พรประภา

อันดับ 10 พรเทพ พรประภา และครอบครัว

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 2,200 ล้านดอลลาร์/ 71,400 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: ยานยนต์

พรเทพ พรประภา ประธานกรรมการกลุ่มสยามกลการ ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายรถยนต์นิสสันในไทย โดยเขายังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ ซึ่งอยู่ภายใต้ตระกูลโสภณพนิช ที่ก่อนหน้านี้เขานั่งในบอร์ดบริหารมาตลอด 16 ปี

สำหรับกลุ่มสยามกลการ ในปี 2566 ประกาสิทธิ์ ลูกชายของพรเทพได้รับแต่งตั้งให้มาสานต่อภารกิจในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทั้งบริษัทยังให้ทุนสนับสนุนอาคารปฏิบัติการวิศวกรรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมยานยนต์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

ครอบครัวพรประภา ยังได้มีการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากยานยนต์ ได้แก่ อะไหล่ยนต์ โลจิสติกส์ อุปกรณ์ก่อสร้าง และโรงแรม

นอกจากนี้ การจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีของไทย ย้งมีบุคคลที่น่าสนใจรายอื่น ๆ ติดอยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้ รวมถึง ประยุทธ มหากิจสิริ เจ้าของฉายา เจ้าพ่อกาแฟไทย ซึ่งเพิ่งเป็นข่าวโด่งดังไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ จากคดีความฟ้องร้องกับ "เนสท์เล่" โดยมีความมั่งคั่งติดอยู่ในอันดับ 18 จากมูลค่าทรัพย์สิน 1,400 ล้านดอลลาร์

ประยุทธ มหากิจศิริ

อันดับ 18 ประยุทธ มหากิจศิริ

  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1,400 ล้านดอลลาร์/ 45,300 ล้านบาท
  • แหล่งความมั่งคั่ง: อาหาร และเครื่องดื่ม

บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด ของ เจ้าพ่อกาแฟไทย ประยุทธ มหากิจสิริ เป็นกิจการร่วมค้าระยะยาวกับเนสท์เล่ ซึ่งยุติการดำเนินงานไปเมื่อเดือนธันวาคม 2567

ประยุทธ์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งของไทย เพื่อขอคำสั่งให้เนสท์เล่ระงับการผลิต การจัดจำหน่าย และการนำเข้ากาแฟสำเร็จรูปเนสกาแฟในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2568 ก่อนที่ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำวินิจฉัย ให้โอนคดีจากศาลแพ่ง ไปศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลาง

นอกจากนี้ ประยุทธ์ยังมีธุรกิจด้านเหล็ก ทองแดง การขนส่ง การขุดเจาะนอกชายฝั่ง และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย

เฉลิมชัย บุตรชายของเขา สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบอสตัน เป็นซีอีโอของ พีเอ็ม กรุ๊ป กลุ่มบริษัทโฮลดิ้ง ส่วน อุษณา บุตรสาวของเขาเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ พีเอ็ม กรุ๊ป และเป็นผู้ก่อตั้งเชนร้านกาแฟ คอฟฟี่ แกลเลอรี

สำหรับประยุทธ มหากิจสิริ ก่อนหน้านี้เคยติดอันดับ 10 มหาเศรษฐีไทย มาแล้ว แต่ล่าสุดหล่นมาอยู่อันดับที่ 18

ที่มา: ฟอร์บส์ ประเทศไทย, นิตยสารฟอร์บส์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...