โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โตโยต้า คาดภาษีสหรัฐฯ กระทบกำไรบริษัท 1.3 พันล้านดอลล์ในช่วง 2 เดือนข้างหน้า

efinanceThai

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 09.36 น.

โตโยต้า คาดภาษีสหรัฐฯ กระทบกำไรบริษัท 1.3 พันล้านดอลล์ในช่วง 2 เดือนข้างหน้า

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 68 16:36 น.

โตโยต้า มอเตอร์ ชี้ มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานของบริษัท ลดลง 180,000 ล้านเยน (1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเวลาเพียง 2 เดือน

บริษัทได้มีการประเมินและรวมเอาผลกระทบที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย. และพ.ค. มาคำนวณในเบื้องต้นแล้ว ขณะที่สถานการณ์ที่ยังคงไม่แน่นอนจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวมทั้งปี โดยคาดว่า กำไรจากการดำเนินงานสำหรับปีงบการเงินปัจจุบัน (สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2026) จะอยู่ที่ 3.8 ล้านล้านเยน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.7 ล้านล้านเยน

ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานสำหรับปีงบการเงินที่ผ่านมา อยู่ที่ 4.8 ล้านล้านเยน ต่ำกว่านิวไฮที่เคยทำเมื่อปี 2024 ที่ 5.35 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่บริษัทญี่ปุ่นเคยทำไว้

ด้านโคจิ ซาโตะ (Koji Sato) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวในช่วงแถลงข่าวหลังประกาศงบ ระบุว่า รายละเอียดเรื่องภาษีนำเข้ายังขาดความชัดเจน จึงยากที่บริษัทจะขยับตัวหรือวัดผลกระทบ โดยโตโยต้าจะพิจารณาขยายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการผลิตในสหรัฐฯ ทั้งในระยะกลางและระยะยาว

*** ภาษี-นโยบายการค้าไม่แน่นอน กระทบธุรกิจแบกต้นทุนอ่วม

โตโยต้า รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกอีกหลายแห่ง ได้ออกมาเตือนผลกระทบด้านต้นทุนที่อาจสูงขึ้นจากภาษีของทรัมป์ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่นโยบายการค้าซึ่งไม่แน่นอนได้สร้างความปั่นป่วนให้กับภาคธุรกิจทั่วโลกที่โยงใยกันเป็นห่วงโซ่อุปทาน

ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์บางราย เช่น Stellantis และ Mercedes-Benz ได้ระงับการเผยแพร่คาดการณ์รายได้ออกไปก่อน ขณะที่บางแห่งเตือนถึงผลกระทบต่อกำไรที่อาจลดลง โดย General Motors ได้หั่นคาดการณ์กำไรลง เนื่องจากผลกระทบของภาษีนำเข้าที่สูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Ford Motor ระงับคาดการณ์งบการเงินทั้งปีเช่นกัน และคาดว่า ผลประกอบการจะได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เสนอมาตรการผ่อนคลายบางส่วน เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยลงนามในคำสั่งยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์ พร้อมกับประกาศอีกฉบับที่อนุญาตให้บริษัทรถยนต์ที่ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่ประกอบในสหรัฐฯ สามารถนำเข้าชิ้นส่วนโดยปลอดภาษีในมูลค่าราว 3.75% ของราคาขายรถยนต์ที่ผลิตในประเทศในปีแรก และ 2.5% ในปีที่ 2 ซึ่งเป็นการผ่อนผันจากภาษีนำเข้า 25% สำหรับชิ้นส่วนที่นำเข้า ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 พ.ค. เป็นการชั่วคราว

*** ยอดขายรถยนต์ญี่ปุ่นในสหรัฐฯ พุ่ง! คนแห่ซื้อก่อนขึ้นภาษี

สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของบริษัทยานยนต์รายใหญ่ 5 แห่งของญี่ปุ่น ซึ่งข้อมูลของ Bloomberg Intelligence ระบุว่า ยอดขายของโตโยต้าในตลาดสหรัฐฯ มีสัดส่วนคิดเป็น 23% ของยอดขายทั่วโลกในปีที่ผ่านมา, นิสสัน คิดเป็น 28% และซูบารุ คิดเป็น 71% โดยรถยนต์ประมาณ 5.9 ล้านคันของญี่ปุ่นที่ขายในสหรัฐฯ เมื่อปี 2024 ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นรถยนต์นำเข้า

สำหรับยอดขายรถยนต์ของญี่ปุ่น รวมถึงโตโยต้าในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นในเดือนมี.ค. เนื่องจากลูกค้าแห่ซื้อก่อนที่ภาษีนำเข้าจะมีผลบังคับใช้ และอาจส่งผลให้ราคารถยนต์เพิ่มขึ้นหลายพันดอลลาร์

ด้านโยอิจิ มิยาซากิ (Yoichi Miyazaki) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินกล่าวว่า เรายังไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การดำเนินงานครั้งใหญ่ เพราะต้องรอดูผลการเจรจาการค้าก่อน โดยในระยะสั้น โตโยต้าจะยังไม่ขึ้นราคา แม้ว่าภาษีจะมีผลบังคับใช้ก็ตาม

นอกจากนี้ นักลงทุนยังประเมินผลกระทบจากการเข้าซื้อกิจการของโตโยต้า อินดัสทรีส์ คอร์ป โดยอากิโอะ โทโยดะ (Akio Toyoda) ประธานโตโยต้า ซึ่งยื่นข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ อยู่ที่ 6 ล้านล้านเยน และอาจเป็นหนึ่งในการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งซาโตะปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับแผนการรวมธุรกิจภายในกลุ่มโตโยต้า และย้ำถึงความสำคัญของโตโยต้า อินดัสทรีส์ ในฐานะที่เป็นกลุ่มธุรกิจด้านวัสดุของโตโยต้าและธุรกิจโดยรวมของบริษัท

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...