โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แกะสูตรทำแบรนด์ AlwaysWonder ฉบับ ‘หลิงหลิง คอง’

TODAY Bizview

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 09.15 น. • workpointTODAY

ไม่ใช่ดาราทุกคนจะทำธุรกิจเก่ง แต่เคสดาราที่ประสบความสำเร็จในการปั้นแบรนด์ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

ไม่กี่วันก่อนหลายคนอาจเห็นวิดีโอที่กำลังเป็นไวรัลอยู่บนโลกโซเชียล ถึงการเปิดร้านป๊อปอัพสโตร์แบรนด์แฟชั่นน้องใหม่ มีคนรอตั้งแต่ห้างสยามพารากอนยังไม่เปิด ทันทีที่ประตูห้างเปิด ผู้คนนับร้อยวิ่งเข้าไปซื้อสินค้ากันมากมาย ยอดซื้อต่อคนมีตั้งแต่หลักแสนไปจนเกือบหลักล้าน

แบรนด์ที่ถูกพูดถึงนั้นก็คือ ‘AlwaysWonder’ ที่มีเจ้าของคือ ‘หลิงหลิง คอง’ นักแสดงสาวที่เข้าวงการมานานกว่า 5 ปี แต่เพิ่งมาดังพลุแตกในช่วง 1 ปีมานี้จากการรับบทซีรีส์หญิงรักหญิง หรือแซฟฟิกทางช่อง 3 ในละครเรื่อง ‘ใจซ่อนรัก‘

ทำไมกระแสของแบรนด์แฟชั่น AlwaysWonder ถึงดังเปรี้ยงปร้างไวรัลในโซเชียล แบบที่เปลี่ยนจากกระแสมาเป็นเม็ดเงินได้

และดูท่านี่ไม่ใช่แค่กระแสวูบเดียว เมื่อหลายคนมองว่า ‘หลิงหลิง คอง’ ที่แฟนคลับมักจะเรียกเธอว่า ‘ซีอีโอ’ มีวิธีทำธุรกิจที่น่าสนใจ และมีสกิลแบบผู้ประกอบการ-นักธุรกิจแบบติดตัวมาโดยธรรมชาติ

TODAY Bizview ชวนแกะสูตรทำแบรนด์แบบ ‘หลิงหลิง คอง’ ว่าทำยังไงให้มีคนมารอซื้อตั้งแต่เช้ามืด ไปจนถึงมียอดใช้จ่ายหลักแสนเกือบล้านต่อคนก็มี

[ จดทะเบียนตั้งบริษัท ปั้น AlwaysWonder หลังละครใจซ่อนรักจบ ]

หลังความสำเร็จที่ค่อยๆ ไต่ขึ้นเป็นกราฟพุ่ง ตั้งแต่ละคร ใจซ่อนรัก ออนแอร์ จนแม้แต่ละครจบแล้ว ดันให้กระแสคู่จิ้น ‘หลิงออม‘ ที่มีคู่พาร์ทเนอร์นักแสดงนำหญิง ‘ออม กรณ์นภัส’ พากันโด่งดังแบบหยุดไม่อยู่ มีแฟนด้อมเกิดขึ้นในไทยและต่างประเทศ

ความแรงและความปังที่หลายคนเปรียบว่า ช่องสามเหมือนถูกหวย ส่งผลให้ดาราหญิงทั้ง 2 คน ควงคู่กันเดินสายงานแฟนมีทในหลายประเทศ และเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้หลายแบรนด์มากมาย เม็ดเงินไหลเข้าสู่ช่อง 3 เพิ่มขึ้น

ระหว่างความโด่งดังนี้นี่เอง ‘หลิงหลิง คอง’ ได้เริ่มจดทะเบียนตั้งบริษัททำธุรกิจสินค้าแฟชั่น ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 1,000,000 บาท

จนช่วงต้นเดือนตุลาคม ปี 2567 แบรนด์ ที่ชื่อ AlwaysWonder จากไอเดียของหลิงหลิง คอง ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ไลน์สินค้าที่เปิดมาในช่วงแรก คือเสื้อยืด สกรีนชื่อแบรนด์ AlwaysWonder หมวก กระเป๋า กระติกน้ำ โดยให้แฟนคลับได้ซื้อผ่านการพรีออเดอร์ รอสินค้าประมาณ 45 – 60 วัน สั่งสินค้าผ่านระบบ Line Shopping

ในช่วงนั้นเคสกรณีศึกษาของแบรนด์คือ ‘การพรีออเดอร์’ ที่รอค่อนข้างนาน บางคนรอสินค้ากันเกือบ 3 เดือน

แต่อีกด้านหนึ่งในเชิงธุรกิจการทำสินค้าแบบพรีออเดอร์จะทำให้ธุรกิจนั้นสามารถวัด Demand Validation & Product-market Fit Testing หรือพูดง่ายๆ ว่าเหมือนเป็นการ “ทดสอบตลาดแบบมีรายได้จริง”

ก่อนจะผลิตสินค้าจำนวนมาก ซึ่งช่วยให้แบรนด์รู้ว่า สินค้าแบบไหน สีไหน ที่แฟนๆ ต้องการจริง ปริมาณความต้องการอยู่ในระดับที่คุ้มค่ากับการลงทุนผลิตหรือไม่ และที่สำคัญจะช่วยให้รู้ว่าลูกค้ากลุ่มหลักของแบรนด์อยู่ตรงไหน เช่น วัยรุ่น คนทำงาน ฯลฯ

[ แบรนด์ที่แจ้งเกิดจาก Personal Branding ]

ความสำเร็จของ AlwaysWonder ยังเป็นการใช้กระแสจากตัวบุคคล (Personal Branding) ให้เกิดรายได้จริง ทำให้ ‘หลิงหลิง คอง’ ไม่ได้ใช้เพียงแค่ชื่อเสียงจากการเป็นนักแสดง แต่ยังสามารถเปลี่ยนพลังของฐานแฟนคลับให้กลายเป็น “ยอดขายจริง” โดยไม่ต้องไปแข่งกับแบรนด์ fast fashion หรือแบรนด์ใหญ่อื่นๆ

ในแง่จิตวิทยา การได้พรีออเดอร์สินค้าแบรนด์ที่มี หลิงหลิง คอง เป็น Founder ทำให้แฟนคลับรู้สึกว่าได้สนับสนุนซัพพอร์ตนักแสดง/ศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบได้โดยตรง และยังได้ฟีลลิ่งการเป็นเจ้าของสินค้าที่มีคุณค่าทางใจ

ดังนั้นแม้ช่วงแรก ทุกคนที่สั่งซื้อจะต้องรอสินค้านาน แต่ลูกค้าหรืออีกนัยหนี่งคือแฟนคลับที่ได้รับสินค้าไปส่วนใหญ่ก็มีฟีดแบ็คที่ดีว่า ‘คุ้มค่ากับการรอคอย’

[ แก้ปัญหาเรื่อง ‘เวลา’ จากสินค้าที่พรีออเดอร์นาน ทำเว็บไซต์รองรับการเติบโต ]

เส้นทางของแบรนด์ AlwaysWonder ยังเดินหน้าต่อไปพร้อมกับกระแสที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ของ ‘หลิงหลิง คอง’

ช่วงต้นมกราคมที่ผ่านมา แบรนด์ได้ออกคอลเลกชันที่ชื่อว่า ‘Roll With Love’ สินค้าออกมาในแนวต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ มีทั้งผ้าคลุม พวงกุญแจตุ๊กตาน้องหมาที่ชื่อ Goldie กระจก ถุงเท้า

ภาพรวมคือสินค้าที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิง และฐานแฟนคลับ วัยตั้งแต่มัธยมปลาย จนถึงวัยทำงาน

รอบนี้ใครที่กดสั่งทันเป็นออเดอร์แรกๆ ก็ไม่ต้องรอสินค้านาน เพราะมีสินค้าพร้อมส่งทันที เป็นการแก้เรื่องของพรีออเดอร์ที่ค่อนข้างนาน และยังทำให้เป็นระบบมากขึ้นไปอีกด้วยการเปิดเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

อีกจุดที่น่าสนใจ คือ การที่ หลิงหลิง คอง มักจะใส่เสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเองตามที่สาธารณะในช่วงที่เหมาะสม วิธีนี้ ยิ่งดึงสายตาจากฐานแฟนคลับให้รีบอยากเป็นเจ้าของ ตามไปซื้อมารีวิว ส่งเสริมแบรนด์

แบรนด์ที่มีฐานลูกค้าเป็นแฟนคลับในเชิงธุรกิจมักใช้โมเดลสร้าง Community ระหว่างคนซื้อ (แฟนคลับ) กับ ตัวดาราที่ชื่นชอบ ทำให้เกิดความผูกพันระยะยาวเข้าไปด้วย

[ ใส่ความเป็นตัวเองลงไปในแบรนด์ สร้างความอยากได้แบบเข้าถึงได้ ]

ช่วงเวลาความดังจากตัวหลิงหลิง ทำให้ล่าสุดแบรนด์ของเธอเปิดคอลเลกชันใหม่ รอบนี้ไม่มีพรีออเดอร์ทุกคนต้องแย่งกันกดซื้อ ชื่อคอลเลกชัน ‘A Digital Heartbeart’ มีสินค้าหลากหลายมากขึ้นเน้นตามเทรนด์ fast fashion ทั้งเสื้อผ้า เสื้อไหมพรม กางเกงยีน เข็มขัด หมวก ซึ่งคนที่อยากได้ก็ต้องแย่งกันกดซื้อให้ทัน

หลิงหลิงได้ใส่ความเป็นตัวเองลงในแบรนด์ ดีไซน์สินค้าให้ สอดคล้องกับตัวตนหลิงหลิง เช่น เสื้อ หมวก กระเป๋า ที่ดูเรียบง่ายแต่มีความน่ารัก เขาใส่สินค้าของตัวเองไปตามที่ต่างๆ เพื่อสร้างความอยากได้ตามแบบ “influencer ที่เข้าถึงได้”

และแน่นอนว่าไม่ว่าคอลเลกชันไหนกระแสตอบรับดีเหมือนเคย กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นแฟนๆ ของ ‘หลิงหลิง คอง’ แต่ต้องยอมรับว่าระหว่างทางหลังละครจบ ยังมีอีเวนต์และงานโฆษณาที่ตกแฟนคลับเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยอดซัพพอร์ตจากแฟนๆ ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเข้าไปใหญ่

[ หยั่งกระแส เปิด Pop-Up Store 4 วัน ร้านแทบแตก ]

ใครอยากได้ AlwaysWonder รู้กันดีว่า ต้องซื้อให้ไวก่อนขึ้น sold out และซื้อได้แค่ช่องทางออนไลน์เท่านััน

มาถึงคอลเลกชัน ฉลองวันครบรอบวันเกิดในเดือนพฤษภาคม กับ ‘AlwaysWonder x Lingling Kwong’ นี่เป็นคอลเลกชัน ที่จุดกระแสให้คนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับได้เห็นและรู้จักแบรนด์ AlwaysWonder มากขึ้น

โดยทางแบรนด์ประกาศออกมาว่าจะมีร้าน Pop-Up Store เป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-4 พฤษภาคม ที่ชั้น 5 สยามพารากอน เพื่อขายสินค้าหลายคอลเลกชั่นของแบรนด์ รวมทั้งคอลเลคชั่นวันเกิด

ความที่แฟนคลับรู้กันดีถึงปรากฏการณ์ที่แบรนด์ของหลิงหลิง ควอง มักจะขายดีจน sold out ในออนไลน์ ทำให้ฐานลูกค้าฝั่งแฟนคลับ กลัวว่าสินค้าจะหมด หรือมีไม่พอขาย จึงตัดสินใจไปรอตั้งแต่เช้ามืด อย่างที่เราได้เห็นวิดีโอไวรัลว่าตอนห้างเปิดผู้คนร่วมร้อยรีบวิ่งเข้าห้างเพื่อไปแย่งซื้อสินค้า

ยอดขายวันแรกมีคนมารอต่อแถวจ่ายเงินยาวเหยียด บางคนออเดอร์ครั้งละ 2-3 แสนบาท ไปจนถึงเกือบล้านบาท

จากจุดอ่อนวันแรกที่ลูกค้ามาช้อปปิ้ง และต่อคิวแน่นขนัด ใช้เวลากว่าจะซื้อเสร็จครึ่งค่อนวัน วันที่ 2 แบรนด์ปรับทำระบบใหม่ ให้ทุกคนรับบัตรคิวและกำหนดจำนวนสินค้าที่ซื้อได้ไม่เกิน 5 ชิ้น ทำให้คิวรันออกไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งยังคอยอัปเดตว่าสินค้าที่เหลือมีอะไรบ้าง ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี

[ Pop-Up Store ช่วยสร้าง Community แฟนคลับ-แบรนด์ ]

จนวันที่ 4 มีกำหนดการว่า ‘หลิงหลิง คอง’ เจ้าของแบรนด์จะมาที่ร้าน ทำให้แฟนๆ มารอกันมากมาย จนห้างแตก เป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกโซเชียล

และถ้ามองในมุมธุรกิจก็เหมือนการสร้าง Community แฟนคลับ-แบรนด์ สื่อสารกับแฟนคลับเหมือนเพื่อน พาแฟนคลับรู้สึกว่าเป็น “ส่วนหนึ่งของแบรนด์” จัด Pop-Up Store เป็นเหมือน “พื้นที่ของคนรักแบรนด์” ที่ได้เจอกัน และเจอเจ้าของตัวจริง

มาแกะสูตรทำแบรนด์ AlwaysWonder ของ ‘หลิงหลิง คอง’ สรุปได้ว่าทั้งหมดเริ่มต้นจากกระแสความนิยมในตัว “นักแสดง” ที่มีความดังส่งความปัง ต่อยอดสู่แบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ โดยอาศัยพลังแฟนคลับและ Personal Branding เป็นหัวใจหลัก

จากนั้นมีการเริ่มต้นด้วยพรีออเดอร์ช่วยทดสอบตลาด ขณะเดียวกัน หลิงหลิงที่มักจะโปรโมทใส่สินค้าของตัวเองเสมอได้สร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมให้กับแฟนคลับและลูกค้า จนทุกคนเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์จนอยากจะอุดหนุนสนับสนุนศิลปินที่พวกเขารัก

ต่อยอดจากแฟนคลับสู่ตลาดกว้าง จากแบรนด์แฟนคลับ เริ่มมีคนทั่วไปที่ไม่รู้จักหลิงหลิงเข้ามาซื้อ กลายเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีพลังไวรัล

จากกรณีศึกษา AlwaysWonder “ถ้ามีตัวตนที่ชัดเจนและคนเชื่อใจ แบรนด์ที่เราสร้างจะไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขายความผูกพันและความหมาย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...