โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

‘สทน.’ ขยายห้องตรวจการปนเปื้อนโลหะหนักในอาหาร-บริการวิเคราะห์ธาตุครบวงจร

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 07.06 น. • เดลินิวส์
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ขยายห้องตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหาร พร้อมให้บริการวิเคราะห์ธาตุครบวงจร

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ "สทน." เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารเป็นปัญหาที่น่ากังวลและมีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งโลหะหนักเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น พืชผักที่ปลูกในดินที่มีโลหะหนัก หรืออาหารทะเลที่ปนเปื้อนจากน้ำเสีย การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังได้ การตรวจสอบสารปนเปื้อนโลหะหนักจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของ ความปลอดภัยด้านอาหารและสุขภาพของผู้บริโภคอีกทั้งเป็นเงื่อนไขในการนำเข้าและการส่งออกสินค้า เพราะหากตรวจพบโละหนักเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด สินค้าอาจถูกตีกลับทำให้สูญเสียรายได้และความน่าเชื่อถือของประเทศ

แม้ในประเทศไทยจะมีห้องปฏิบัติการทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้บริการด้านการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารนำเข้าและอาหารส่งออกมากกว่า 200 แห่ง แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการบริการ คือ ในช่วงที่มีปริมาณสินนำเข้าสินค้าส่งออกมาก อาจจะต้องรอคิวนาน อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างราคาค่อนข้างสูง และห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองใหญ่ ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กหรือกลุ่มเกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ สทน. จึงได้ขยายการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการตรวจวัดสารปนเปื้อนที่มีในอาหารส่งออกและนำเข้า ให้สามารถตรวจวิเคราะห์โลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารได้

ทางด้าน น.ส.นิชธิมา รุ่งปิ่น นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชำนาญการ ศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สทน. กล่าวว่าจากประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน กำหนดให้มีการตรวจปริมาณสูงสุดของโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารนำเข้าและส่งออก ได้แก่ แคดเมียม ตะกั่ว ดีบุก ปรอท สารหนู

สทน.จึงได้ขยายขอบข่ายการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการตรวจวัดสารปนเปื้อนที่มีในอาหารส่งออก-นำเข้า ศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากเดิมที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์เฉพาะสารกัมมันตภาพรังสีที่ปนเปื้อนในอาหาร โดยขยายขอบเขตการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารเพิ่มขึ้น โดยได้รับเงินสนับสนุนการจัดซื้อเครื่อง Inductively Coupled Plasma Mass Spectrometer (ICP-MS) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท จากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้ห้องปฏิบัติการของ สทน. สามารถตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก แคดเมียม ตะกั่ว ดีบุก ปรอท และสารหนู ที่ปนเปื้อนในอาหารได้ ตั้งเป้าให้บริการแก่ผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูปอาหาร และกลุ่มห้องปฏิบัติการภาคเอกชนที่ไม่สามารถตรวจวิเคราะห์สารกัมมันตภาพรังสีได้

สำหรับเกษตรกรที่อยูในต่างจังหวัด สามารถเข้าถึงบริการตรวจวิเคราะห์นี้ได้โดยผ่านโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้อาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังชันด้วยการฉายรังสี ที่ทางห้องปฏิบัติการฯ ได้ร่วมมือกับฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีของ สทน. ลงไปพบปะให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกร โดยสามารถส่งตัวอย่างอาหารที่ต้องการให้ตรวจวิเคราะห์ผ่านทางโครงการ หรือกรอกใบคำขอตรวจสอบสารปนเปื้อนผ่านระบบ e-service โดยเข้าผ่านหน้าเว็บไซต์ของ สทน. แล้วส่งตัวอย่างมาที่ สทน. ระยะเวลาในการตรวจสอบถ้าเป็นโลหะหนัก ใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ สทน. จะส่งผลวิเคราะห์ให้ผู้ประกอบการทาง e-mail สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเป็นราคามาตรฐานของส่วนราชการ ธาตุกัมมันตภาพรังสีที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์ ได้แก่ ธาตุกลุ่มอัลฟา ได้แก่ ยูเรเนียม-235 ยูเรเนียม-238 อะเมริเซียม-241 พลูโตเนียม-238 พลูโตเนียม-239 และพลูโตเนียม-247

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ปัจจุบัน สทน. กำลังพัฒนาวิธีตรวจวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงในข้าวเพื่อตรวจสอบสารพิษจากเชื้อราในข้าว และในพืชตระกูลถั่ว มีหลายวิธีในการกำจัดส่วนประกอบที่เป็นพิษเหล่านี้ออกจากสารตั้งต้นที่แตกต่างกัน (การตกตะกอนทางเคมี, การฟอกด้วยไฟฟ้า, การจับตัวเป็นก้อนและการตกตะกอน, การกำจัดด้วยการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง, และกระบวนการที่ใช้การดูดซับ) แต่ขั้นตอนส่วนใหญ่มีราคาแพงและดำเนินการได้ยาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาวิธีการที่มีต้นทุนต่ำในอาหาร งานนี้เป็นการทบทวนการมีอยู่ของโลหะหนักในสารตั้งต้นอาหารที่แตกต่างกัน (เช่น ผลไม้ ผัก นม ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์ อนุพันธ์จากเนื้อสัตว์ น้ำมัน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และให้ภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลก โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์เกิดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมและระดับมลพิษที่สูง เมื่อพิจารณาว่าคุณภาพทางพิษวิทยาของอาหารส่งผลต่อการยอมรับ งานนี้ให้ข้อมูลที่มีคุณค่าเกี่ยวกับสถานการณ์จริงในหัวข้อที่เสนอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...