โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยออสเตรเลียใช้ AI แปลง ‘คลื่นสมอง’ เป็น ‘ข้อความ’

Xinhua

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 23.59 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : นักวิจัยปฏิบัติงานที่ห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 15 ก.ค. 2020)

ซิดนีย์, 16 มิ.ย. (ซินหัว) — คณะนักวิจัยของออสเตรเลียได้สร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบไม่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งถอดรหัสคลื่นสมองเป็นข้อความโดยใช้หมวกตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองที่มีอิเล็กโทรด 128 จุด และอัลกอริธึมการเรียนรู้เชิงลึก

วันจันทร์ (16 มิ.ย.) สื่อท้องถิ่นออสเตรเลียรายงานว่าเทคโนโลยีอ่านใจแบบไม่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายใหม่นี้ผสมผสานการวิเคราะห์สัญญาณประสาทเข้ากับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เพื่อสร้างวลีอย่าง “ฉันกำลังกระโดดอย่างมีความสุข นี่แหละตัวฉัน” จากคำพูดไร้เสียง

ศาสตราจารย์พิศิษฐ์หลินจิ้นเติง นักวิจัยดีเด่นด้านปัญญาประดิษฐ์และส่วนต่อประสานสมอง-คอมพิวเตอร์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีของซิดนีย์ ซึ่งเป็นผู้นำการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์นี้ กล่าวว่ามีการฝึกฝนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ด้วยชุดคำและประโยคสั้นๆ เพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการจดจำคำ

เทคโนโลยีนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง การบำบัดการพูดในผู้ป่วยออทิสติก และการฟื้นฟูความสามารถสื่อสารในผู้ป่วยอัมพาต โดยคณะนักวิจัยตั้งเป้าหมายเสริมสร้างความสามารถรู้คิดอย่างความทรงจำและสมาธิ และเพื่อผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับอุปกรณ์สวมใส่ เช่น แว่นตาความเป็นจริงเสริม (AR)

หลินกล่าวว่าแนวทางนี้เป็น “การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างปัญญาประดิษฐ์กับมนุษย์” โดยปัจจุบันระบบนี้มีความแม่นยำราวร้อยละ 75 ในการถอดรหัสความคิดเป็นข้อความ ขณะตัวเลขเป้าหมายอยู่ที่ร้อยละ 90 ซึ่งจะเทียบเท่ากับโมเดลแบบรุกล้ำเข้าสู่ร่างกายที่ใช้การฝังอุปกรณ์ในสมอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...