โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศบ.ทก.เผยหลังหยุดยิง ไทยรักษาได้ 11 พื้นที่ ประณามกัมพูชาละเมิดข้อตกลง

สวพ.FM91

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.15 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.11 น.

วันนี้ (29 ก.ค.68) เมื่อเวลา 13.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการแถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) โดยมี พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) และ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แถลง

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ระบุว่า จากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชาในเวลา 24.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งไทยยืนยันปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หยุดยิงในทุก ๆ พื้นที่ ตามข้อตกลงที่ให้คำมั่นสัญญา แต่หลังจากเลยเวลากำหนดหยุดยิงไทยได้พิสูจน์ทราบว่า กัมพูชาได้ใช้อาวุธจริงเข้ามาในเขตแดนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในหลายจุดถือเป็นการกระทำที่จงใจละเมิดข้อตกลง และทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ฝ่ายไทยมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการโต้กลับ ภายใต้สิทธิการป้องกันตนเอง ตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศ ฝ่ายไทยไม่ได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่ใช้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ ยังปรากฏทราบว่าทางฝ่ายกัมพูชา ได้ใช้โบราณสถานเป็นโล่กำบัง ซึ่งเป็นการละเมิดพันธะกรณีคุ้มครองทางวัฒนธรรม ของสหประชาชาติ ภายใต้อนุสัญญาของยูเนสโก สิ่งเหล่านี้ปรากฏชัดว่าการละเมิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่ให้กันไว้ ศบ.ทก. ขอประณามการกระทำของทหารกัมพูชา

ส่วนการสรุปสถานการณ์ การปะทะในพื้นที่ ระหว่างไทยกัมพูชาที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันนี้ ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด 11 พื้นที่ ได้ ภูมะเขือ, ช่องอานม้า, ปราสาทตาเมืองธม, ปราสาทตาควาย, แนวเขตแดนช่องบก , ปราสาทโดนตวล, สัตตะโสม, ช่องจอม, ช่องสายตะกู, พระวิหาร และพลาญยาว

ส่วนยอดผู้อพยพ มีทั้งสิ้น 188,729 คน พลเรือนเสียชีวิต 15 คน บาดเจ็บสาหัส 12 คน ปานกลาง 13 คน เล็กน้อย 13 คน รวมยอดทั้งหมด 53 คน เพิ่มขึ้น 1 รายใน จ.สุรินทร์ ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บรักษาตัวในโรงพยาบาล 14 คน ขณะสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 20 แห่ง ปิดบริการ 13 แห่ง ปิดบางส่วน 7 แห่ง รพ.สต. ได้ ผลกระทบ 175 แห่ง

สำหรับแนวทางการส่งกลับผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ตลอดจนผู้ถูกควบคุม ทั้งสองฝ่ายจะมีการหารือเพื่อหาข้อยุติ เพื่อให้ได้ข้อตกลงร่วมกัน และอยากให้มีการเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการใช้ Ai ข่าวปลอมข่าวลวงต่างๆ ขอประชาชนใช้วิจารณญาณในการติดตามและแชร์ข้อมูลข่าวสาร และอยากให้มีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่หากพบว่ามีการละเมิดทางไซเบอร์ โดยเฉพาะกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่จะเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบเรื่องนี้

ด้านนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และโดยทันที และย้ำว่าการหยุดยิงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ กับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศได้

อย่างไรก็ตาม ขอให้ทางกัมพูชา ดูแลคนไทยที่อาศัย อยู่ในกัมพูชา เช่นเดียวกับไทยที่จะดูแลคนกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยเช่นกัน และขอให้ให้ประชาชนที่อยู่ใน ศูนย์พักพิงอดทนรอ จนกว่าสถานการณ์จะสามารถ ให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย สถานการณ์ขณะนี้ยังมีความเปราะบางอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...