จีน เรียกผู้บริหารค่ายรถ EV เข้าพบ สั่งเบรกสงครามราคา-เตือนปัญหารถศูนย์กิโลเมตร
จีน เรียกผู้บริหารค่ายรถ EV เข้าพบ รวมถึง BYD, Geely และ Xiaomi สั่งเบรกสงครามราคา-เตือนปัญหารถศูนย์กิโลเมตร หวั่นบั่นทอนภาพลักษณ์ Made in China บนเวทีโลก
วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เวลา 15.21 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนได้เรียกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ รวมถึง BYD Co. ให้เข้าร่วมประชุมที่กรุงปักกิ่งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับความกังวลต่อสงครามราคาที่ดำเนินมานานในอุตสาหกรรม EV
การประชุมจัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลตลาด และคณะกรรมการวางแผนเศรษฐกิจระดับสูงของจีน โดยมีผู้บริหารจากบริษัทรถยนต์มากกว่าสิบรายเข้าร่วม เช่น Zhejiang Geely Holding Group Co. และ Xiaomi Corp.
เจ้าหน้าที่ได้ขอให้บริษัทรถยนต์ควบคุมตนเองและหลีกเลี่ยงการขายรถยนต์ต่ำกว่าทุนหรือเสนอส่วนลดที่ไม่สมเหตุสมผล พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับปัญหารถศูนย์กิโลเมตร (zero-mileage cars) และยอดหนี้ที่ค่ายรถค้างชำระให้กับซัพพลายเออร์ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องและกลายเป็นเหมือนการกู้ยืมทางอ้อม
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องไม่ปกติ เนื่องจากหน่วยงานกำกับหลายแห่งมาร่วมพูดคุยเรื่องการดำเนินงานของอุตสาหกรรม เช่น นโยบายด้านราคา แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจีนกำลังจับตาสงครามราคานี้อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจ กลายเป็นภาระที่ไม่ยั่งยืน และอาจผลักดันบริษัทที่อ่อนแอเข้าสู่ภาวะล้มละลาย
อย่างไรก็ตามการประชุมยังไม่มีการออกคำสั่งบังคับใช้ และยังไม่แน่ชัดว่าจะมีบทลงโทษใดหากบริษัทไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ด้าน Geely อ้างอิงถึงคำพูดของประธานบริษัท Li Shufu ที่กล่าวว่า Geely ปฏิเสธสงครามราคาโดยเด็ดขาด และจะเน้นการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและคุณค่าแทน
กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวในแถลงการณ์ล่าสุดว่า จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมีสุขภาพดี
ก่อนหน้านี้ BYD เป็นผู้นำเปิดสงครามราคารอบล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่แล้ว โดยเสนอส่วนลดสูงสุดถึง 34% ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิจารณ์จากสมาคมอุตสาหกรรมและสื่อของรัฐ
แม้ไม่ได้ระบุชื่อ BYD โดยตรง แต่สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) ออกแถลงการณ์ระบุว่า มีบริษัทหนึ่งจุดชนวนความตื่นตระหนกสงครามราคา ซึ่งอาจนำอุตสาหกรรมไปสู่วงจรอุบาทว์ และกระทบต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน
สื่อของรัฐ เช่น ซินหัว, People’s Daily และ CCTV ก็ร่วมตีพิมพ์บทความเรียกร้องให้ค่ายรถหยุดลดราคาสินค้า เพราะจะนำไปสู่การผลิตสินค้าราคาถูก–คุณภาพต่ำ ซึ่งบั่นทอนภาพลักษณ์ของ Made in China บนเวทีโลก
ในที่ประชุมยังมีการตำหนิการใช้กลยุทธ์รถศูนย์กิโลเมตร ซึ่งเป็นการปล่อยรถใหม่ไปยังบริษัทปล่อยสินเชื่อหรือตัวแทนจำหน่ายมือสอง เพื่อให้บริษัทรถสามารถบันทึกยอดขายได้ แม้รถยังไม่ถึงมือลูกค้าจริง
ทั้งนี้บริษัทรถหลายแห่งพยายามผลักภาระสงครามราคาไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน โดยกดราคาวัตถุดิบและยืดเวลาการชำระหนี้หลายเดือน รายงานข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า BYD เคยเรียกร้องให้ซัพพลายเออร์ลดราคาอย่างมาก และถูกตั้งข้อสงสัยว่าใช้วิธีสินเชื่อซัพพลายเชนเพื่อเลี่ยงการแสดงหนี้ที่แท้จริง
รายงานจาก GMT Research ประเมินว่า BYD มีหนี้สุทธิแท้จริงสูงถึง 323,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับตัวเลขที่รายงานอย่างเป็นทางการ 27,700 ล้านหยวน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งความต่างนี้เกิดจากการเลื่อนการจ่ายเงินและใช้กลยุทธ์การเงินแบบแฝง
อ้างอิง : finance.yahoo.com