โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PTT ปีนี้โละหนัก! แจ้งปิดกิจการ-ขายหุ้นหลายบริษัท ตัดขาดธุรกิจไม่ถนัด เร่งปรับโครงสร้าง

Share2Trade

อัพเดต 05 ส.ค. 2568 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 07.30 น. • Share2Trade

นับจากต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน พบว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เดินหน้าปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งจะมีทั้งลดทุนจดทะเบียน เลิกกิจการ ปิดกิจการ หรือลดสัดส่วนการถือหุ้น

PTT ปีนี้โละหนัก!S2T (เว็บ)0.jpg

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2568 PTT รายงานการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด (Horizon Plus)ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท อรุณ พลัส จำกัด (“Arun Plus”) (บริษัทย่อย PTT ถือหุ้น 100%) และ Lin Yin ในสัดส่วนการถือหุ้น 60%และ 40%ตามลำดับ

โดยให้ Horizon Plus ดำเนินการลดทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว เป็นจำนวนเงินประมาณ 5,100 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการลดทุนจดทะเบียน Arun Plus และ Lin Yin จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน Horizon Plus 40%และ 60%ตามลำดับ และมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว คงเหลือจำนวนประมาณ 5,400 ล้านบาท

ทั้งนี้ การลดทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของ Horizon Plus เป็นไปตามนโยบายการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ PTTซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ PTT โดยคาดว่าจะดำเนินการลดทุนจดทะเบียนแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2568

ตามด้วย เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2568 PTTรายงาน แจ้งการปิดบริษัท PTT International Holdings Limited(“PTTIH”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ PTTถือหุ้นผ่านบริษัท PTTGM ในสัดส่วน 100% โดยคาดว่าจะดาเนินการจดทะเบียนเลิกกิจการแล้วเสร็จภายในปี 2569

ต่อด้วย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 ได้มีมติอนุมัติให้เลิกกิจการของ T-ECOSYS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ PTTถือหุ้น 100% ผ่าน บริษัท สยาม แมนเนจเม้นท์ โฮลดิ้ง จำกัด (SMH) (บริษัทย่อย ซึ่ง PTTถือหุ้น 100%) โดยคาดว่าจะดำเนินการจดทะเบียนเลิกกิจการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2568 ทั้งนี้การเลิกกิจการของ T-ECOSYS เป็นไปตามนโยบายของ PTT ในการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ ปตท.

ในวันเดียวกัน ได้มีมติอนุมัติให้เลิกกิจการของบริษัท ปตท กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด (PTTGE TH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ PTT ถือหุ้น 100% ผ่านบริษัท ปตท กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จากัด (PTTGE) (บริษัทย่อย ซึ่ง PTTถือหุ้น 100%) โดยคาดว่าจะดำเนินการจดทะเบียนเลิกกิจการแล้วเสร็จภายในปี 2568

รวมทั้งเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ได้มีมติอนุมัติให้เลิกกิจการของ IMD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ PTTถือหุ้นในสัดส่วน 40% ผ่าน บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด (“INBA”) (บริษัทย่อย ซึ่ง PTTถือหุ้น 100%) ร่วมกับบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (“IRPC”) ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 60% โดยมีทุนจดทะเบียน 282 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการจดทะเบียนเลิกกิจการ แล้วเสร็จภายในปี 2568

อีกทั้ง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ได้มีมติอนุมัติให้เลิกกิจการของ SSS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ผ่านบริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด (BSA) (บริษัทย่อย ซึ่งกลุ่ม ปตท. ถือหุ้น 100%) โดยมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท และได้จดทะเบียนเลิกกิจการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568

ส่วนวันที่ 17กรกฎาคม 2568ได้มีมติอนุมัติการปรับการถือหุ้นของบริษัท Lotus Pharmaceutical Company Limited (“Lotus”) โดยการจำหน่ายหุ้นจำนวนไม่เกิน 2%ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ผ่านตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (Taiwan Stock Exchange Corporation : TWSE) โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการภายในเดือนกรกฎาคม 2569 (“ธุรกรรมการขายหุ้น”)

ตามที่ ปตท. ได้มีการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในกลุ่ม Life Science เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดและสภาพการเเข่งขัน โดยมีเป้าหมายให้ธุรกิจยาสามารถสร้างการเติบโตแบบพึ่งพาตนเอง (Self- Funding) ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ระยะยาวให้กับกลุ่มปตท. และประเทศนั้น ปตท. จึงได้พิจารณาปรับการถือหุ้น Lotus ผ่านธุรกรรมการขายหุ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเติบโตของธุรกิจ Life Science ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการดำเนินการขายหุ้นครั้งนี้ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด (“INBA”) (บริษัทย่อย ซึ่ง ปตท. ถือหุ้นทั้งหมด) จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Lotus ที่สัดส่วนไม่ตํ่ากว่า 36%และยังคงมีความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของ Lotus ในอนาคต ทั้งนี้ ธุรกรรมการขายหุ้นได้ทยอยเริ่มดำเนินการแล้วในเดือนกรกฎาคม 2568 ส่งผลให้ Lotus เปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อย (Subsidiary Company) เป็นบริษัทร่วม (Associated Company) ของ ปตท.

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 มีมติอนุมัติจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด (“NMA”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วน 50% โดยให้ AMH ขายหุ้นสามัญทั้งหมดของ NMA ให้แก่บริษัท เอ็มจีซี-เอเชีย กรีนเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) โดยมีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 83,000,055.33 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...