คุณหนูร้ายกาจวาดรักสามีคนสวน
ข้อมูลเบื้องต้น
เธอเคยเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่เลือก “สามี” ผิดคน
สุดท้ายถูกสามีหักหลัง ใช้ร่างกายอันสวยงามของเธอแลกกับอำนาจและตำแหน่ง
ถูกขาย ถูกกักขัง ถูกทำลาย กลายเป็นนางบำเรอ สุดท้ายติดยา ติดโรคร้าย… จนตายอย่างไร้ศักดิ์ศรี
แต่สวรรค์ให้โอกาสอีกครั้ง ย้อนกลับมาในคืนก่อนชีวิตจะพังพินาศ
คราวนี้ ว่านอันอัน จะไม่ยอมเดินซ้ำรอยเดิม
เธอจะเลือก “ชายคนเดียว” ที่เคยซื่อสัตย์ต่อเธอแม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเขา
…คนสวนที่เธอเคยรังเกียจ
จะกลายเป็นสามีที่เธอจะตอบแทนและผลักดันให้กลายเป็นเศรษฐี ที่ใครก็มาดูถูกเหยียดหยามไม่ได้อีกต่อไป
กลับมาอีกครั้ง
ว่านอันอัน ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกปวดเบาและต้องการไปเข้าห้องน้ำ แต่เมื่อขยับตัวลุกขึ้นนั่งกลับถูกโจมตีด้วยความเจ็บปวดตรงช่วงล่างของร่างกาย รวมถึงปวดเมื่อยไปทั่วทั้งตัว ดวงตาคู่สวยพร่าเบลอไปชั่วขณะกวาดมองไปทั่วห้องที่คุ้นตาและนั่งนิ่งมึนงงอยู่ครู่ใหญ่
หลังพยายามค้นหาความทรงจำจากเมฆหมอกอันเลือนรางศีรษะก็ปวดจี๊ดขึ้นมา
“โอ๊ย…”
ไม่สิ… เธอตายไปแล้วนี่ วิญญาณจะรู้สึกเจ็บได้ยังไง ?
สายตาดันเหลือบไปเห็นปฏิทินบนโต๊ะข้างเตียง ตัวเลขระบุปีเขียนไว้ชัดเจนว่า
1985
กระแสชาวาบแล่นไปทั่วร่างหันมองข้างกายก็พบร่างสูงใหญ่เปลือยท่อนบนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงของเธอ พลันความทรงจำทั้งหมดก็แล่นผ่านกลับคืนมา
เธอย้อนเวลากลับมาแล้ว… ว่านอันอันที่ตายเป็นวิญญาณล่องลอยมานานกว่าสามสิบปี ตอนนี้ได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่สามารถแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องได้
นี่คือโอกาสที่เธอเฝ้าร้องขอกับสวรรค์มาตลอด
เมื่อคืนนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดอายุยี่สิบเอ็ดปีและงานฉลองเรียนจบมหาวิทยาลัยของเธอ แน่นอนว่าสำหรับลูกสาวคนโตของเศรษฐีชื่อดังแห่งเมืองปักกิ่งอย่าง ว่านหวนเย่ งานเลี้ยงจึงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งยังมีการประกาศหมั้นระหว่างว่านอันอันและ เย่ฟางตง นายทหารหนุ่มอนาคตไกล ผู้ซึ่งเป็นรักแรกของเธออีกด้วย
ครอบครัวของเขายังเป็นชนชั้นสูง หนึ่งในคู่ค้ารายสำคัญของบ้านว่าน การหมั้นหมายครั้งนี้จึงสมใจใครหลายคนและสร้างบรรยากาศชื่นมื่นปรองดอง ว่านอันอันจำได้ว่าตอนนั้นเธอรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก
ภรรยาคนแรกของว่านหวนเย่หรือแม่แท้ ๆ ของว่านอันอันมาจากครอบครัวมหาเศรษฐี หลังเสียชีวิตไปตอนลูกสาวอายุสิบขวบ ก็ได้ทิ้งสินเดิมไว้ให้มากมาย ว่านอันอันจึงเฝ้าฝันหวานถึงชีวิตหลังแต่งงานที่เพรียบพร้อมไปด้วยสามีที่รักและเงินทองมากมาย
แม้แต่ เจิ้งหลิน ผู้เป็นแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่อย่าง ว่านชิงชิง ยังแสดงความดีใจยิ้มแย้มตลอดทั้งงาน ใครเล่าจะรู้ว่าน้องสาวผู้ใสซื่อกับแม่เลี้ยงที่ดูแลเธอมาตั้งแต่สิบขวบจะร่วมมือกันวางยาร้ายและส่งเธอเข้ามาขังไว้ในห้องนอนพร้อมคนสวนอย่าง ซ่งหมิง
สุดท้ายเธอกับเขาก็ตกเป็นของกันและกันด้วยฤทธิ์ยา
ว่านอันอันพิจารณาชายหนุ่มข้างกายอีกครั้งอย่างละเอียด ซ่งหมิงคนนี้มีผิวสีคล้ำเพราะทำงานกลางแจ้งมานาน แต่กลับมีโครงหน้าคมสัน ริมฝีปากหยักหนา จมูกโด่ง และดวงตายาวเรียว คาดว่าหากได้บำรุงผิวพรรณและเปลี่ยนทรงผมรกรุงรังนี่เสียหน่อยคงออกมาเป็นชายรูปงามได้ไม่ยาก
เธอคิดและยิ้มกับตัวเอง ในใจมีความหวานล้ำเคลือบอยู่เล็กน้อย
ชาติที่แล้วหลังตื่นขึ้นมาเธออาละวาดโวยวาย แผลงฤทธิ์ร้ายกาจ ให้ตายยังไงก็ไม่ยอมแต่งให้คนสวนต่ำต้อยอย่างซ่งหมิง เธอหมั้นกับเย่ฟางตงแล้ว สามีของเธอต้องเป็นเขาเท่านั้น
และใช่… ว่านอันอันทำสำเร็จ สุดท้ายเธอได้แต่งให้เย่ฟางตงสมใจ ในใจตอนนั้นรู้สึกราวกับฝันไป เขาทั้งทะนุถนอมเอาใจใส่ ดูแลเธออย่างดี ไม่สนสักนิดว่าเธอเสียพรหมจรรย์ให้คนสวนไปแล้ว ทว่าหลังงานแต่งผ่านพ้นไปไม่นานและเธอได้มอบทรัพย์สินทุกอย่างให้เขาหมดแล้ว นรกที่แท้จริงก็ได้เริ่มต้นขึ้น
เย่ฟางตงผู้แสนดีไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงปีศาจร้ายที่เอาเธอไปเป็นเครื่องปรนเปรอให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ เพื่อแลกกับตำแหน่งที่สูงขึ้นพร้อมกับเปิดทางให้ธุรกิจค้ายาเสพติด หลายครั้งที่เธอคิดจะหนีจากนรกแห่งนั้น แต่ก็ถูกเขากักขังตบตีทำร้ายร่างกายและฉุดเธอให้ตกนรกขุมที่ลึกกว่าเดิม ด้วยการผสมยาเสพติดในน้ำแกงบำรุงผิวพรรณให้เธอกินทุกมื้ออาหารจนตกเป็นทาสยานรกที่ชื่อว่าเฮโรอีน
ว่านอันอันซึ่งตกลงในขุมนรกอันไร้ทางออก ทำได้เพียงยอมปล่อยให้ร่างกายอันไร้ค่าตกเป็นของนายทหารเฒ่าพวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อแลกกับยาต่อชีวิต มีเพียงตอนสติเลื่อนลอยเคลิบเคลิ้มไปกับฤทธิ์ยาเท่านั้นที่ว่านอันอันจะรู้สึกเป็นอิสระและลืมเรื่องเลวร้ายทั้งหมดในชีวิตได้
สุดท้ายเธอก็ต้องร่วงโรยในวัยที่ควรผลิบานด้วยโรคร้ายที่ชื่อว่า HIV พอประโยชน์จากร่างกายเสื่อมโทรมนี้หมดสิ้นแล้ว ว่านอันอันก็ถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลดั่งศพไร้ญาติ ไม่มีแม้แต่พิธีศพในแบบที่มนุษย์คนหนึ่งควรได้รับ
หวนคิดย้อนไปแล้วว่านอันอันก็กำหมัดแน่นจนมือสั่น เธอไม่ควรเชื่อใจงูพิษพวกนั้นตั้งแต่แรก ไม่ว่าหน้าไหนก็เลวร้ายเหมือนกันหมด
ความจริงทุกอย่างได้ปรากฏหลังเธอกลายเป็นวิญญาณล่องลอยไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้ พบว่าเป็นซ่งหมิงชายที่เธอทิ้งเขาและไม่เคยอยู่ในสายตา เป็นคนมารับร่างเธอที่ถูกรังเกียจไปทำพิธีเผาตามหลักของศพติดโรคและเก็บอัฐิของเธอไว้
ซ่งหมิงเป็นเพียงคนเดียวที่เศร้าเสียใจกับการจากไปของว่านอันอัน เขาคร่ำครวญกับอัฐิของเธออยู่เสมอ ว่าเขากับเธอได้เสียกันแล้วครั้งหนึ่งก็ถือว่าเป็นภรรยาของเขาชั่วชีวิต ทั้งยังเปิดเผยความในใจว่าหลงรักว่านอันอันมานาน แม้เธอจะร้ายกาจ ดูถูกผู้คน แต่กลับมุ่งมั่นตั้งใจและเข้มแข็งกว่าใคร ๆ
ว่านอันอันในตอนนั้นที่เป็นเพียงวิญญาณได้แต่คุกเข่าขอโทษเขาอยู่เช่นนั้นนานค่อนคืน
เรื่องในอดีต
บิดาไม่ได้ติดใจสงสัย เนื่องจากลูกสาวแต่งออกไปแล้วก็เป็นสมบัติของสามี เมื่อถูกแม่เลี้ยงกับสามีปิดเรื่องเลวร้ายไว้ บิดาของเธอจึงไม่เคยติดใจสงสัยในคำบอกของพวกมัน ที่บอกว่าว่านอันอันหนีไปกับชายชู้ และเพื่อไม่ให้ผิดใจกับบ้านเย่ ที่ลูกสาวทำตัวเหลวไหล จึงจำใจต้องให้ว่านชิงชิงแต่งงานกับเย่ฟางตง เป็นการขอโทษ
เหตุนี้เย่ฟางตงจึงทำหนังสือหย่าขึ้นมาแล้วก็เข้าวิวาห์กันอย่างมีความสุขกับว่านชิงชิง ครองรักกันหวานชื่น เพลิดเพลินไปกับสมบัติมากมายที่วางแผนร่วมกันสามคนกับเจิ้งหลินฮุบไปจากว่านอันอัน
ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ศพของว่านอันอันถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลอย่างไม่สนใจใยดี
ยิ่งได้รับรู้เรื่องราวอันเน่าเฟะเบื้องหลังการตายของตัวเองมากเท่าไร ว่านชิงชิงก็เคียดแค้นมากเท่านั้น แต่กลับทำอะไรไม่ได้สักนิด เพียงโอบกอดร่างวิญญาณของตนเองหลั่งน้ำตาอยู่ในมุมมืดที่ไม่มีใครมองเห็น
สิ่งเดียวที่ยังพอจะเยียวยาหัวใจเธอได้คงมีเพียงซ่งหมิงที่กลับบ้านเกิดหลังเผาศพเธอเรียบร้อยแล้วเท่านั้น เขามักจะมาพูดคุยกับอัฐิของเธออยู่เสมอ ว่าวันนี้เขาทำอะไรมา อากาศเป็นเช่นไร วางแผนอนาคตของตนเองไว้แบบไหน
ว่านอันอันในร่างวิญญาณค่อย ๆ ซึมซับความเป็นตัวเขาและคอยรับฟังทุกอย่าง จิตใจที่เต็มไปด้วยความแค้นของเธอค่อย ๆ เจือจางลงวันละนิด เธอล่องลอยไปมาระหว่างปักกิ่งกับบ้านเกิดของซ่งหมิงอยู่นาน เฝ้ามองวันเวลาที่ไหลผ่านไปเรื่อย ๆ
ซ่งหมิงหาเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจผลิตเครื่องเฟอร์นิเจอร์ จากนั้นก็พอมีเงินเก็บก็ขยับขยายรับเหมาเอง ระยะเวลากว่าสามสิบปีที่เขาครองตัวโสดด้วยยึดมั่นในตัวว่านอันอัน แม้ว่าจะไม่เคยถูกเธอยอมรับเลยก็ตาม ระยะเวลามากมายนั้นเพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ใจจริงของเขา
วิญญาณของว่านอันอันเฝ้าอยู่เคียงข้างเขาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่กลับไม่ได้พบวิญญาณของเขา เธอเพียงอยากพูดคุยกับเขาสักครั้ง อยากขอโทษ อยากขอบคุณ อยากให้เขามีความสุขมากกว่านี้
ความตายของเขาคือจุดสิ้นสุดความอดทนในร่างวิญญาณที่ไปผุดไปเกิดไม่ได้นี้ ว่านอันอันด่าทอสวรรค์ ขอโอกาสกลับไปแก้ไข ให้คำสาบานว่าจะไม่ปักใจแก้แค้น ไม่ทำร้ายใครหากไม่ถูกกระทำก่อน ขอเพียงได้มีชีวิตที่มีความสุขกับซ่งหมิงเพียงเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเธอจมอยู่ในความเศร้าโศกน้อยใจในโชคชะตาชีวิตของตนเองอยู่นานเท่าไร ก่อนทุกอย่างจะดับมืดลง และตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างตนเองในวัยยี่สิบเอ็ดปี
กลับมาที่ปัจจุบัน
ว่านอันอันมองภาพที่สะท้อนอยู่บนกระจก เป็นใบหน้าอ่อนเยาว์และดูสุขภาพดีแม้จะซีดเซียวไปหน่อยแต่ก็ปิดบังความงดงามทรงเสน่ห์ไว้ไม่ได้
หลังจัดการธุระในห้องน้ำเสร็จเธอก็กลับมาเอนตัวนอนลงเคียงข้างซ่งหมิงอีกครั้ง เฝ้ามองใบหน้ายามหลับใหลของเขาแล้วลั่นวาจากับตนเองในใจ ว่าโอกาสที่ได้รับมานี้จะทำให้ดีที่สุด ปล่อยวางความแค้นที่มีและไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกปีศาจร้าย จะเดินไปในหนทางที่เธอและซ่งหมิงจะมีความสุขเพียงเท่านั้น
“ซ่งหมิง…”
ในที่สุดเธอก็ได้เอ่ยชื่อเขาด้วยเสียงของตนเองเสียที…
เปลือกตาบางหลับลงอีกครั้ง เก็บพลังงานไว้ต่อกรกับละครที่จะเริ่มขึ้นในเช้าวันพรุ่งนี้
.
.
.
“กรี๊ดดดดด ! คุณหนู !”
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจแหลมดังไปทั่วทั้งชั้นบนของบ้านตระกูลว่าน
ว่านอันอันขมวดคิ้วแน่น รู้สึกหูอื้อเล็กน้อย นึกในใจว่าเสียงของสาวใช้ที่เจิ้งหลินหามาปลุกเธอในเช้านี้ช่างมีประสิทธิภาพเสียจริง
“เกิดอะไรขึ้น?”
เป็นแม่เลี้ยงแสนดีควงแขนพ่อของเธอโผล่หน้าเข้ามาในห้องนอนเป็นคนแรก ตามมาด้วยว่านชิงชิงที่ยังอยู่ในชุดนอนสีหวาน สุดท้ายก็เป็นตัวละครหลักอย่างเย่ฟางตงที่แสร้งว่าเมาหนักและขอค้างที่บ้านตระกูลว่าน
“นี่มันเรื่องอะไรกัน !” ว่านหวนเย่ตะโกนลั่นด้วยความโกรธ
ภาพลูกสาวคนโตในสภาพยุ่งเหยิงอยู่บนเตียงเดียวกับคนสวนทำให้เขาแทบลมจับ โกรธจนใบหน้าขึ้นสีแดง แม้ว่าว่านอันอันจะเหลวไหลและนิสัยร้ายกาจไปบ้าง แต่เธอก็เป็นลูกสาวคนโตที่เขารักและเลี้ยงดูมา
ทุกสายตาที่มองมาอย่างตัดสินทำให้ว่านอันอันยกยิ้มเยาะเย้ยใจใจ
ละครเรื่องเดิม บทเดิม ไม่ผิดเพี้ยน งั้นครั้งนี้เธอจะส่งเสริมพวกเขาหน่อยก็แล้วกัน
“พ่อ… ฉันไม่รู้เรื่องนะ นะ… นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ว่านอันอันส่ายหน้าไปมา สีหน้าตกใจสุดขีด “ไม่… ไม่นะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นนะคะพ่อ”
เธอพยายามลุกจากเตียงไปหาพ่อด้วยสีหน้าซีดเผือดเลื่อนลอยเล็กน้อย ทว่าชุดนอนกระโปรงที่ยับยู่ยี่และรอยรักบนตัวเธอหลายจุดเป็นหลักฐานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
“พี่สาว… รอยบนตัวเต็มเลยค่ะ พี่แพ้อะไรรึเปล่าคะ” ว่านชิงชิงปิดปากทำหน้าตกใจ ถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา ทั้งยังแอบก้าวถอยหลังเข้าใกล้เย่ฟางตงที่ยืนดูเหตุการณ์ด้านหลังเธอ
บุรุษหนุ่มที่เห็นสาวน้อยน่าทะนุถนอมตกใจก็ใจอ่อนยวบ ถือวิสาสะจับไหล่บางลูบเบา ๆ อย่างปลอบประโลม
“ชายหญิงอยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ คุณแม่เคยบอกชิงชิงว่าต้องแต่งงานเข้าหอกันเท่านั้นไม่ใช่เหรอคะ” เสียงหวาน ๆ ถามต่อด้วยความสงสัย
“อันอัน ใครสอนให้ลูกทำตัวเหลวไหลแบบนี้กัน! ฮึก…” เจิ้งหลินกอดแขนสามีแสร้งร้องไห้สะอึกสะอื้น ราวกับเสียใจนักหนา
ว่านอันอันคิ้วกระตุก แทบกลั้นเบ้ปากไว้ไม่ไหว เป็นเพราะใครกันล่ะที่เสี้ยมสอนเธอมาอย่างผิด ๆ งูพิษตัวนี้สั่งสอนแต่เรื่องไร้สาระ เอาแต่พูดความคิดบิดเบี้ยวกรอกหู จนเธอหลงผิดเสียคน มองเบื้องหลังคนไม่ออก ต้องตายเป็นผีเร่ร่อนก่อนถึงจะตาสว่าง
เริ่มชีวิตใหม่
ความอบอุ่นที่คลุมลงมาบนผิวกายทำให้ว่านอันอันสะดุ้งเล็กน้อย เป็นซ่งหมิงที่สวมเสื้อเรียบร้อยแล้วเอาผ้าห่มผืนเล็กมาคลุมให้เธอ
“ถอยไปนะ!”
ว่านอันอันโวยวายแล้วผลักชายหนุ่มที่หวังดีต่อเธออย่างแรง ทั้งที่ในใจแอบขอโทษซ้ำ ๆ คิดไว้ว่าจะชดเชยให้เขาทีหลังอย่างแน่นอน
“แต่งให้เขาซะว่านอันอัน ทำอะไรลงไปก็ต้องรับผิดชอบ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยปากตัดสิน
“ไม่ได้นะคะคุณ อันอันเพิ่งหมั้นกับฟางตง แบบนี้ไม่ใช่ว่าเราเป็นฝ่ายผิดสัญญาเหรอคะจะมีหน้าไปพบคนตระกูลเย่ได้ยังไง”
“นั่นสิคะคุณพ่อ อย่าบังคับพี่สาวเลย พี่สาวกับพี่ฟางตงรักกันจริง ๆ นะคะ”
สองแม่ลูกร้องรับส่งกันอย่างลื่นไหล คำพูดที่เหมือนจะช่วยแต่ยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงพวกนั้นเป็นวิธีที่พวกหล่อนชอบใช้มากที่สุด เช่นนั้นว่านอันอันจะส่งเสริมอีกหน่อยแล้วกัน
“ใช่แล้ว ฉันหมั้นกับพี่ฟางตงไปแล้วนะ ฉันแต่งให้ใครไม่ได้หรอกค่ะ!” เธอเบิกตาโต เหมือนพบทางรอดใหม่เดินเข้าไปใกล้คู่หมั้น
คงมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าตอนเธอเห็นหน้าพวกเขาอีกครั้ง รู้สึกอยากจะบีบคอพวกเขาให้ตายมากเท่าไร แต่เพื่อทำตามคำสาบานที่ให้ไว้ เธอจะต้องหลุดออกไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้ นี่เป็นก้าวแรกของเธอกับซ่งหมิง
“อันอัน…” เย่ฟางตงพูดขึ้นในที่สุด สีหน้าเขาราวคนใจสลายและเสียใจมาก “ถึงแม้ฉันจะมีความรู้สึกลึกซึ้งกับเธอแค่ไหน แต่เกิดเรื่องแบบนี้ ที่บ้านฉันคงยอมรับเธอไม่ได้ง่าย ๆ เราคงหมั้นกันต่อไม่ได้แล้วล่ะ”
โอ้โห! ว่านอันอันเพิ่งได้เห็นฝีมือการแสดงของสามีในชาติที่แล้วชัด ๆ กับตาตัวเอง ทั้งสีหน้าและแววตาแนบเนียนยิ่งกว่าแม่เลี้ยงกับน้องสาวแสนดีของเธอเสียอีก
“พี่ฟางตง! พี่สาวรักพี่มากนะคะ อย่าทิ้งพี่อันอันเลย ถือว่าฉันขอร้องแทนเธอนะคะ”
“ดูสิว่านอันอัน น้องสาวรักเธอมากแค่ไหน ถึงกับขอร้องแทน เธอเป็นพี่สาวกลับทำตัวแย่แบบนี้ได้ยังไง” เจิ้งหลินร้องโฮทำท่าหัวใจสลายกอดแขนสามีแน่น
“นี่… หมายความว่า พี่ฟางตงจะถอนหมั้นกับฉันเหรอคะ” ว่านอันอันถามย้ำแกล้งก้มหน้าทำตัวสั่น
“ใช่”
คำตอบจากเขาทำให้ว่านอันอันแทบบังคับมุมปากไม่ให้ยกขึ้นไม่ไหว
“เฮ้อ! ในเมื่อฟางตงตัดสินใจแบบนี้แล้ว เราที่เป็นผู้ใหญ่ก็มีแต่ต้องช่วยสนับสนุนสินะ” แม่เลี้ยงที่ฟูมฟายอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนสีหน้าเป็นเมตตาขึ้นมาทันที
ว่านหวนเย่ขมวดคิ้วมองความวุ่นวายตรงหน้า รู้สึกว่าเรื่องเริ่มจะเลยเถิดออกไปจนเขาควบคุมไม่ได้แล้ว จึงคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกเสียงร้องไห้โฮของว่านอันอันทำให้ตกใจไปก่อน
“ในเมื่อพี่ฟางตงไม่ต้องการฉันแล้วก็ไปเถอะค่ะ! ฉันมันไม่มีค่าพอคู่ควรกับพี่แล้ว ฮือออ” ว่านอันอันยีหน้าหยีตาตะโกนร้องเสร็จเธอก็วิ่งเข้าไปขังตัวเองในห้องน้ำ ส่งเสียงร้องออกไปราวเสียใจนักหนา
มองใบหน้าในกระจกแล้วเกือบหลุดขำ เสียงจึงแกว่งไปเล็กน้อย ที่แท้เธอหุบยิ้มไม่ได้จริง ๆ นี่นา คนในกระจกมีสีหน้ายิ้มแย้มดวงตาเปล่งประกาย เอาอะไรมาเศร้าเสียใจกัน
เธอตั้งใจจะฟาดงวงฟาดงาไม่ยอมรับคำตัดสินใจของชายชั่วให้นานกว่านี้อีกหน่อย ให้เหมือนกับนิสัยร้ายกาจของตนเอง ทว่าพอได้มองเห็นใบหน้าพวกมันแล้ว เธอรู้สึกอยากจะอาเจียนจนเกือบทนไม่ไหว ที่ตั้งใจไว้ว่าจะดื้อดึงไม่ยอมรับง่าย ๆ จึงได้ตกไป
ข้างนอกมีเสียงพูดคุยอยู่ครูหนึ่งก็เงียบลง ตามมาด้วยเสียงปิดประตู ว่านอันอันจึงได้ฤกษ์หยุดแหกปากสักที เธอกระแอมเล็กน้อยเพราะแกล้งส่งเสียงร้องไห้มาพักใหญ่จนคอแห้ง เมื่อคิดว่าข้างนอกไม่มีใครแล้วก็เปิดประตูห้องน้ำออกไป แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นซ่งหมิงคุกเข่าอยู่หน้าประตู
“นี่นายกำลังทำอะไร!”
ว่านอันอันเอื้อมมือไปดึงเขาให้ลุกขึ้น แต่ร่างหนาไม่ขยับเขยื้อนเลย ซ่งหมิงเลื่อนสายตาขึ้นมองว่านอันอัน กวาดไปตามรอยจ้ำแดงบนผิวขาวเนียนและใบหน้าซีดเซียวก็ยิ่งรู้สึกผิด
“เพราะผมบังคับตัวเองไม่ได้ คุณหนูถึงต้องเสียหายและเจ็บปวดทั้งกายและใจ ผมขอโทษด้วยครับ เชิญคุณหนูตบตีผมระบายทุกอย่างออกมาเถอะครับ” ซ่งหมิงยิ่งพูดยิ่งก้มตัวต่ำ ยินยอมให้คุณหนูผู้สูงศักดิ์เหยียบย่ำจนกว่าจะสบายใจ
แม้จะรู้ดีว่าการทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยเยียวยาหรือทำให้อะไรดีขึ้นได้ แต่เพราะเขาเป็นคนไม่มีอะไร จึงทำได้เพียงมอบร่างกายนี้ให้เท่านั้น
“เฮ้อ! ลุกขึ้นเถอะ เมื่อคืนนายเองก็โดนยามาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง”
ในความทรงจำอันเลือนราง ว่านอันอันยังพอจำได้ว่าเขาพยายามขืนตัวเองไว้และคิดจะขังตัวเองไว้ในห้องน้ำ แต่เพราะถูกเธอที่ไร้สติดึงรั้งบดเบียดร่างกายเข้าหาไม่หยุดหย่อนทุกอย่างจึงได้เลยเถิด
“แล้วนี่… ใครทำนาย…” ว่านอันอันเชยคางสากขึ้นมองรอยช้ำดวงใหญ่ข้างแก้มและมุมปากของเขา
“ผมสมควรโดนแล้วครับ”
“พ่อฉันสินะ” เขานิ่งไม่พูดไม่จา แต่นั่นก็ถือเป็นคำตอบแล้ว
“ออกไปเถอะ ฉันอยากพักผ่อน” ว่านอันอันไล่เขาออกไป เพราะถ้าปล่อยให้อยู่ต่อเขาต้องมาทำหน้าอ้อนวอนให้เธอตีเขาไม่หยุดแน่ ๆ
“แต่ว่า…”
“ออกไป”
กระแสเสียงจริงจังของคุณหนูทำให้ซ่งหมิง ยอมลุกขึ้นมาจากพื้นและเดินคอตกออกไปในที่สุด
ว่านอันอันถอนหายใจยาวแล้วล้มตัวนอนแผ่บนเตียงนุ่ม
“เดี๋ยวถ้าไปบ้านซ่งหมิงคงหาเตียงนุ่ม ๆ ได้ยากแล้วสินะ…” เสียงหวานพึมพำ คิดไปไกลถึงตอนได้ก้าวออกจากบ้านหลังนี้แล้ว