โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขังทรมานชายอิตาลีในสหรัฐให้บอกรหัสบิตคอยน์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2568 เวลา 09.26 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นิวยอร์ก 25 พ.ค. – ชายชาวอิตาลีถูกนักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีลักพาตัวไปกักขังและทรมานอยู่ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ นานหลายสัปดาห์ เพื่อบีบบังคับให้บอกรหัสบิตคอยน์ ก่อนสามารถหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือ

สำนักงานอัยการแขวงแมนฮัตตันเปิดเผยว่า นายจอห์น โวลต์ซ วัย 37 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ หลังจากเหยื่อวัย 28 ปี หลบหนีจากที่พักขนาด 8 ห้องนอนไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจจราจร นายโวลต์ซถูกตั้งข้อหาในวันเสาร์ ประกอบด้วยข้อหาลักพาตัว ทำร้ายร่างกาย กักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และครอบครองอาวุธปืน ศาลสั่งให้ควบคุมตัวโดยไม่ให้ประกันตัว และยึดหนังสือเดินทาง เนื่องจากมีช่องทางหลบหนีทั้งเครื่องบินส่วนตัวและเฮลิคอปเตอร์

เจ้าหน้าที่ที่ขอสงวนนามเปิดเผยว่า เหยื่อเดินทางจากอิตาลีมานครนิวยอร์กเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ยังไม่ชัดเจนว่า เขารู้จักกับผู้ก่อเหตุหรือไม่ ขณะที่สำนักงานอัยการตอบข้อถามสื่อทางอีเมลว่า อัยการไมเคิล แมตต์สันระบุในคำฟ้องต่อศาลว่า ชายชาวอิตาลีถูกลักพาตัวเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นอกจากนี้ชายที่ถูกจับกุมแล้ว ยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนการที่หวังปล้นบิตคอยน์จากกระเป๋าบิตคอยน์ของเหยื่อ

ชายชาวอิตาลีเปิดเผยว่า ถูกมัดมือและทรมานในที่พักดังกล่าวนานหลายสัปดาห์ ขณะที่อัยการแมตต์สันกล่าวว่า กลุ่มคนร้ายมอมยา ใช้ไฟฟ้าช็อต และใช้อาวุธปืนตีศีรษะเหยื่อ นอกจากนี้ยังขู่จะทำร้ายครอบครัว และขู่ฆ่าเหยื่อหากไม่ยอมบอกรหัสบิตคอยน์ เหยื่อซึ่งคิดว่าจะถูกฆ่าจริงจึงตกลงว่า จะบอกรหัสที่เก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่อยู่ในอีกห้องหนึ่ง และฉวยโอกาสที่คนร้ายหันหลัง วิ่งหนีออกมาได้สำเร็จ ผลการตรวจค้นที่พักดังกล่าวพบโคเคน เลื่อย ลวดตาข่ายกรงไก่ เสื้อเกราะ แว่นมองในที่มืด เครื่องกระสุน และภาพโพลาลอยด์เหยื่อถูกปืนจ่อศีรษะ.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...