โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไดโนเสาร์ยังอยู่ดีบนโลก ก่อนดาวเคราะห์น้อยจะมา

Environman

เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น.

‘หากไม่มีดาวเคราะห์น้อยดวงนั้น พวกมันอาจจะยังคงอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ร่วมกับเรา’ งานวิจัยใหม่ชี้ว่าไดโนเสาร์ไม่ได้ลดน้อยลงเลยในตอนที่ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก

ยังคงเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงจนถึงปัจจุบันว่าจริง ๆ แล้วไดโนเสาร์นั้นเหลือน้อยอยู่แล้วก่อนที่ดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนจริง ๆ หรือไม่? หลายงานวิจัยชี้ว่าใช่ ไดโนเสาร์อาจเข้าใกล้การสูญพันธุ์อยู่แล้ว ขณะเดียวกันหลายรายงานก็ระบุว่า ไม่จริง ไดโนเสาร์ยังคงรุ่งเรืองจนกระทั่งดาวเคราะห์น้อยมาถึง

“เป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันมานานกว่า 30 ปีแล้ว ไดโนเสาร์ถึงคราวสูญพันธุ์และกำลังจะสูญพันธุ์ก่อนที่ดาวเคราะห์ร้อนจะพุ่งชนหรือไม่” ดร. Chris Dean นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ผู้เขียนงานวิจัยหลัก กล่าว “

เช่นเดียวกับรายงานใหม่ที่เผยแพร่บนวารสาร Current Biology ซึ่งเผยให้เห็นว่าการที่ฟอสซิลของไดโนเสาร์ค่อนข้างหายากก่อนดาวเคราะห์พุ่งชนนั้น อาจเป็นเพียงเพราะมันไม่ค่อยรอดจากการกระบวนการกลายเป็นฟอสซิล มีคุณภาพที่ไม่ค่อยดี หรือไม่ก็แค่หายากเท่านั้น

ผลลัพธ์นี้ได้มาจากการตรวจสอบฟอสซิลประมาณ 8,000 ชิ้นจากทวีปอเมริกาเหนือซึ่งมีในชวง 83.6-66 ล้านปีก่อน โดยมุ่งเน้นไปที่ไดโนเสาร์ 4 วงศ์คือ Ankylosauridae, Ceratopsidae, Hadrosauridae และ Tyrannosauridae จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทั้งหมด

เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เกิดขึ้น ทีมวิจัยระบุว่าความหลากหลายของไดโนเสาร์นั้นขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อประมาณ 76 ล้านปีที่แล้ว จากนั้นก็ลดลงจนถึงเวลาที่ดาวเคราะห์น้อยมา ซึ่งแนวโน้มนี้เด่นชัดขึ้นโดยเฉพาะในช่วง 6 ล้านปีก่อนการสูญพันธุ์

แต่ประเด็นก็คือ ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงปัจจัยใด ๆ เลยไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรืออื่น ๆ ที่จะอธิบายการลดลงนี้ได้ ซึ่งในแบบจำลองนั้นไดโนเสาร์มีอยู่อย่างทั่วไป มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ต่ำมาก ดังนั้นทีมวิจัยจึงเชื่อว่าไดโนเสาร์ยังคงรุ่งเรืองอยู่ แต่อาจเกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาบางอย่างที่ทำให้ฟอสซิลหายาก

เช่น เหตุการณ์ล่าถอยของแนวพื้นทะเลที่ทอดยาวจากอ่าวเม็กซิโกขึ้นไปทางอาร์กติก หรือการที่เทือกเขาร็อกกีสูงขึ้นตั้งแต่เมื่อ 75 ล้านปีก่อน อาจขัดขวางกระบวนการกลายเป็นฟอสซิล จนทำให้ไดโนเสาร์ดูเหมือนจะน้อยลง

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ว่าฟอสซิลเกินกว่าครึ่งหนึ่งนั้นมาจากทวีปอเมริกาเหนือ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่ายังมีฟอสซิลในที่อื่น ๆ ที่นักวิจัยอาจเข้าไม่ถึง ทั้งหมดทำให้นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานฟอสซิลไดโนเสาร์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

“ไดโนเสาร์อาจไม่ได้ถูกกำหนดให้สูญพันธุ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วงปลายยุคมีโซโซอิก (252-66 ล้านปีก่อน)" Alfio Alessandro Chiarenza นักบรรพชีวินวิทยาและผู้ร่วมเขียนงานวิจัย กล่าว "ถ้าไม่ใช่เพราะดาวเคราะห์น้อยดวงนั้น พวกมันอาจจะยังคงอยู่ร่วมโลกกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จิ้งจก และลูกหลานที่รอดชีวิตของพวกมัน นั่นก็คือ นก"

ที่มา

https://www.cell.com/…/fulltext/S0960-9822(25)00310-0…

https://www.newscientist.com/…/2475463-rethink-of…/

https://phys.org/…/2025-04-dinosaurs-apparent-decline…

https://www.livescience.com/…/if-it-werent-for-that…

Photo: Alfio Alessandro Chiarenza

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...