โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มองศิลปะ 6 ชิ้นที่เล่าเรื่องรักเก่าที่วนเวียนมาด้วยสายตาที่แตกต่างกัน

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 09.29 น.
ภาพไฮไลต์

การวนกลับมาของรักเก่านำมาซึ่งความรู้สึกที่หลากหลาย

บางครั้งระยะห่างทำให้เรามองคนที่วนกลับมาด้วยสายตาใหม่ เราอาจตัดทอนแง่ลบของพวกเขาออก ปล่อยอดีตที่หอมหวานเตะจมูกของเราจนเหตุร้ายที่ทำเราห่างกันแต่ต้นดูเล็กจ้อยเกินจะสนใจ แต่บางครั้ง คนคนนั้นก็กลายเป็นคนธรรมดา เป็นคนที่เรานึกไม่ออกว่าเรารักไปเพราะอะไร หรือไม่บางทีการกลับมาก็นำมาซึ่งความรู้สึกเก่าๆ รักที่ถูกตัดจบก่อนจะเป็นความจริง ความคิดถึงที่ไม่เคยไปไหน หรือใครบางคนที่เข้าใจเราแบบที่ไม่เคยพบอีกเลย

หัวใจของเราเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด และเสียงของมันแปลกประหลาดที่สุดหนึ่งครั้งก็ตอนที่เราตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ ซึ่งมันมักเป็นสถานการณ์ที่เป็นหมุดมายบางอย่างในชีวิตของเรา อาจเป็นสัญญาณบอกว่าเราเติบโตขึ้นหรือยังมีส่วนของเด็กคนเดิมตอนที่เรายังรักกันอยู่ในตัวเราอยู่ อาจเป็นสัญญาณบอกว่าเราเดินหน้าไปได้แล้วหรือให้เราถอยหลังเดินกลับแล้วพิจารณาชีวิตใหม่

ความรู้สึกเข้าใจยากเหล่านี้ถูกเล่าผ่านศิลปะมากมาย ประเด็นรักๆ ร้าวๆ จากลาพบเจอ คือสิ่งที่ศิลปินจำนวนมากหยิบมาใช้รังสรรค์งาน เพราะแม้จะทำความเข้าใจในเชิงตรรกะได้ยาก แต่ภายในใจของเราทุกคนต่างรู้สึกไปกับการวนกลับมานี้เสมอ

ต่อไปนี้คือ 6 งานศิลปะ ตั้งแต่ดนตรี ภาพยนตร์ หนังสือ และซีรีส์ ที่เล่าเรื่องการวนกลับมาของรักเก่าด้วยแง่มุมที่แตกต่างกัน

I’m ok // not ok - BOYdPOD feat. Billkin

การกลับมาของ ‘ความคิดถึง’ ที่แท้จริงไม่เคยหายไปไหน

ฉันคิดถึงเธอมาก แต่ไม่อยากทำให้เธอหวั่นไหว

ได้แต่กลั้นหายใจ และตอบเธอไป

ทางนี้ฉันโอเคเลย

เป็นเวลาหลายปีที่เราไม่ได้ฟังผลงานของศิลปินและนักแต่งเพลงคู่บุญอย่าง BOYdPod หรือบอย โกสิยพงษ์ และ ป๊อด-ธนชัย อุชชิน (ป๊อด-โมเดิร์นด็อก) แต่เมื่อได้ยินท่อนคอรัสด้านบน คำไม่กี่คำ ในประโยคที่เรียบง่าย และเสียงร้องอันจริงใจ เสริมทัพด้วยเสียงของศิลปินรุ่นใหม่อย่าง บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ก็พาให้รู้สึกว่านี่แหละ งานเพลงที่ใครๆ ต่างคิดถึง

เพียงไม่กี่วันที่ปล่อยเพลงและมิวสิควิดีโอออกมา I’m ok // not ok ก็กลายเป็นปรากฏการณ์อย่างรวดเร็ว นอกจากความคิดถึงผลงานเพลงของบอยป๊อด ก็คงเป็นเพราะเรื่องราวที่เพลงและมิวสิควิดีโอถ่ายทอดคือเรื่องที่เราหลายคนต่างประสบพบเจอ ต่างมีหลุมร่องความคิดถึงเช่นนี้อยู่เป็นของตัวเอง

เนื้อหาของเพลงพูดถึงความคิดถึงที่เรามีต่อใครสักคน อาจเป็นใครสักคนที่ห่างหายกันไปนาน ใครสักคนที่มีเยื่อใยและความผูกพันกันในครั้งหนึ่ง ใครสักคนที่เคย ‘รู้จักกันดี’ อย่างลึกซึ้งในห้วงสั้นๆ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโตตามทาง โดยที่อาจจะไม่เคย ‘ลงเอย’ กันเลย – มันเป็นความคิดถึงชนิดที่หลบซ่อนอยู่สักมุมของจิตใจ และเมื่อปรากฏตัวขึ้นแล้ว ก็จะสะกิดให้เราทราบว่า มันไม่เคยหายไปไหนเลย

ความคิดถึงอยู่ตรงนี้เสมอมา

เพลงนี้ยังขับเน้นสถานการณ์ที่คำพูดต่างๆ นานา อาจบรรยายความรู้สึกได้ไม่ดีพอ – และขณะเดียวกันก็เหมือนว่าจะ ‘ไม่เหมาะ’ ที่จะบอกความในใจออกไป ความคิดถึงตามบทเพลงจึงกลั่นตัวกันเป็นมวลขนาดใหญ่ ราวกับเวลาที่เราได้แต่สบตาใครสักคนที่ไม่ได้พบกันนานแล้ว

แล้วมันก็ช่างเหมาะเจาะ ที่เอ็มวีเพลงนี้พาตัวละคร ดากานดา และ ไข่ย้อย จากภาพยนตร์ ‘เพื่อนสนิท’ มาจ้องตาส่งผ่านความคิดถึงกันจริงๆ เหมือนหมัดที่มาขยี้ทุกความคิดถึง และทำให้สถานการณ์ที่เราได้แต่จินตนาการอยู่ในใจเกิดขึ้นจริงตรงหน้า

First Love - คันชิกุ ยูริ

การกลับมาพบกันใหม่เพราะรักแรกมันลืมยาก

First Love คือซีรีส์โรแมนติกสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 9 อีพีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก 2 เพลงรักสุดฮิตของนักร้องหญิงชื่อดัง Hikaru Utada ทั้งแทร็กในตำนานอย่าง First Love และแทร็ก Hatsukoi ซึ่งต่างก็เล่าเรื่องรักครั้งแรก แต่เล่าในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป

ซีรีส์เรื่องนี้พาผู้ชมย้อนกลับไปในปี 1999 มันบอกเล่าชีวิตและความรักระหว่างเด็กหนุ่มและเด็กสาวไฮสคูลที่ชื่อ นามิกิ ฮารุมิจิ และ โนกุจิ ยาเอะ ตั้งแต่แรกพบกัน จนตกหลุมรักกัน กระทั่งชีวิตมาถึงจุดตัดต้องแยกย้ายกันไปเติบโตและมีชีวิตบนเส้นทางของตัวเอง ทว่าในความเป็นจริง ทั้งคู่ไม่อาจลืมรักครั้งแรกที่ทั้งงดงามและเจ็บปวดได้เลย

จนกระทั่งวันหนึ่งชีวิตก็พัดพาพวกเขากลับมาพบกันอีกครั้งในวัย 35 และทำให้ความหลังครั้งเก่าถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมากระจ่างชัดในหัวใจอีกครั้ง ราวกับอดีตถูกดึงมาเชื่อมจนบรรจบกับปัจจุบันในที่สุด

First Love สามารถสะท้อนห้วงเวลาแห่งความรักครั้งแรกที่แสนน่าประทับใจและส่งผลกระทบต่อหัวใจของตัวละครตราบจนวัยผู้ใหญ่ ซึ่งมันถูกท้าทายด้วยการกลับมาเจอกันอีกครั้งของอดีตคู่รักที่เคยรักกันมากๆ และแม้จะเป็นการพบกันหลังจากห่างหายไปมีหนทางของตัวเอง แต่ความรู้สึกที่ติดในใจตั้งแต่ตอนที่เคยคบกันกลับยังสามารถเขย่าให้ตะกอนของความรู้สึกที่ฝังอยู่ในใจผุดขึ้นมามีอิทธิพลกับการดำเนินชีวิตประจำวัน จนตัวละครต้องเลือกว่าจะตัดสินใจแยกย้ายกันอยู่ดังที่เคยเป็นมา หรือจะกลับมาสานต่อความสัมพันธ์ครั้งเก่าให้หายค้างคาใจ

ซึ่งเมื่อมองกลับไปยังอดีต เราก็จะมองมันด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม นั่นเพราะเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทั้งยังผ่านประสบการณ์ทั้งดีและร้ายมาแล้วมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องประสบพบเจอ และเมื่อเจอแล้วก็ต้องจัดการ ต้องตัดสินใจ ก้าวเดินผ่านไปเหมือนทุกๆ เรื่องที่เราต้องเผชิญในชีวิต ซึ่งไม่ว่าจะดีหรือร้ายเราล้วนต่างได้เรียนรู้จากมัน

ดังนั้นสองเพลงเกี่ยวกับรักแรกของอุทาดะที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดซีรีส์เรื่องนี้ จึงยั่วล้อกัน เพราะเพลงแรกพูดถึงรักแรกในมุมมองวัยรุ่น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราเพิ่งได้สัมผัสกับความรักโรแมนติก ทว่าอีกเพลงพูดถึงความรักครั้งแรกในมุมมองผู้ใหญ่ที่ยังคงตราตรึงใจ มันจึงเป็นการมองเรื่องเดียวกันด้วยช่วงวัยที่แตกต่างกัน

Past Lives - เซลีน ซง

บางครั้งการกลับมาเจอกันก็ไร้ชื่อเรียก

“เขาคือเด็กคนนึงที่อยู่ในหัวฉันมานานมากๆ แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็กลายมาเป็นภาพบนจอคอมฉัน แล้วอยู่ๆ เขาก็มาอยู่ตรงนี้”

นอร่าพูดกับสามีของเธออย่างนั้นเมื่อเขาถามว่าเธอยังชอบพอเพื่อนวัยเด็กชาวเกาหลีของเธออยู่หรือเปล่า เพื่อนวัยเด็กคนนั้นชื่อแฮซอง เด็กชายในประเทศที่เธอทิ้งไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่กี่คนในชีวิตที่รู้จักเธอในฐานะ ‘นายอง’ และเพื่อนวัยเด็กที่เดินทางมายังมหานครนิวยอร์กเพื่อเจอเธออีกครั้ง

‘หลังจากไม่ได้เจอกันมา 20 ปี หญิงสาวและหนุ่มชาวเกาหลีพบกันอีกครั้งที่นิวยอร์กในวันที่เธอมีสามีไปแล้ว’ หากเราอธิบายเรื่องของ Past Lives ด้วยตัวหนังสือเฉยๆ มันฟังดูเป็นหนังโรแมนติกดราม่าที่ ‘สำเร็จรูป’ สุดๆ ไปเลย หากฟังอยู่เท่านั้นเราก็อาจจะคิดว่าหนังจะต้องเป็นเรื่องราวการตัดสินใจของนางเอกว่าเธอจะเลือกใคร ระหว่างสามีของเธอ หรือว่ารักแรกซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ยังเชื่อมโยงเธอเข้ากับประเทศบ้านเกิด

นั่นไม่ใช่สิ่งที่ Past Lives เล่า การกลับมาพบกันของนอร่าและแฮซองนั้นละเอียดอ่อนเกินกว่าจะกลายเป็นเรื่องรักสามเส้า เพราะผู้กำกับเซลีน ซง ใช้เหตุการณ์โรแมนติกครั้งนี้เป็นเครื่องมือเล่าเรื่องที่เรียลกว่านั้น นั่นคือเธอใช้มันสำรวจธรรมชาติของความรัก การจากลา และความโหยหาอย่างตรงไปตรงมาและสมจริง

คำถามที่อยู่ในใจเราตลอดเรื่องไม่ใช่ว่านอร่าจะเลือกรักใคร นอร่ามีคนรักที่มั่นคงอยู่แล้วและเธอกับแฮซองก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์เป็น ‘คนรัก’ กันเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นคำถามที่อยู่ใจกลางของ Past Lives จึงเป็น ‘ความรู้สึกไม่มีชื่อเรียกระหว่างพวกเขาคืออะไร’ เพราะหากไม่ใช่ความรัก แล้วอะไรกันที่จะพาให้คนคนหนึ่งนั่งเครื่องบิน 13 ชั่วโมงเพื่อไปหาคนอีกคนได้

คำตอบของเรื่องไม่ชัดเจนนัก มันอาจล่องลอยอยู่ตรงกลางระหว่างความรัก ความผูกพัน หรือความฝันหวานถึงอดีต แต่เหนือสิ่งอื่นใด การตามหาคำตอบให้กับสิ่งไม่มีชื่อเรียกนั้นเองคือแรงผลักสำคัญให้พวกเขาทั้งคู่เดินทางกลับไปพบกัน ไม่ว่าการกลับไปพบกันครั้งนั้นจะนำไปสู่ความรัก ความอึดอัด ใจสลาย หรือการจากกันตลอดกาล

High Fidelity - นิค ฮอร์นบี

การกลับไปพบ ‘คนรักเก่า’ ไม่ใช่แค่เรื่องความหลัง แต่คือการเข้าใจตัวเอง

High Fidelity วรรณกรรมชิ้นเอกของ นิค ฮอร์นบี นักเขียนชาวอังกฤษ (เวอร์ชันภาษาไทยมีชื่อว่า รักตกร่อง แปลโดยตะวัน พงศ์บุรุษ) ไม่ใช่เพียงนิยายรัก แต่เป็นการผจญภัยที่ทั้งขบขันและเจ็บปวดในโลกของชายวัยสามสิบกลางๆ ผู้หมกมุ่นกับดนตรีและลิสต์เพลงพอๆ กับการย้อนคิดถึงความสัมพันธ์ที่พังทลายในอดีต หัวใจของเรื่องราวไม่ได้อยู่ที่การหวนคืนไปจุดไฟรักครั้งเก่าให้ลุกโชน แต่อยู่ที่การเดินทางเพื่อทำความเข้าใจว่า ‘ทำไมเราถึงเป็นเราในวันนี้’ ผ่านเศษซากความสัมพันธ์ในวันวาน

เรื่องราวเล่าผ่าน ร็อบ เฟลมมิง เจ้าของร้านแผ่นเสียงเล็กๆ ในลอนดอนที่ชื่อ Championship Vinyl ชีวิตของเขาต้องสั่นคลอนครั้งใหญ่เมื่อ ลอร่า แฟนสาวที่คบกันมานานตัดสินใจทิ้งเขาไป แทนที่จะฟูมฟายอย่างเดียว ร็อบกลับทำในสิ่งที่เขาถนัดที่สุด นั่นคือการจัดอันดับ ‘Top 5 การเลิกราที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต’ การจัดอันดับนี้เองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตคนรักแต่ละคนในลิสต์ของเขา

การกลับไปพบคนรักเก่าของร็อบไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความโหยหาอาวรณ์เสมอไป แต่มันคือภารกิจในการสืบสวนความผิดพลาดของตัวเอง การหาคำตอบว่าที่ผ่านมาเขาทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง แต่ละบทสนทนากับแฟนเก่าแต่ละคนได้สะท้อนภาพตัวตนของเขาในแง่มุมที่เขาไม่เคยยอมรับหรือมองเห็นมาก่อน เขาพบว่าตัวเองเป็นคนไม่เด็ดขาด กลัวการผูกมัด และมักจะปล่อยให้ความหลงใหลในสิ่งต่างๆ (โดยเฉพาะดนตรี) มาบดบังความรับผิดชอบในชีวิตจริง

การที่ร็อบได้พูดคุยกับแฟนเก่า ทำให้เขาตระหนักว่าปัญหาในความสัมพันธ์ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้เกิดจาก ‘เธอ’ เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจาก ‘เขา’ ที่ไม่เคยเรียนรู้และเติบโตจากความผิดพลาดของตัวเองเลย ประสบการณ์แบบนี้คล้ายเป็นเรื่องสากลที่หลายคนเคยผ่านมา นั่นคือการตั้งคำถามกับอดีตเมื่อปัจจุบันไม่เป็นดังใจ ใครบ้างที่ไม่เคยนึกย้อนถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่าแล้วสงสัยว่า ‘ถ้าวันนั้นเราทำอีกอย่าง ทุกอย่างจะต่างไปไหม?’

เรื่องของ ‘ชายไม่รู้จักโต’ ที่รักทีไรก็ตกร่องคนนี้ จึงบอกให้เรารู้ว่าบางครั้งการวนกลับไปพบกับแฟนเก่า ก็สอนให้เราเห็นว่าการจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เราอาจต้องกล้าย้อนกลับไปมองข้างหลัง เพื่อจะเข้าใจก้าวที่พลาดพลั้งและก้าวต่อไปให้ดีกว่าเดิม

การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก - ฮารูกิ มูรากามิ

เมื่อชั่วครู่คราวของอดีตปะทะกับความเป็นจริง

ฮาจิเมะคือเด็กหนุ่มธรรมดาหนึ่งคน และชิมาโมโตะคือหญิงสาวผู้ป่วยเป็นโรคโปลิโอ เขาทั้งสองสนิทสนมกันตอนวัยเด็ก แต่เมื่อกาลเวลาเดินผ่านไป พวกเขาก็ห่างกันไปตามธรรมชาติ ระหว่างทางนั้นฮาจิเมะแต่งงานมีลูก ทำธุรกิจและประสบความสำเร็จ ดูไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่อยู่มาวันหนึ่ง ชิมาโมโตะก็กลับเข้ามาในชีวิตของเขา แหวกเปิดรูว่างเปล่าในหัวใจของฮาจิเมะ ทำให้เขาตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่เขามีในชีวิต และตัวเลือกทุกอย่างที่เขาเคยเลือก

ในชีวิตของเราหลายๆ คน เราต่างมี ‘คนคนนั้น’ ที่ไม่มีใครจะมาแทนที่ได้ แทนไม่ได้ด้วยเงิน แทนไม่ได้ด้วยความสำเร็จ ไม่ได้ด้วยรักครั้งใหม่ ไม่ได้ด้วยครอบครัว ความตลกร้ายคือบ่อยครั้งเหตุที่คนคนนั้นเป็นคนนั้น ก็เพราะว่าระหว่างกันและกัน เราทั้งคู่ไม่เคยเป็นอะไรกันเลยจริงๆ

ชิมาโมโตะเป็นหญิงสาวที่ลึกลับ เราไม่รู้ว่าในระหว่างที่ฮาจิเมะโตขึ้นเธอพบเจออะไรมาบ้าง เธอเปลี่ยนไปยังไง โตขึ้นหรือเปล่า สิ่งเดียวที่เรารู้เกี่ยวกับเธอคือเธอและฮาจิเมะดึงดูดกันและกันเพราะความสนใจและความโดดเดี่ยวเปลี่ยวดายของทั้งคู่ การกลับมาของเธอจึงนำเสนอชั่วครู่คราวของอดีต ครู่คราวซึ่งหอมหวานเพราะมันเป็นสัมพันธ์แสนสั้นที่ยังไม่เคยกลายเป็นเรื่องจริงมากพอให้เราเห็นรอยด่างพร้อย

ภาพไฮไลต์

The 1 - เทย์เลอร์ สวิฟต์

การกลับมาเพื่อพบว่าหากคำอธิษฐานเป็นจริง ฉันก็ยังหวังให้เธอเป็นคนนั้น

ความรักยิ่งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ที่มีค่าครั้งหนึ่งในชีวิต แม้มันจะไม่ได้ดำเนินไปตามแบบแผน แต่ถ้าให้เธอโยนเหรียญอธิษฐานลงไปในสระน้ำ แล้วคำขอนั้นเป็นจริง เธอก็ยังหวังว่าเขาจะยังเป็นคนนั้นอยู่เสมอ

The 1 จากอัลบั้มfolklore ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ชวนผู้ฟังหวนกลับมาพบความสัมพันธ์ในอดีตที่แม้จะจบลงไปแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่า "เราก็เคยเป็นอะไรบางอย่างที่มีค่า (But we were something, don’t you think so?)" เปรียบเทียบความรักกับทศวรรษ 1920 ที่สังคมเต็มไปด้วยความหวัง ความฝัน และชีวิตชีวา แม้สุดท้ายรักที่ยิ่งใหญ่ไม่มีอีกแล้ว แต่สำหรับเธอ เขาคนนั้นก็ยังเป็น ‘คนที่ใช่’

“ช่วงนี้ฉันสบายดี กำลังทำอะไรใหม่ๆ อยู่

ตอบรับอะไรมากกว่าที่จะปฏิเสธแล้ว

ฉันนึกว่าเห็นเธอที่ป้ายรถเมล์ แต่ว่าไม่ใช่

ฉันเริ่มต้นทำอะไรอย่างเต็มที่ทุกๆ คืน

ฉันไปดูหนังรอบบ่ายวันอาทิตย์

เธอรู้ใช่ไหมว่าหนังที่ดีที่สุดตลาดกาลไม่เคยถูกสร้าง

ฉันเดาว่าเธอไม่รู้หรอก

แต่ว่าถ้าเธอต้องการฉัน เธอควรจะแสดงออกมาจริงๆ นะ

และหากเธอไม่เจ็บปวด เธอก็จะไม่เติบโต

แต่ตอนนี้มันโอเคแล้วล่ะ”

เทย์เลอร์เริ่มต้นเพลงด้วยฉากที่เธอได้กลับมาพบกับคนรักเก่าและได้นั่งพูดคุยถึงชีวิตทั่วไปหลังจากไม่มีเขา ก่อนจะเริ่มขุดคุ้ยอดีตบางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ได้เต็มไปด้วยน้ำเสียงดื้อดึงจะเอาชนะ หรือชวนโต้เถียงอะไรเดิมๆ ในทางกลับกันเธอยอมรับถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ยอมรับแม้กระทั่งว่าเขาอาจจะไปมีคนรักใหม่แล้วก็ได้

The 1 จึงไม่ใช่เพลงอกหักเสียดสีคนรักเก่าที่คนมักมีภาพจำว่าเทย์เลอร์ชอบแต่ง เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย แต่มันคือเพลงที่ยอมรับในความรักที่ไม่ได้จบสวยงาม ในขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธว่าการได้กลับมาเจอใครสักคนที่เคยเกือบเป็นทุกอย่างในชีวิต ย่อมทำให้เสียงรำพึงภายในหัวใจที่เก็บซ่อนความทรงจำนี้เอาไว้ยังคงกระเพื่อมทางความรู้สึกเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม

“แต่เราก็เคยเป็นอะไรบางอย่างที่มีค่านะ ว่าไหม?

เหมือนช่วงปี 20s ที่คึกคัก โยนเหรียญอธิษฐานลงสระน้ำ

แล้วหากคำขอของฉันเป็นจริง

มันก็คงจะเป็นเธอ

ฉันไม่มีข้อแก้ตัวอะไรเลย

สำหรับการไม่เคยปล่อยให้สิ่งดีๆ ดำเนินไปของมันเอง

แต่มันคงสนุกดี

ถ้าเธอยังเป็นคนนั้นอยู่”

ความเจ็บปวดของเพลง The 1 จึงไม่ได้มาจากความสัมพันธ์ท็อกซิกหรือความรักพังทลายที่เมื่อเวลาผ่านไปก็ค่อยๆ ชะล้างความเจ็บปวดให้ทุเลา แต่มันคือความสัมพันธ์ที่ ‘เกือบ’ จะลงเอยอย่างดีทุกอย่าง ‘เกือบ’ จะเป็นไปได้มากกว่านี้ หรือ ‘เกือบ’ จะไปต่อจนพบเจอสิ่งใหม่ๆ แต่มันก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นได้จริง มันจึงเป็นความเจ็บปวดที่ยังมีอะไรบางอย่าง ‘ค้างคา’ และทำให้ใครบางคนรู้สึกว่า ตัวเองยังอ้อยอิ่งอยู่ในความน่าจะเป็นของความสัมพันธ์ครั้งนี้

“ฉันดื้อดึงและรั้งใจตัวเองที่จะไม่ถามเธอว่า

หากตอนนั้นมีสิ่งที่ต่างออกไป

แล้วอะไรๆ ในตอนนี้มันจะเปลี่ยนไปบ้างไหม?

แต่เราก็เคยเป็นอะไรบางอย่างที่มีค่านะ

ไวน์โรเซ่ไหลริน พร้อมกับครอบครัวที่เธอเลือก

แต่มันคงจะหวานน่าดู

ถ้าหากว่ามันเป็นฉัน

ฉันไม่มีข้อแก้ตัวอะไรเลย

ที่เอาแต่ขุดเรื่องเก่าๆ มาพูด

แต่มันคงสนุกดี

ถ้าเธอยังเป็นคนนั้น”

บางครั้ง การกลับมาเจอใครสักคนที่เคยพิเศษต่อกันก็คงไม่มีอะไรไปมากกว่าการได้รู้ว่า ไม่ว่าเวลาจะหมุนไปแค่ไหน แต่หากคำอธิษฐานเป็นจริง เราก็ยังหวังให้เขาเป็นคนนั้นอยู่

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...